บุคคลในภาพเไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับนิยายเรื่องนี้
บทนำ
ผมไม่ได้กลับมาที่ร้านกาแฟร้านโปรดซะนานเพราะมัวแต่ไปเที่ยวต่างประเทศช่วงปีใหม่ ก็มันน่าเบื่อไหมล่ะ กรุงเทพช่วงปีใหม่ร้อนจะตาย คนกรุงแทบไม่เคยได้สัมผัสอากาศหนาวเลยอย่างมากก็แค่รู้สึกเย็นๆ วันสองวันแล้วก็ร้อนตับแตกเหมือนเดิม ผมจึงชอบนัดก๊วนเพื่อนๆ ที่รู้จักกันไปเที่ยวต่างประเทศช่วงนี้ ไปทีก็ไปกันเป็นเดือนๆหนนี้ไปไกลถึงฟินแลนด์ ประเทศในฝันอีกประเทศหนึ่งที่ผมเพิ่งมีโอกาสได้ไปไม่ผิดหวังกับความหนาวสุดขั้วหัวใจและความสวยงามของประเทศนี้เลย คงได้ไปอีกแน่นอน
ช่วงนี้คนเริ่มกลับมาทำงานกันบ้างแล้ว แต่ยังออกมาข้างนอกกันน้อยอยู่ตามปกติของต้นเดือนมกราคม ลูกค้าที่เข้ามาที่ร้านกาแฟจึงค่อนข้างบางตา แต่ก็ไม่ถึงกับโหรงเหรงยี่ห้อเฟรนไชส์ชื่อดังของร้านนี้ยังพอดึงดูดขาประจำและคนใหม่ๆ ให้แวะเวียนเข้ามาได้เรื่อยๆ ถ้าเป็นร้านกาแฟธรรมดาทั่วไปคงลำบากหน่อยที่ต้องขาดรายได้ช่วงนี้ไปพอสมควร
ผมยืนต่อคิวกับลูกค้าคนอื่นๆ เพื่อที่จะซื้อกาแฟอเมริกาโน่และแซนด์วิชแฮมชีสสไตล์ฝรั่งเศสของโปรด ขณะที่ดูมองดูเมนูและอาหารเพลินๆ สายตาของผมพลันมาหยุดที่ชายหนุ่มคนหนึ่ง อายุรุ่นๆ ผมนี่แหละ ผมไม่เคยเห็นมาก่อนเลยจึงเดาว่าคงเป็นพนักงานใหม่ มาที่นี่บ่อยจึงจำหน้าพนักงานได้เกือบทุกคน ท่าทางพนักงานคนนี้ดูกระฉับกระเฉงและเป็นมิตรกับลูกค้ามากทีเดียว แต่ผมไม่ได้สนใจมากนักหรอก เพราะถ้าผมเกิดสนใจผู้ชายขึ้นมาคงแปลกเต็มที จึงดูเมนูและอาหารอื่นๆ ที่อยากลองสั่งมากินดูบ้าง แต่คิดว่าคงไม่พ้นสั่งอย่างเดิมตามเคย
พอถึงคิวผม พนักงานคนใหม่ยิ้มทักทายอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเอ่ยปากถาม
"รับอะไรดีครับ"
เชื่อไหมครับว่าผมไม่ได้ยินคำถามของพนักงานหนุ่มคนนั้นเลย เพราะมัวแต่ตกตะลึงจังงังกับบางอย่าง
ผู้ชายคนนี้มี "เขี้ยวเสน่ห์"!!!
ผมเผลอมองสองเขี้ยวเล็กๆ ที่โผล่พ้นไรฟันออกมาพร้อมกับรอยยิ้มอย่างหลงใหล หนุ่มร่างเกือบเล็กผิวเกือบขาวคนนั้นถามผมซ้ำๆ อยู่สองสามรอบ แต่ผมกลับไม่ได้ยินเลยจนกระทั่งคนที่ยืนต่อคิวข้างหลังต้องเอานิ้วมาสะกิดที่ไหล่ผมเบาๆ นั่นแหละถึงได้รู้ตัว ผมได้ยินเสียงคนหัวเราะคิกคักข้างหลังผมด้วย คงจะขำที่ผมยืนเหม่อจนใครเรียกก็ไม่ได้ยิน
"จะรับอะไรดีครับ"
"อ้อ เอ่อ...ทอล ไอซ์ อเมริกาโน่ แล้วก็แซนด์วิชแฮมชีสสไตล์ฝรั่งเศสครับ"
ผมรีบบอกไปอย่างตะกุกตะกัก รู้สึกอายมากทีเดียวเพราะไม่รู้ว่าคนอื่นๆ คิดยังไงบ้าง หนุ่มเขี้ยวเสน่ห์ยิ้มแล้วขำเบาๆ ผมยิ่งต้องกุมขมับอีกรอบเพราะดันรู้สึกว่า...
น่ารักอ้ะ!!!
ตอนอยู่มอต้น ผมเคยเจอสาวน้อยเขี้ยวเสน่ห์คนหนึ่งโดยบังเอิญแถวๆ สยาม ผมจำได้ว่าตัวเองตกตะลึงมองเธอตาค้างเพราะไม่เคยคิดมาก่อนว่าสาวมีเขี้ยวน่ารักขนาดนี้ พอรู้ตัวอีกทีก็พบว่าเธอเดินหายไปซะแล้ว ผมพยายามวิ่งตามไปแต่กลับไม่เจอเธอเลย
ตั้งแต่นั้นมาผมจึงตั้งใจแน่วแน่ว่าถ้าจะมีแฟน แฟนของผมต้องเป็นสาวมีเขี้ยวเสน่ห์เท่านั้น แต่เชื่อไหมครับ หลังจากนั้นผมไม่เคยเจอสาวไหนมีเขี้ยวเสน่ห์อย่างเธอคนนั้นอีกเลย จึงทำให้ผมไม่มีแฟนจนอายุจะยี่สิบห้าอยู่แล้ว ใครๆ ก็ชักสงสัยว่าผมเป็นเกย์หรือเปล่า โดยเฉพาะเพื่อนๆ มักถามผมบ่อยๆ เพราะไม่เคยเห็นผมจีบใครเลยตั้งแต่นั้น หน้าตาก็ดี ฐานะก็พอใช้ได้ เรียนหนังสือก็โอเค งานการก็ดี ดูเพียบพร้อมพอสมควร ผมจึงได้แต่บอกพวกเพื่อนๆ ไปเหมือนกับท่องสคริปต์แทบทุกครั้งว่า
"กูรอสาวเขี้ยวเสน่ห์คนนั้นอยู่เว้ย"
ผมฝังใจเรื่องอยากมีแฟนเป็นสาวเขี้ยวเสน่ห์มาก รอมาเป็นสิบปี คงไม่ต้องบอกว่าฝังใจแค่ไหน แต่ฟ้าดินกลับไม่เคยเห็นใจคนโสดที่อยู่คนเดียวๆ เหงาๆ มาตั้งหลายปีอย่างผมเลย
"มาใหม่เหรอครับ ไม่เคยเห็นเลย" ผมถามขณะที่ชายหนุ่มคนนั้นกำลังคิดราคาให้ผมอยู่
"ครับ" เงยหน้ามาตอบแล้วก็บอกจำนวนเงินที่ผมต้องจ่าย
ผมหยิบเงินจากกระเป๋าสตางค์จ่ายไปแล้วถามต่อ
"ชื่ออะไรเหรอครับ พอดีผมมากินที่นี่บ่อยๆ จะได้รู้จักไว้"
"คานินครับ" ชายหนุ่มตรงหน้าตอบอย่างไม่ลังเลแล้วส่งเงินทอนและใบเสร็จให้ ยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยว
"อ้อ ผมชื่อเป็งนะครับ" ผมบอกชื่อตัวเองไปพลางยิ้มเขิน
"ครับ รอสักครู่นะครับ"
"ครับ"
คนผิวไม่ถึงกับขาวยิ้มบางๆ ให้ก่อนจะเดินไปเตรียมกาแฟและอาหารตามที่ผมสั่ง แม้จะรู้ว่ายิ้มตามมารยาทการบริการ แต่ผมกลับแพ้เขี้ยวมหาเสน่ห์ของหนุ่มคนนี้จนใจสั่นเต้นรัวซะแล้ว
ปกติผมไม่เคยถามชื่อพนักงานคนไหนที่นี่เลย แค่จำหน้าได้ก็พอให้พูดคุยกันได้แล้ว พนักงานที่นี่จำผมได้เพราะผมมาสองสามครั้งต่อสัปดาห์เป็นประจำเนื่องจากอยู่ใกล้คอนโด
ช่างน่าแปลกเหลือเกิน ผมรอสาวมีเขี้ยวเสน่ห์มาตั้งหลายปีแต่กลับไม่เคยเจออีกเลย ดันมาเจอกับหนุ่มหน้าคม ดูขยัน รูปร่างพอเหมาะ ยิ้มหวานแถมยังมีเขี้ยวเสน่ห์คนนี้แทน ตั้งแต่เกิดมา ยังไม่เคยมีใครทำให้ผมตกตะลึงจนเกิดเหตุการณ์น่าขายหน้าอย่างเมื่อกี้ได้เลย
อย่าบอกนะว่าผมกำลังสนใจหนุ่ม "คานินเขี้ยวมหาเสน่ห์" คนนี้เข้าให้แล้ว!?
So Random!!!
Youtube
นิยายผม -> ไม่เกาหลี ไม่ฉูดฉาด ไม่เซ็กเว่อร์ แต่...ละมุนละไม โรแมนติก ซาบซึ้ง ดราม่า มีความสุข สดใส ให้สาระและแง่คิดและตลกเป็นบางครั้ง That's Life!
