บทนำ
JK pub
00:05
“โว้ววว~” ฉันกระโดดขึ้นไปบนเวทีพลางเต้นท่าที่ฮิตๆ กันในสมัยนี้ ท่าไรนะ ช่างเถอะ เอาเป็นว่าคืนนี้สนุกกว่าทุกคืนด้วยซ้ำ >\\\<
เปาะแปะๆ~
เมื่อเพลงจบทุกคนก็ตบมือให้ฉัน ฉันกระโดดเด้งดึ๋งลงจากเวทีพลางเดินแบบมาด
นางแบบไปที่โต๊ะที่แก๊งเพื่อนๆ ฉันสี่ห้าคนที่กำลังตบมือให้เหมือนกะคนในผับ
ระหว่างทางฉันแอบเห็นผู้ชายคนนึงยกแก้วขึ้นเพื่อชวนดริ้งค์ด้วยล่ะ
“โอ๊ยต๊ายตาย หล่อนนี้มันเก่งสุดยอดไปเลย เริ่ดมาก” เพื่อนสาวคนสนิทของฉันนามว่า ‘เรดาร์’ เอ่ยชม ในขณะที่ฉันเดินมาที่โต๊ะของพวกเรา
“ฉันต้องใช้เวลาเป็นสหัสวรรตเลยมั้งถึงจะกล้าทำอะไรแบบนั้น -0-” ยัยเจนี่เพื่อนอีกคนในกลุ่มเอ่ยขึ้นบ้าง
“พอๆ มาชนกันดีกว่า” ฉันพูดพลางยกแก้วของตัวเองขึ้น
“เชียร์ส” พวกเราชนแก้วกันและยกขึ้นดื่มรวดเดียวหมด ฉันว่าฉันเริ่มมึนๆ แล้วล่ะ นี่มันแก้วที่สิบเจ็ดละ *0*
“ฉันว่าฉันกลับก่อนดีกว่า”
“เฮ้ยๆๆ จะรีบไปไหนยะ อยู่ดริ้งค์กันก่อนดิเว้ย” ยัยเจนี่ลบเล้า
“ไม่ไหววะแก เดี๋ยวป๊าม๊าด่า”
“เออๆ กลับบ้านดีๆ ละ”
“ย่ะ บายนะจ้ะทุกคน” ฉันพูดจบก็เดินจ้ำอ้าวตรงไปที่ประตูทางออกทันที เพราะป๊าม๊ากำหนดเดดไลน์ไว้ที่ตีหนึ่งเป๊ะ ตอนนี้กี่โมงกี่ยามแล้วเนี้ย
ฉันยกนาฬิกาข้อมือมาดูก็พบว่า
00:50 !!!!!
กรี๊ด! เหลืออีกสิบนาที ทันไม่ทันก็ต้องทันแล้วทีนี้
ฉันรีบโบกแท็กซี่และบอกพี่คนขับเหยียบคันเร่งสุดไปเลย
บ้าน
01:00
เฮ้อ ทันจนได้ -0-
เอ๊ะ ทำไมบ้านมืดจัง แสดงว่าป๊าม๊าหลับแล้วแหงๆ รู้งี้ฉันรอกลับพร้อมยัยเจนี่แล้วก็จบ ฮึ่ย!
ฉันอัญเชิญวิญญานนางแมวมาประทับร่าง พยายามเดินให้เบาเท้าที่สุด -0-
กริ๊ก~
ประตูไม่ได้ล็อกนี่นา ปกติฉันปีนเข้าทางหน้าต่างตลอด
ฟุ่บ
จู่ๆ ไฟห้องรับแขกก็สว่างเจิ่ดจ้าสว่างแบบโชติช่วง -0- และที่นั่งอยู่กลางบ้านก็คือป๊าม๊าสุดที่รักของฉันนั้นเอง
จะรอดอยู่แล้วเชียว -*-
“ตีหนึ่งเป๊ะค่ะป๊าม๊า ><”
“แน่ใจ๊ ?” ม๊าถามเสียงสูง
“จริงค่ะม๊า ดูได้” ฉันโชว์นาฬิกาให้ป๊าม๊าดู เพื่อเป็นหลักฐานยื่นยันว่าฉันกลับมาทัน!!!!
“สงสัยว่านาฬิกาหนูคงจะเจ้งไปแล้วล่ะ เพราะเวลาที่ประเทศไทยตอนนี้คือตีสองครึ่ง!” ม๊าพยักพเยิดไปทางนาฬิกาเรือนใหญ่ที่พนังบ้าน
ตีสองครึ่งจริงด้วย!!
โอ๊ย!! ฉันล่ะอยากเขวี้ยงนาฬิกาเรือนนี้ทิ้งจริงๆ เลย ถ้ามันตรงฉันคงไม่เสนอหน้าขึ้นไปเต้นบนเวทีและกลับบ้านแล้วล่ะ TOT
“แฮ่ะๆ จริงหรอป๊า” ฉันถามป๊าที่เงียบอยู่นาน
“ว้าแย่จัง วันนี้ง่วงชะมัดเลย หนูขอตัวขึ้นไปอาบน้ำนอนก่อนนะคะ หาว~” ใส่เอฟเฟกต์หาวด้วยเพื่อให้รู้ว่าง่วงมาก
นาทีนี้เอาตัวรอดไว้ก่อน -0-
“เดี๋ยวก่อน มาเคลียร์กันก่อนค่ะคุณลูกกกก~”
“แต่หนูง่วงนี่คะ *0*” ฉันทำตาเบลอๆ
“ไม่ต้องเลย มานั่ว ป๊าม๊าตัดสินใจละ” ม๊าทำหน้าจริงจัง
“ว่า?” ลุ้นวุ้ย ถ้าม๊าป๊าส่งไปบวชขีพรามห์ตลอดซัมเมอร์นี้นะ มีหวังฉันเซอร์ไพรส์หัวถิ่มพื้นแน่ๆ -0-
“ป๊าจะส่งหนูไป ‘ค่ายเยาวชนไทยหัวใจสิง’ยังไงล่ะจ้ะ ^^” ป๊ายิ้มโรคจิตก่อนจะกล่าวต่อ “พร้อมบัดดี้…”
“บัดดี้ ใครหรอคะ ?”
“เฮียแท้นซ์ไงจ้ะ ^^”
“!!!!!”
“มันน่าสนุกไปเลยไม่ใช่หรอลูก >\\< ” น่าสนุกกับผีกระสือน่ะสิ ถ้าไม่มี ‘เฮียแท้นซ์’ไปด้วยน่ะนะ!!!
“แต่….”
“ลูกไม่มีสิทธิปฏิเสธหรืออุธรณ์ใดๆ ทั้งนั้น ถ้าขัดคำสั่งป๊าม๊าละก็...เราจะตัดบัตรเครดิตลูกออก” กรี๊ดดดด! ไม่นะ เงินมันเปรียบเสมือนชีวิตฉันเลยนะ เพราะชีวิตฉัน ขาดเธอไม่ด้ายยย~(ร้องเพลงเพื่อ)
“หนูคงไม่มีสิทธิปฏิเสธจริงๆ หรอคะ”
“แน่นอนที่สุดจ้ะ”
“แต่ไม่ไปกับเฮีแท้นซ์ได้มั้ยม๊า เอาเป็นยัยเจนี่เพื่อนหนูไปแทนได้มั้ย YOY”
“ไม่ได้! ม๊าตกลงกับแม่เฮียแท้นซ์ไว้แล้วว่าจะส่งหนูทั้งสองไปเข้าค่ายด้วยกันในรูปแบบบัดดี้ ไม่อยากให้พวกหนูใช้ชีวิตไร้สาระไปวันๆ ไปเข้าค่ายจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด” ตรงไหนหรอม๊าขา -0&
“หนูรู้ว่าเฮียแท้นซ์คงไม่มาหรอกค่ะ เฮียดื้อจะตายไป ตอนเด็กๆ หนูห้ามเฮียไม่ให้ลองชิมน้ำปลาร้าเฮียดื้นดันดื่มจนได้ ฮ่าๆๆ”
“อะไรนะ ?”
“เอ่อ...เปล่าค่ะม๊า” อุ๊ปส์ หลุดความลับออกมาจนได้ ขอโทษด้วยนะคะเฮียแท้นซ์ คิกๆ >\\\\<
“เกรงว่าจะไม่นะลูกรัก พอเฮียแท้นซ์ได้ข่าวว่าลูกจะไปเข้าค่ายเฮียเขาก็ตกปากรับคำอย่างเร็วเลยทีเดียว แถมยังอาสาอีกนะว่าจะเป็นผู้คุมความประพฤติลูกอีกด้วย”
“ผู้คุม -*-”
“ออกเดินทางพรุ่งนี้นะคะลูก ม๊าเก็บของไว้ให้ละ ไปพ่อ เคลียร์เสร็จละ” แม่ลุกจากโซฟาพลางปลุกพ่อที่หลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้!
ฉันคงไม่มีสิทธิมีเสียงปฏิเสธอะไรใช่มั้ย ได้แต่ก้มหน้ายอมรับชะตากรรมสินะ -0-
หวังว่าเฮียแท้นซ์คงจะไม่ถือสาหาความสมัยเด็กๆ ที่ฉันไปสร้างวีรกรรมมากมายไว้กับเฮียและมาเช็กบิลทีเดียวตลอดซัมเมอร์นี้นะ
ชักไม่สนุกแล้วสิ TOT
