MarkBam - Broken Love
0
ตอน
451
เข้าชม
10
ถูกใจ
4
ความคิดเห็น
6
เพิ่มลงคลัง

SF : MarkBam

Broken Love

พี่มาร์ค เราเลิกกันเถอะ

“…”

พี่มาร์ค แบม ไปแล้วนะ

“…”

โชคดีนะพี่มาร์ค

นี่ก็ผ่านมาสองอาทิตย์แล้วที่ผมบอกเลิกเค้าคนนั้น คนที่ผมรักสุดหัวใจ

ผมรักเค้าเค้าก็รักผม เรารักกันไม่มีวันไหนที่เราไม่รักกัน วันนี้เราก็ยังรักกันอยู่ ผมไม่ได้มีคนอื่นเค้าก็ไม่ได้มีคนอื่นเหมือนกัน เรายังรักกันเหมือนเดิม

ปกติพี่มาร์คเป็นคนอารมณ์ร้อนมาแต่ไหนแต่ไรแล้วซึ่งเรื่องนี้ผมเข้าใจดีและยอมรับมันได้ จนกระทั่งเมื่อสามเดือนก่อน งานที่บริษัทที่พี่มาร์คทำอยู่กำลังไปได้สวย พี่มาร์คได้เลื่อนขั้นขึ้นเป็นหัวหน้าแผนก และงานที่ต้องรับผิดชอบก็เริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ วันๆพี่มาร์คเอาแต่นั่งอยู่ที่หน้าจอคอมบางครั้งข้าวปลาก็ไม่ได้กินถึงผมจะยกไปวางที่โต๊ะใกล้ๆแต่พี่มาร์คก็ยังเมิน ช่วงนั้นเราคุยกับแทบจะนับคำได้ ผมยอมรับว่าผมเหงามาก และผมก็งี่เง่ามากด้วยที่อยากให้เค้าสนใจผมมากกว่าไองานบ้าๆนั่น แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าเงียบ

พอมาช่วงหลังๆพี่มาร์คเริ่มอารมณ์เสียบ่อยและทำลายข้าวของ เมื่อก่อนผมเห็นจนแทบจะเป็นเรื่องชินตาเพราะพี่มาร์คเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่เราทะเลาะกัน แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่

พี่มาร์คกินข้าวบ้างสิ พี่มาร์คผอมไปแล้วนะ ช่วงนี้พี่มาร์คนอนดึกมากๆเลยอะค่อยๆทำไม่ได้หรอ

แบมอย่าเพิ่ง พี่ทำงานอยู่

กินก่อนแล้วค่อยทำต่อก็ได้นี่

อย่ายุ่งน่าแบม

!”

แบม... ก็แค่เป็นห่วง

ถ้าเป็นห่วงก็อยู่เฉยๆ อย่าให้พี่ต้องรำคาญแบมไปมากกว่านี้เลยว่ะ

อื้อ ได้สิ งั้นวันนี้แบมกลับบ้านนะ พี่แจบอมเขาอยากให้กลับไปนอนที่บ้านน่ะ

ประชดพี่หรอแบม พี่ต้องทำงานนะแบมอย่างี่เง่า

เปล่านะครับ แบมตั้งใจว่าจะกลับอยู่แล้วไม่ได้ประชดพี่มาร์คเลยนะ

เออ แล้วแต่เหอะว่ะ จะไปไหนก็ไป ไม่ไปส่งนะ ไม่ว่าง

!”

ครับ จริงๆแล้วยองแจจะมารับน่ะ

งั้นแบมไปเก็บของ...

สรุปว่าจะกลับบ้านหรือจะไปนอนกับมันกันแน่

เฮ้อ.. พี่มาร์คยังไม่เลิกคิดแบบนี้อีกหรอ ยองแจมันเป็นเพื่อนแบมนะ

เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ หึ

มันเคยชอบแบมแต่แบมไม่เคยคิดอะไรกับมันเกินเพื่อนแบมบอกพี่ไปเป็นร้อยๆครั้งแล้วนะ มันไม่มีอะไร

เออ

!

เข้าใจแล้วโว้ย

!

ไปสักทีคนจะทำงาน

...

ผมไม่ได้ตอบอะไรกลับไปเพราะเห็นว่าเค้าอารมณ์เสียขึ้นเรื่อยๆ พี่มาร์คก็เป็นแบบนี้ตลอดแหละครับ โมโหทุกครั้งที่พูดถึงยองแจ แค่เพราะมันเคยชอบผม ทั้งๆที่ตอนนี้มันก็ไม่มีอะไรแล้ว ผมคบกับพี่มาร์คมาสองปีมันทำให้พี่มาร์คเชื่อใจผมไม่ได้เลยหรือไงเนี่ย

ผมเดินเข้าห้องไปเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป่าสี่ห้าชุด คราวนี้ผมก็กลับไปอยู่ที่บ้านหลายวันเพราะพี่ชายผมเค้ากลับมาจากต่างประเทศหลังจะไปทำงานอยู่ที่นู่นเกือบครึ่งปี แถมยังหอบพี่จินยองไปด้วยอีกต่างหาก หวังว่ากลับมาคราวนี้จะอยู่ถาวรนะ

ผมเดินออกจากห้องนอนผ่านตรงที่พี่มาร์คนั่งทำงานอยู่ผมบอกลากับเขาเสียงเบา แต่พี่มาร์คก็ไม่มีท่าทีที่จะสนใจผม ผมจึงเดินออกจากห้องไปรอยองแจที่ล็อบบี้ของคอนโด

รออยู่ไม่นานยองแจก็มารับผมและพาขับออกไปทันที ผมนั่งเงียบไปตลอดจนเพื่อนสงสัย

แบม มึงเป็นไรวะ ดูซึมๆนะ

กูทะเลาะกับพี่มาร์คนิดหน่อย ไม่มีอะไรหรอก

อีกแล้วหรอวะ คราวนี้เรื่องอะไรล่ะ เรื่องกูอีกหรือเปล่า

มันพูดพลางกลั้วหัวเราะไปด้วย ช่วงแรกๆมันก็เป็นเดือดเป็นร้อนมากเหมือนกันที่ผมกับพี่มาร์คทะเลาะกันเรื่องมัน แต่เดี๋ยวนี้มันคงชินแล้วแหละครับ มันถึงพูดไปขำไปแบบนี้น่ะ

ไม่หรอกน่า มึงก็

เอ้า ก็ทุกทีเวลารู้ว่ากูไปรับมึงนี่ต้องหึงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟแล้วไม่ใช่หรอ

มึงก็เกินไป พี่มาร์คเขาเครียดๆเรื่องงานน่ะก็เลยเผลอพูดจาไม่ดีใส่กูนิดหน่อย

นิดหน่อยนี่ยังไง

ผมเล่าเรื่องทั้งหมดให้ยองแจฟัง ตั้งแต่เรื่องที่พี่มาร์คได้เลื่อนตำแหน่งจนถึงเรื่องเมื่อกี๊ ยองแจดูโมโหมากที่พี่มาร์คใช้คำพูดกับผมแบบนั้น มันปล่อยมือจากเกียร์มับจับมือผมแล้วบีบเบาๆผมหันมองหน้ายองแจที่กำลังมองถนนทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อยู่ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป

แบม มึงเหนื่อยมั้ย

ผมนิ่งไปจากคำถามของเพื่อน นั่นสิ ผมเหนื่อยหรือเปล่านะ ผมไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเรา ทำไมพี่มาร์คบ้างานจนลืมใส่ใจความรู้สึกของผม

กู กูไม่รู้ว่ะ กูไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างกูกับเค้า กูไม่รู้ว่าตอนนี้กูเหนื่อยหรือว่าเสียใจกันแน่ กูไม่รู้เลย

ฮึก...

ผมหลุดสะอื้นออกมาเสียงแผ่วแต่มันชัดเจนเพราะในรถมันเงียบ หลังจากที่ผมพูดประโยคนั้นออกไปยองแจก็เลี้ยวรถเข้าข้างทางและนั่งเงียบปล่อยให้ผมร้องไห้กับตัวเองโดยที่เพื่อนรักของผมก็คอยใช้ปลายนิ้วลูบตรงแก้มของผมเบาๆเพื่อเช็ดน้ำตาให้

พอผมร้องไห้ระบายความในใจให้เพื่อนฟังจนหมด ยองแจก็ขับรถพาผมกลับบ้านทันที ผมพยายามเรียกสติให้กลับเป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อไม่ให้พี่ชายของผมเค้ารู้ว่าผมกำลังทุกข์ใจ

เวลาที่ผมทุกข์พี่ชายคนเดียวของผมก็จะทุกข์ไปกับผมด้วย ตั้งแต่เล็กจนโตเขาดูแลผมเป็นอย่างดีมาตลอด เวลาที่ผมร้องไห้ไม่ว่าจะเพราะอะไรก็ตามพี่แจบอมจะดึงผมเข้าไปกอดไว้แน่นๆเหมือนย้ำกับผมว่า ยังมีเขาอยู่ตรงนี้

ยองแจเองก็เหมือนกัน ถ้าอยู่ที่บ้านผมมีพี่แจบอมคอยปกป้อง เวลาที่ผมไปโรงเรียนก็จะมียองแจคอยดูแลผม ผมกับยองแจเป็นเพื่อนกันตั้งแต่ม.ปลาย ผมเริ่มคบกับพี่มาร์คตอนที่ผมเรียนอยู่มหาลัยปีสาม ซึ่งพี่มาร์คก็เป็นเพื่อนในกลุ่มของพี่แจบอมนั่นแหละ ผมคบกับพี่มาร์คได้เกือบปีช่วงนั้นผมก็รู้สึกว่าเพื่อนสนิทของผมเริ่มแปลกไปเรื่อยๆ ผมกับยองแจก็ต่างเก็บความอึดอัดเอาไว้ในใจจนถึงวันที่เรียนจบ มันเดินเข้ามาขอโทษผมและสารภาพความจริงว่ามันแอบชอบผมตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน วันที่เข้าม.ปลายวันแรกนั่นแหละครับ

วันที่มันบอกว่าคิดกับผมเกินเพื่อนทั้งพี่มาร์คที่แจบอมพี่จินยองก็อยู่ตรงนั้นด้วย พี่มาร์ครู้สึกไม่พอใจมาก พอยองแจพูดจบพี่มาร์คก็พูดเสียงดังออกมาทันทีว่า กูว่าแล้ว.... หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ไม่เคยลงรอยกันอีกเลย

บ้านตระกูลอิม

พอถึงบ้านปุ๊บผมก็รีบเปิดประตูรถและวิ่งเข้าโถมกอดพี่ชายสุดที่รักที่กำลังยืนปิ้งบาร์บิคิวอยู่ที่หน้าบ้านทันที พี่แจบอมดูจะไม่ตกใจเท่าไหร่ เขาหันกลับมากอดผมตอบแล้วอุ้มผมขึ้นเหวี่ยงไปเหวี่ยงอย่างที่เคยทำเมื่อยังเด็กและก็ปล่อยผมลงที่โต๊ะที่มียองแจและพี่จินยองนั่งอยู่

นั่งรอก่อนนะแบม

ครับ

ไม่เจอกันตั้งนานแบมแบมผอมลงหรือเปล่าเนี่ย

พี่จินยองเอ่ยทักผมขำๆอย่างสนิทสนม จะไม่ให้สนิทได้ยังไงก็เขาเป็นแฟนพี่ชายผมนี่นา ตอนแรกก็ทำเป็นบอกว่าแค่เพื่อน โถ่

แบมผอมลงเพราะกินข้าวไม่ลงเพราะคิดถึงพวกพี่ไง

แหม่ๆๆ พี่โกหกน่า

55555555”

นั่งคุยกันไปสักพักพี่แจบอมก็ยกของกินมา เรานั่งคุยกันเรื่องสัพเพเหระจนดึกดื่น พี่แจบอมก็เลยบอกว่าควรเข้านอนกันได้แล้ว พวกผมเลยแยกย้ายกันเข้าห้อง ยองแจยืนยันว่าจะกลับบ้านเพราะมันไม่อยากรบกวนเวลาของพี่น้อง พี่จินยองเลยขอติดรถมันกลับไปด้วย

ผมกับพี่แจบอมยืนส่งยองแจและพี่จินยองเสร็จก็ปิดประตูรั้ว ระหว่างทางที่เดินเข้าบ้านพี่แจบอมก็คว้ามือผมไปจับแล้วจูงมือพาผมเดินไป ผมมองพี่ชายจากด้านหลังแล้วยกยิ้มกว้างจนปากแทบจะฉีก จากที่เสียใจเรื่องพี่มาร์คแล้วกลับมาเจอพี่ชายและข่าวดีว่าพี่ของผมไม่ต้องไปต่างประเทศอีกแล้วมันทำให้ผมมีความสุขจนลืมความทุกข์ไปจนหมดเลย

คืนนี้ผมเลือกที่จะนอนห้องพี่แจบอม ตอนแรกพี่แจบอมก็ดูจะงงๆเพราะว่าหลายปีแล้วที่เราแยกห้องนอนกัน ผมให้เหตุผลว่า ผมคิดถึงพี่อยากนอนกอดพี่ พี่แจบอมถึงยอมให้ผมเข้าไปนอนด้วย เรานอนคุยกันถามไถ่เรื่องโน้นเรื่องนี้ตามประสาพี่น้องที่ไม่ได้เจอกันนาน

แล้วทำไมวันนี้ไอมาร์คไม่มาด้วยล่ะ

อยู่ๆพี่แจบอมก็ถามถึงใครอีกคนที่ผมไม่อยากให้พูดถึงมากที่สุด แต่ก็จำเป็นต้องตอบออกไป

เขาทำงานน่ะ ไม่ว่างมากหรอก พี่มาร์คเพิ่งได้เลื่อนตำแหน่งงานท่วมหัวเลย

ผมตอบคำคามของพี่แจบอมด้วยเสียงแผ่วๆ จนที่แจบอมจับสังเกตได้

พี่แจบอมขยับไปเปิดโคมไฟหัวเตียงแล้วกลับมานอนที่เดิมโดยนอนตะแคงหันหน้าเข้าหาผมยกศอกตั้งกับที่นอนแล้วแล้วหัววางไว้บนมือมองหน้าผมนิ่งๆ

มีปัญหากับมาร์คใช่มั้ย

ไม่หรอก ทำไมพี่ถึงถามแบบนี้ล่ะ

คิดว่าพี่มองน้องชายตัวเองไม่ออกหรือไงแบม

“…”

ผมเงียบไม่ได้ตอบอะไรเขากลับไป พี่แจบอมเป็นคนฉลาดผมไม่เคยโกหกเขาได้เลยสักครั้ง รวมถึงครั้งนี้ด้วย

บอกพี่มาเถอะ อย่าเก็บไว้คนเดียวเลยแบม

จริงๆแล้วมันก็ไม่มีอะไรหรอก แค่ทะเลาะกันนิดหน่อยเหมือนทุกครั้งแหละ

อย่าทำเหมือนกับว่าพี่เป็นคนอื่นสิ แบมเป็นน้องพี่นะ

พอได้ยินอย่างนั้นผมเลยระบายความอัดอั้นทั้งหมดให้พี่ชายสุดที่รักได้รับฟังพร้อมกับน้ำตาที่ลงมาไม่ขนาดสาย วันนี้ผมร้องไห้บ่อยเกินไปแล้ว อ่อนแอชะมัดเลย

พี่แจบอมปิดไฟที่หัวเตียงแล้วกลับมานอนที่เดิมอีกครั้ง มือใหญ่ๆที่โคตรจะอบอุ่นดึงรั้งตัวผมเข้าไปกอดไว้แนบอกเหมือนที่เคยทำตอนผมยังเด็กแล้วลูบหัวของผมเบาๆ

ไม่เป็นไรนะ พี่อยู่ตรงนี้ น้องยังมีพี่นะ

ฮึก ฮึก

ผมสะอื้นจนตัวโยนเมื่อได้ยินคำนั้น พี่แจบอมพูดคำนั้นซ้ำไปซ้ำมาปลอบผมจนผมเผลอหลับไปแบบไม่รู้ตัว

อ้อมกอดของพี่ชายอบอุ่นที่สุดในโลกเลย

หลังจากวันนั้นพี่แจบอมก็ไม่ได้ถามถึงพี่มาร์คอีก ตลอดสามวันที่ผมกลับไปอยู่บ้านพี่แจบอมพาผมกับพี่จินยองแล้วก็ยองแจเที่ยวทุกวัน ผมรู้สึกมีความสุขมากๆ

ในใจมันก็คิดเห็นแก่ตัวว่า ที่ตรงนี้มันเหมาะกับผมมากกว่าที่ไหนๆ

วันนี้ผมตัดสินใจว่าจะกลับไปนอนที่คอนโดพี่มาร์ค โดยที่พี่แจบอมเป็นคนไปส่งผม

พอถึงคอนโดผมก็บอกลาพี่ชายและเดินขึ้นห้อง ผมเปิดประตูเข้าไป สภาพห้องมีแต่กระดาษที่ขยำทิ้งและถ้วยบะหมี่

พี่มาร์คยังนั่งทำงานอยู่ที่เดิม เขาหันมามองผมนิดนึงและหันกลับไปทำงานต่อ ผมวางกระเป๋าไว้ที่โซฟาและเก็บทำความสะอาดขยะที่อีกคนทำไว้จนสะอาดเอี่ยม พอเห็นว่าเริ่มเย็นแล้วผมจึงเดินเข้าไปทำอาหารในห้องครัว พอทำเสร็จก็ยกออกมาและเรียกอีกคนมากินด้วยกัน แต่พี่มาร์คก็ยังทำเป็นหูทวนลมผมจึงยกจานข้าวไปวางไว้ให้พี่มาร์คอย่างที่ทำมาตลอดหลายเดือน

พี่มาร์คกินข้าวก่อนนะครับแล้วค่อยทำต่อ

ไม่หิว

ไม่หิวก็กินหน่อยเถอะนะ

เอาวางไว้ตรงนั้นแหละเดี๋ยวพี่หิวพี่กินเอง

เดี๋ยวมันหายร้อนแล้วไม่อร่อยนะ

เนี่ยแบมทำของที่พี่มาร์คชอบให้เลยนะ ดูสิน่ากิน....

ก็บอกว่าไม่หิวไง

!

อยากกินก็กินไปคนเดียวเลย

!”

ทำไมต้องโมโหด้วย พี่มาร์คยังไม่หายโกรธแบมหรอ

หายหัวไปตั้งสามวันมันน่าโกรธมั้ย

!”

ก็แบมบอกพี่แล้วนะว่าแบมกลับบ้าน

เออ

!

รู้แล้วว่ากลับบ้านน่ะ จะกลับไปอยู่ถาวรเลยก็ได้นะถ้าอยาก

!”

นี่พี่มาร์คกำลังไล่ผมหรอ ผมน่ารำคาญขนาดนั้นเลยหรอ...

...

ผมเลือกที่จะเงียบแทนที่จะตอบโต้กับพี่มาร์ค ปล่อยอารมณ์เขาเย็นลงเองน่าจะดีกว่า

ผมนั่งกินข้าวคนเดียวเงียบๆอยู่ในครัว เสร็จแล้วก็เดินเข้าไปอาบน้ำ ผมเดินออกไปหาพี่มาร์คอีกครั้ง เขานั่งหลับตาอยู่ที่เดิม ผมเดินเข้าไปบีบไหล่ให้อย่างที่เคยทำให้เขา พี่มาร์คครางอืมในลำคอ เขาเลื่อนมาจับมือผมไปไว้ตรงแก้มและซบลงไปที่มือผม ผมใช้มืออีกข้างลูบท้ายทอยพี่มาร์คเบาๆ

ขอโทษ

พี่มาเงยหน้าขึ้นมาจ้องตาผมและพูดออกมา

ขอโทษเรื่องอะไรครับ

เรื่องวันนี้แล้วก็วันก่อนๆที่พูดไม่ดีกับแบม

แบมไม่โกรธหรอก พี่มาร์คไม่ต้องคิดมากนะ

ผมเดินเข้าไปกอดพี่มาร์คที่นั่งอยู่ ตอนนี้หน้าพี่มาร์คซบอยู่ที่ท้องของผม ผมลูบผมของพี่มาร์คเล่นและนวดไหล่แข็งๆนั้นให้อีกครั้ง

ผมบอกให้พี่มาร์คไปอาบน้ำแล้วจะได้มานอนด้วยกันเขาก็ทำตามที่ผมบอกอย่างว่าง่าย ผมนอนคิดอะไรเพลินๆก็ต้องสะดุ้งเพราะแรงยวบของเตียงเมื่อคนที่ผมรอนอนลงแล้วกอดเอวผมเอาไว้แน่นพร้อมกับซบหน้าลงที่อกผม เวลาที่พี่มาร์คอ้อนเขาเหมือนเด็กมากๆเลย ผมลูบแก้มพี่มาร์คเบาๆ อยู่ๆพี่มาร์คก็เลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ผมและกดจูบลงที่ริมฝีปากของอย่างอ่อนโยนและนุ่มนวล

เสื้อของผมถูกถอดออกไปตอนไหนก็ไม่รู้พร้อมกับกางเกงและชั้นใน ตอนนี้ทั้งผมและพี่มาร์คไม่มีใครมีเสื้อผ้าติดตัวทั้งนั้น พี่มาร์คกดจูบไปทั่วลำคอของผมและไล่ต่ำลงมาเรื่อยๆจนถึงเนินอกและยอดปทุมถันของผม เขาครอบปากลงไปลิ้นหยอกล้อจนมันเปียกชื้น ส่วนผมได้แต่ครางเสียงแผ่วและแอ่นอกให้อีกคนได้เชยชมร่างกายของตัวเองอย่างตามใจชอบ มือใหญ่จับขาของผมตั้งฉากขึ้นกับที่นอนและจับมันแยกออกจากกันเพื่อตัวเขาจะได้แทรกเข้ามา พี่มาร์คค่อยๆกดตัวตนของตัวเองเข้ามาในตัวผม ถึงมันจะไม่ใช่ครั้งแรกแต่สำหรับผมมันก็รู้สึกเจ็บทุกครั้ง พอเข้าไปได้จนหมดคนด้านบนก็เริ่มขยับจากช้าไปเร็วและเร็วขึ้นเรื่อยๆ ผมจิกหมอนแน่นจนเจ็บมือไปหมดปากก็อ้าร้องครางออกมาเสียงดังลั่นเพราะการกระทำรุนแรงของคนด้านบน พี่มาร์คไม่เคยทำรุนแรงขนาดนี้ อาจจะเป็นเพราะว่าเขาเครียดเลยใส่มาไม่ยั้งจนผมแทบจะกระอักเลือด

พะ พี่มาร์ค

อื้อ! เบาๆหน่อย

ผมใช้มือดันท้องน้อยของคนที่กระแทกเข้ามาไม่ยั้งเอาไว้เพื่อบอกให้อีกคนทำเบาลงอย่างที่ผมต้องการ แต่พี่มาร์คก็ยังทำเหมือนไม่ได้ยินสิ่งที่ผมพูด เขาโน้มตัวลงมาจูบผมและดูดที่ปากของผมอย่างแรงและเลื่อนมือมาสอดประสานเข้าที่มือของผมทั้งๆที่ส่วนล่างก็ขยับแรงขึ้นและแรงขึ้นจนผมแทบจะรับไม่ไหว

ผมอ้าปากครางใส่ปากอีกคนที่กำลังดูดดึงริมฝีปากล่างของผมอยู่ ผมสะบัดหน้าไปมากับหมอนจนพี่มาร์คต้องผละปากออก เขาสอดแขนเข้าใต้ข้อพับขาทั้งสองข้างของผมและสอดแทรกอารมณ์อันรุนแรงของตัวเองมาที่ผม พี่มาร์คบีบต้นขาของผมแรงมากจนผมกรีดร้องออกมาเสียงดัง

พี่ มาร์ค โอ้ยย

!

แบม เจ็บ ไม่ ไม่ไหวแล้ว ฮื้ออ

!”

ผมทั้งครางและกรีดร้องผสมปนเปกันออกมาเมื่อถึงฝั่งฝัน พี่มาร์คปล่อยให้ผมนอนหอบแค่แป๊บเดียวเขาก็ขยับต่อจนตัวผมสั่นคลอน ขยับไปอีกไม่นานพี่มาร์คก็ปลดปล่อยเข้าไปในตัวผมและล้มตัวลงมานอนข้างๆกันดึงผมเข้าไปกอดเอาไว้ เราไม่ได้พูดอะไรกันอีกเพราะความเหนื่อยทำให้หลับกันไปทั้งคู่

หลังจากวันนั้นผมคิดว่าเรื่องของเรามันคงจะดีขึ้นไม่กลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อน แต่ผมคิดผิด พี่มาร์คบ้างานขึ้นทุกวันๆบางวันก็แทบไม่ได้นอน เค้าหงุดหงิดใส่ผมบ่อยขึ้นจากที่เมื่อก่อนก็บ่อยอยู่แล้ว พักหลังๆมานี้ ไม่ว่าผมจะพูดอะไรพี่มาร์คจะหงุดหงิดใส่ตลอดหาว่าผมไปกวนเขาทำงานบ้าง ทำให้เขาไม่มีสมาธิบ้าง บางครั้งผมยกข้าวไปให้พี่มาร์คก็ปัดมันทิ้งหมด มีวันนึงพี่แจบอมมาหาผมที่คอนโดพี่มาร์คและเห็นสีหน้าของผมไม่ค่อยดีพี่แจบอมเลยเข้าไปคุยกับพี่มาร์คและมีปากเสียงกันพอสมควร พี่แจบอมยืนยันจะให้ผมกลับบ้านกับเขาให้ได้แต่พี่มาร์คก็ไม่ยอม ผมจึงเข้าไปห้ามและบอกกับพี่ชายของตัวเองว่าผมไม่เป็นไร เกลี้ยกล่อมอยู่นานพี่แจบอมก็ยอมแพ้แล้วก็กลับบ้านไปโดยที่ไม่บอกลาพี่มาร์คสักคำ

วันนี้ผมออกไปซื้อของสดเพื่อจะกลับมาทำกับข้าวให้อีกคนที่คอนโดกิน ผมซื้อของเสร็จกลับคอนโดไปก็เห็นพี่มาร์คนั่งอยู่ที่ประจำของเขา ใบหน้าพี่มาร์คยังคงเคร่งเครียดเหมือนกับทุกๆวัน ผมเลยเลือกที่จะเข้าไปทำกับข้าวในครัวคนเดียวเงียบๆ ผ่านไปสักพักผมก็ยกออกมาแล้วยกอาหารส่วนหนึ่งไปให้พี่มาร์คและก็บอกให้เขาหยุดทำงานก่อนเหมือนกับทุกครั้ง

พี่มาร์คฟังแบมบ้างเถอะแบมขอร้อง แบมเป็นห่วงพี่นะ

เอาไว้ก่อนน่าแบม

แค่กินข้าวเนี่ยงานพี่มันจะปลิวหายไปหรือไง

อย่างี่เง่าว่ะ ก็บอกเอาไว้ก่อนไง

เออใช่สิแบมมันงี่เง่า แบมมันบ้าที่คอยห่วงพี่อยู่แบบนี้ ทั้งๆที่พี่ยังไม่ห่วงตัวเองเลย

เห้ย นี่จะหาเรื่องกันให้ได้เลยใช้มั้ย

!”

...

ที่กูทำงานงกๆๆอยู่ทุกวันนี้ถ้าไม่ใช้เพื่อมึงแล้วจะเพื่อใครวะแบม

!”

...

กูหาเงินให้มึงใช้สบายๆแล้วยังจะมาทำตัวงี่เง่าแบบนี้อีก

พี่มาร์ครู้ตัวมั้ยว่าพี่มาร์คเปลี่ยนมากแค่ไหน

พี่มาร์คไม่ตอบแต่กลับลุกขึ้นแล้วเดินเข้ามาหาผมที่ยืนมองเค่อยู่ตรงโซฟาที่อยู่ใกล้ๆกับโต๊ะทำงาน พี่มาร์คดูโมโหมากเขาใช้สองมือบีบที่ต้นแขนผมอย่างแรงและจ้องหน้าผมเขม็ง

ถ้าไม่พอใจก็ออกไปเลย

!

ไปไกลๆแล้วไม่ต้องกลับมาอีก

!!”

พี่มาร์คตะคอกใส่ผมเสียงดังลั่นแล้วเขย่าตัวผมอย่างแรง ผมเจ็บจนกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหว เจ็บทั้งตัวและหัวใจ

จะเอาแบบนั้นก็ได้

ผมพูดเสียงสั่นๆกับเขา พี่มาร์คคลายมือออกจากแขนผมและถอยหลังออกไปนิดนึงแต่พี่มาร์คก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา

งั้นต่อไปนี้พี่มาร์คก็ไม่ต้องหาเงินเพื่อแบมแล้วนะ

...

พี่มาร์ค เราเลิกกันเถอะ

“…”

แบมไม่อยู่แล้วพี่มาร์คก็ ดูแลตัวเองด้วยนะ กินข้าวเยอะๆด้วยนะพี่มาร์ค

แล้วก็อย่านอนดึกมากล่ะ พี่มาร์คผอมลงจากเมื่อก่อนเยอะเลยนะ

เรื่องวันนี้แบมจะไม่เก็บเอาไปคิดมาก แบมจะคิดว่าเราสองคน เดินมาไกลได้แค่นี้แหละ

พี่มาร์คไม่ต้องรู้สึกผิดหรอกนะ แบมไม่เคยโกรธพี่เลยสักครั้งไม่ว่าจะเรื่องอะไร

จำไว้นะพี่มาร์คที่แบมเลือกที่จะเดินออกมาจากชีวิตพี่ในวันนี้ ไม่ใช่เพราะแบมมีคนอื่นหรือว่าหมดรักพี่มาร์คหรอกนะ แบมยังรักพี่มาร์คเหมือนเดิมและมันไม่เคยลดลง แต่แบมอยากให้พี่มาร์คเข้าใจว่าที่แบมเลือกทำแบบนี้เพราะว่าแบมไม่ไหวแล้ว แบมไม่อยากทนอยู่กับความรู้สึกแบบนี้อีกแล้ว แบมไม่อยากเกลียดพี่มาร์คนะและก็ไม่เคยคิดที่จะมีความรู้สึกแบบนั้นด้วย

ผมเดินเข้าไปหาพี่มาร์ค ยกมือลูบแก้มของเขาเบาๆ เขย่งปลายเท้าขึ้นประทับจูบลงไปที่ริมฝีปากอีกคนแผ่วเบาแล้วผละออกไปเก็บของบางส่วน

ผมเก็บของลงกระเป๋าเสร็จเดินออกมาจากห้อง พี่มาร์คไม่ได้กลับไปนั่งทำงานต่อ เขานั่งลงที่โซฟาเหม่อมองออกไปอย่างไม่รู้จุดหมายนิ่งๆ ผมเดินเข้าไปนั่งคุกเข่าลงที่พื้นตรงหน้าของคนที่ผมรักผมถึงเห็นว่าพี่มาร์คร้องไห้ ผมไม่ค่อยได้เห็นน้ำตาของพี่มาร์คบ่อยนักและทุกครั้งที่ผมเห็นผมก็จะต้องร้องตามทุกครั้ง ครั้งนี้ก็เหมือนกัน ผมเลื่อนมือไปกุมมือใหญ่ที่วางอยู่ที่ตัก ประทับรอยจูบลงไปที่หลังมือเบาๆแล้วลุกขึ้นค่อยๆเดินห่างจากที่ตรงนั้นไปเรื่อยๆ ผมหยุดยืนอยู่หน้าประตูสองมือผมกำสายกระเป๋าเป้ที่ผมสะพายอยู่แน่นจนเจ็บไปหมด

ของที่เหลือเดี๋ยวแบมให้พี่แจบอมพามาขนย้ายออกไปให้นะ

ผมกวาดสายตามองไปรอบๆห้อง พี่มาร์คลุกขึ้นเดินเข้ามาหาผม แล้วดึงผมเข้าไปกอดไว้แน่น ผมยกแขนกอดเขาตอบพร้อมกับลูบหลังเขาเบาๆ

ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้วะแบม

พี่มาร์คถามผมเสียงอู้อี้เพราะเขาซุกหน้าอยู่ที่คอผม ผมรู้สึกถึงความเปียกชื้นของน้ำตาอีกคนน้ำตาของผมจากที่มันเพิ่งหยุดไหลไปก็ไหลออกมาอีกครั้ง

แบมก็ไม่รู้ พี่มาร์คอย่าโทษตัวเองนะพี่มาร์คไม่ผิดเลย พี่มาร์คทำดีแล้วแต่แบมผิดเองที่แบมทนรับมันไม่ไหว แบมขอโทษนะ ขอโทษที่อยู่ข้างๆพี่ไม่ได้อีกแล้ว

พี่มาร์คกอดผมแน่นขึ้นไปอีกเมื่อผมพูดประโยคนั้น ผมยกมือขึ้นดันอกพี่มาร์คออกเบาๆซึ่งอีกคนก็ผละออกอย่างง่ายดาย ผมเงยหน้ามองพี่มาร์คและส่งยิ้มให้เขาทั้งที่น้ำตากำลังไหลอยู่ ยกมือเช็ดน้ำตาออกจากแก้มของพี่มาร์คอีกครั้งและผมก็รีบหันหลังกลับไปที่ประตูเปิดประตูและเดินออกจากห้องไป

พี่มาร์ค แบม ไปแล้วนะ

“…”

โชคดีนะพี่มาร์ค

ผมหยุดอยู่ที่ประตูและพูดประโยคนั้นออกมาทั้งที่ในใจมันจะพังทลายอยู่แล้ว ผมรีบปิดประตูแล้วลงออกไปอย่ารวดเร็วโดยไม่ได้หันหลังกลับไปมอง

ปัจจุบัน.

หลังจากวันนั้นผมก็ไม่ได้กลับไปเอาของที่ห้องพี่มาร์คตามที่บอกกับเขา ผมยังไม่เข้มแข็งมากพอที่จะกลับไปเจอกับเขาในช่วงนี้ แต่พี่แจบอมบอกกับผมว่าให้รีบไปเก็บของออกมาให้หมดปล่อยไว้นานกว่านี้ไปเจอกันความตั้งใจของผมทั้งหมดมันอาจจะพังคลืนลงมา ผมจึงเลือกที่จะเชื่อพี่ชายตัวเองและก็จะไปเก็บของทั้งหมดวันนี้โดยมียองแจไปด้วยอีกคน

พอถึงที่คอนโดผมคิดว่าพี่มาร์คอาจจะยังไม่กลับมาเพราะตั้งแต่ได้ตำแหน่งใหม่พี่มาร์คจะกลับช้ากว่าเดิมหนึ่งชั่วโมง

ผมใช้กุญแจที่ยังไม่ได้คืนให้กับเจ้าของไขเข้าประตูไป พี่มาร์คไม่อยู่จริงๆด้วย พวกผมช่วยกันขนของออกมาจากห้องไม่นานก็ครบหมดทุกชิ้น จริงๆแล้วของของผมไม่ค่อยมีอะไรมากส่วนมากก็จะเป็นของพี่มาร์ค ผมเดินเอากุญแจไปแขวนไว้ที่เดิมของมันและเดินออกจากห้องช้า พี่แจบอมกับยองแจมองหน้ากันแล้วยิ้มแห้งๆใส่ผม

ทั้งสองคนพาผมออกจากคอนโดทันทีที่ลงมาถึงจังหวะที่รถของผมกำลังเคลื่อนตัวออกจากคอนโด รถพี่มาร์คก็สวนเข้าไปทันที

เขาจอดรถไว้ที่หน้าคอนโดแล้วลงมาจากรถ ผมเห็นพี่มาร์คยืนมองรถผมไม่ละสายตาจนรถผมเคลื่อนตัวพ้นเขตของคอนโดผมก็หันหน้ากลับเข้ามาในรถเหมือนเดิม ผมนั่งเงียบไม่ได้คุยกะไรกับใครถึงพี่แจบอมกับยองแจจะชวนคุยผมก็เลือกที่จะไม่ตอบนั่งเหม่อมองออกไปที่หน้าต่างอย่างเดียว

มันจบแล้วจริงๆสินะเรื่องระหว่างผมกับพี่มาร์คมันไม่มีอีกแล้ว

End ????

แสดงเพิ่มเติม

รีวิว (0)

เรื่องนี้ยังไม่มีรีวิว