อินทรีหิมาลัย ตอนที่ ๕
0
ตอน
141
เข้าชม
8
ถูกใจ
1
ความคิดเห็น
0
เพิ่มลงคลัง

อินทรีหิมาลัย

ยอด เดชา

ใช่ ข้าลงมานี่แค่ไม่กี่ก้าวกระโดดเท่านั้น เราไม่จำเป็นต้องรบกวนม้ามันเลย

แต่ข้าไม่มีวิชาลังโกม

หญิงสาวส่ายหน้า

ก็ข้าบอกแล้วว่าจะพาเจ้าขึ้นไป

หญิงสาวชายตามองหน้าชายหนุ่ม

ไปยังไง

อุ้ม

อุ๊ย ข้าหนักนะ

หญิงสาวร้องด้วยความรู้สึกขวยเขิน

จะซักเท่าไหร่เชียว ขนาดลูกจามรีไม่สบายข้ายังอุ้มมันได้ แล้วตัวเจ้าแค่นี้ ข้าไม่เห็นจะต้องกลัวอะไร อุ้มพาเจ้า ขึ้นไปบนยอดเขาไม่กี่สิบก้าวก็ถึงแล้ว

โลลุกะรู้ว่าเขาทำได้ เนื่องจาก ดอร์จีสำเร็จวิชาลังโกมชั้นสูง สามารถกระโดดไปได้หลายสิบก้าวในแต่ละครั้ง แต่เธอก็แสร้งทรมานหัวใจเขาเล่นๆ

ไม่เห็นอยากขึ้นไปเลย

ทำไมล่ะ ไหนเจ้าบอกว่าอยากจะขึ้นไปแล้ว

ข้าเปลี่ยนใจแล้ว บนนั้นจะมีอะไรน่าดู นอกจากหิมะขาวโพลนไปหมด

ข้าพูดจริงๆโลลุกะ ตอนนี้ อากาศอุ่นขึ้นมาหลายวันแล้ว  บนเทือกเขาฝั่งโน้น สะพรั่งไปด้วยดอกอาซาเลียจริงๆ ข้าอยากให้เจ้าได้เห็น บางทีข้าจะได้เก็บอาซาเลียสีชมพูฝากเจ้าด้วย

หญิงสาวยังคงแสร้งลังเลอยู่ ไม่ขยับลงจากหลังม้า

ลงมาซี่ โลลุกะ

ดอร์จีเคลื่อนตัวเข้าไปยืนอยู่ข้างๆ ยื่นแขนสองข้างออกไปรับร่างหญิงสาวที่เบี่ยงตัวลงจากหลังม้าอย่างเต็มใจ

ตัวข้าหนักไหม

เบาแค่นี้ ข้าไม่ให้เจ้าต้องเหยียบพื้นดินหรอก โลลุกะ

ข้าเชื่อ แต่ถ้าพ่อข้ารู้ว่า ข้าแอบหนีมาพบท่าน ข้าคงไม่พ้นต้องถูกลงโทษ

สีหน้าของดอร์จีสลดลงนิดหนึ่ง ความรักของคนทั้งสอง แม้รับรู้กันในหมู่คนสนิท แต่ครอบครัวของเธอไม่ยอมรับ โดยเฉพาะพ่อของเธอ

พ่อของเจ้าเข้าเมืองไม่ใช่รึ

ใช่ พ่อกับพี่ข้าเข้าเมืองไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว

ไปกับซัมโป

ดอร์จีคาดเดา

หญิงสาวหลบสายตามองไปอีกทาง ก่อนจะแก้ตัวให้ผู้กำเนิดเสียงแผ่ว

เขามารับ ข้าล่ะเกลียดนัก คนชอบใช้อำนาจบาตรใหญ่

แต่พ่อเจ้าชอบ เพราะซัมโปมันเป็นคนสนิทของผู้ปกครองชาวจีน

นั่นแหละ ข้าถึงเกลียด

แต่พ่อกับพี่เจ้าชอบ

ดอร์จีเอ่ยเบาๆอย่างคนเลื่อนลอย

พ่อก็เป็นยังงั้นเอง ท่านอย่าคิดมากเลย ไหนว่าจะพาข้าขึ้นยอดเขาไปดูดอกอาซาเลียไงล่ะ สีชมพูคงสะพรั่งไปทั้งขุนเขาแล้ว

ใช่ สวยมาก แต่ว่า แหม  ข้าชักหมดแรงแล้วซี

หญิงสาวหัวเราะ

ก็ใครใช้ให้ท่านอุ้มข้าเอาไว้ตั้งนานยังงี้ล่ะ บอกแล้วว่าข้าตัวหนัก

ไม่น่าเชื่อเลย ปีกลายตัวท่านเบากว่านี้ตั้งเยอะ

ปีกลายกับปีนี้ห่างกันตั้งปี ปีหน้าข้าก็ต้องหนักกว่านี้อีก

แล้วข้าจะคอยดู ถ้าปีหน้าได้อุ้มอีก ข้าถึงจะบอกได้ว่าเจ้าหนักขึ้นกว่าปีนี้

ฮึ ไม่มีทางเสียล่ะ ปีนี้ท่านหลอกข้ามาดอก ข้าถึงยอมให้ท่านอุ้ม

โถ แล้วปีหน้าจะให้ใครอุ้มล่ะ หรือว่าซัมโป

น้ำเสียงของดอร์จีห้วนอย่างมีอารมณ์

อย่าพูดถึงเขาอีกเลย รีบพาข้าขึ้นไปเถอะ

ได้เลย ว่าแต่ ข้าขอจูบเจ้าพอให้คลายหนักก่อนได้ไหม

มะ...

หญิงสาวอ้าปากจะปฏิเสธ แต่กลับถูกริมฝีปากหนา และร้อนเร่าบดขยี้ลงมาอย่างรวดเร็ว

ดอร์จีจูบหญิงคนรักอย่างดูดดื่ม ก่อนจะถอนริมฝีปากออกมา แล้วทั้งสองก็สบสายตากันอยู่อีกครู่หนึ่ง ชายหนุ่มจึงถอนหายใจ

ปากของเจ้าก็ยังหวานหอมนุ่มนวลเหมือนเดิม

ขอให้ท่านคิดและพูดยังงี้ตลอดไปเถอะ

ไม่มีสิ่งใดจะมาเปลี่ยนใจข้าได้หรอก ถึงร้อยปีพันปีข้าก็จะพูดคำนี้ตลอดไป

ข้าจะพยายามเชื่อ

อ้าว ทำไมต้องพยายามด้วยล่ะ

โลลุกะหัวเราะ

ก็ใครจะเชื่อได้ ในเมื่อท่านไม่พูดความจริง

ความจริง

ดอร์จีทำสีหน้าจริงจัง

นี่คือความจริงอย่างที่สุดแล้ว มีส่วนไหนบ้างที่ไม่ใช่ความจริง

หญิงสาวถอนใจ

ก็ร้อยปีพันปีไงล่ะ ข้ากับท่านจะมีชีวิตยืนยาวอยู่ถึงวันนั้นรึ

ร่างกายของเราอาจดับสูญ แต่ความรักของเราจะยั่งยืนยิ่งกว่านั้นเสียอีก

โลลุกะจ้องหน้าชายคนรักอยู่นาน ในที่สุด เธอก็เหนี่ยวคอของเขา เผยอหน้าขึ้นไปจูบเขาด้วยความรัก

โลลุกกะรักท่านเหลือเกิน

ข้าก็เหมือนกัน

แล้วสองหนุ่มสาวก็เวียนวนจูบกันอยู่อีกครู่หนึ่ง หญิงสาวจึงถอนริมฝีปากออกมาพร้อมกับหอบหายใจจนทรวงสะท้อน

พอเถอะจ้ะ เดี๋ยวดอกอาซาเลียจะโรยเสียก่อน ตอนนี้ ท่านจะพาข้าขึ้นไปบนโน้นได้รึยัง

ไปสิ เจ้ากอดคอข้าไว้ให้ดีก็แล้วกัน เดี๋ยวจะพลัดตกลงไปในหุบหิมะนั่น

หญิงสาวกอดคอชายหนุ่มเอาไว้แน่น หลับตาลงด้วยความสุขใจ ในขณะที่ดอร์จีทะยานขึ้นไปสู่ยอดเขาด้วยวิชาลังโกมที่ฝึกฝนมาอย่างดีเยี่ยม

อึดใจต่อมา ดอร์จีจึงวางร่างของโลลุกะลงบนสันเขาที่เยือกเย็น ก่อนกระซิบบอกที่ข้างหู

ลืมตาขึ้นเถอะ โลลุกะ

ถึงแล้วรึ

อือ ถึงแล้ว

หญิงสาวค่อยๆลืมตาขึ้น และแล้วเธอก็ต้องเบิกตาโพลงด้วยความตื่นเต้น เทือกเขาเบื้องหน้า สะพรั่งไปด้วยสีชมพู ดอกอาซาเลียผลิบาน หลังจากถูกปกคลุมด้วยหิมะมาแรมเดือน

มันไม่ต่างจากสรวงสวรรค์ ที่ผู้คนใฝ่ฝันถึง แม้แต่เธอเองซึ่งเกิดที่นี่ อยู่ที่นี่มาตลอดยังอดตื่นเต้นกับภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าไม่ได้

สวยจังเลย ดอร์จี

ก็ข้าบอกแล้วว่ามันสวย ถ้าไม่ได้มาเห็นวันนี้ คงเสียดายแย่

ท่านคงมาแอบดูเอาไว้ก่อนแล้วใช่ไหม ดอร์จี

ใช่ ข้ามาดูดอกอาซาเลียเป็นการรำลึก

เสียงของชายหนุ่มแผ่วเบา และสั่นสะท้านจนโลลุกะอดใจหายไม่ได้

การรำลึก หมายความว่ายังไง

โลลุกะแหงนมองหน้าชายคนรักด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม

ก็อย่างที่ข้าบอกไปในหนังสือ

อ๋อ ใช่สิ แต่ในหนังสือ ท่านบอกว่าอยากพบข้าก่อนเดินทางไกล เรื่องนี้ใช่รึเปล่า

ดอร์จีพยักหน้าเนิบๆ

ใช่

ท่านจะไปไหนรึ

โลลุกะกระตุกแขนถาม

ชายหนุ่มไม่ตอบ แต่จับไหล่สองข้างของหญิงสาวให้หันหน้ามาตรงๆ แทงสายตาคมกล้าเข้าไปในดวงตาคู่นั้น

ฟังนะโลลุกะ เรื่องนี้มันทรมานหัวใจข้าเหลือเกิน มันเป็นเรื่องของชาติ ของศาสนาที่นิกายของเราหวังจะกอบกู้ให้ได้ เพื่อชาติของเราจะได้หลุดพ้นจากการยึดครองเสียที

ดอร์จี ชะงักคำพูดเอาไว้ จนหญิงสาวอดที่จะเร่งเร้าออกมาไม่ได้

เรื่องอะไร

ข้ากำลังจะเดินทางลงไปพื้นราบ

พื้นราบ

เธอเลิกคิ้วสูง

ท่านกำลังจะไปสู่ความตาย

เปล่า ข้าไปทำงาน

ดอร์จี อย่าไปเลย

หญิงสาวอ้อนวอน

ท่านก็รู้ว่า การลงไปสู่พื้นราบนั้นจะทำให้เราลำบาก ดูอย่างพวกที่เดินทางไปธรรมศาลาซี คนเหล่านั้นยังเจ็บป่วยกันไม่รู้เท่าไหร่ ทั้งที่ที่นั่น ไม่แตกต่างจากบนนี้เท่าไหร่

นี่ เป็นเรื่องจริงรึ

ใช่ ผู้ใหญ่เล่าให้ข้าฟัง มีคนเขาว่า เวลาเราลงไปยังพื้นราบปอดเราจะฉีกขาด หัวของเราจะถูกบีบ และเส้นเลือดจะแตก เลือดไหลออกจมูก ออกหู เชื่อข้าเถอะดอร์จี อย่าไปเลย

ดอร์จีไม่ตอบรับ หรือแสดงอาการใดๆออกมา แต่เมื่อเห็นชายคนรักยังคงนิ่งเฉยอยู่ยังงั้น หญิงสาวก็โน้มคอของเขาลงมา แล้วประทับจูบอย่างดูดดื่ม ต่อเมื่อถอนริมฝีปากออกมาแล้ว เสียงเอื้อนเอ่ยของเธอจึงดังขึ้น

นะดอร์จี ท่านอย่าไปเลยนะ เชื่อข้าเถอะ

เจ้าทำให้ข้าหนักใจ โลลุกะ

ทำไม ข้ารักท่าน ข้าจึงไม่อยากให้ท่านจากไปไหน โดยเฉพาะการลงไปสู่พื้นราบที่เราไม่คุ้นเคย

ดอร์จีนิ่งไปนาน ไม่มีใครพูดอะไรออกมา สายตาของคนทั้งคู่ ทอดไปยังขุนเขาที่สะพรั่งด้วยดอกอาซาเลีย ในขณะที่โสตสองข้างคอยสดับถ้อยคำของกันและกัน  ภายใต้ทรวงระทึก

ในที่สุดโลลุกะก็ทนไม่ไหว

ว่าไง ดอร์จี

คงไม่ได้หรอกโลลุกะ  ข้ารับปากกับท่านผู้ใหญ่เอาไว้แล้ว

ใคร ข้าจะไปขอร้องท่านเอง

อย่านะ โลลุกะ เดี๋ยวท่านจะเข้าใจผิดคิดว่าข้าขี้ขลาด

ก็ได้ ว่าแต่ท่านผู้ใหญ่ที่ว่า ใคร

ท่าน...เอ้อ

ดอร์จีลังเล แต่ยังไม่ทันที่ชื่อของดอนดรุบจะพ้นริมฝีปากออกมา สายตาของดอร์จีก็เหลือบเห็นเงาของคนสี่หรือห้าคนผ่านแวบทางหางตา ทุกคนล้วนแต่กระโดดแผล็วๆมาด้วยวิชาลังโกมทั้งสิ้น

มีคนมา

ดอร์จีกระซิบ ทั้งสองผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว พร้อมกันนั้น ร่างของชายคนหนึ่งก็โผนทะยานถึงตัวดอร์จีเสียแล้ว ตีนที่หุ้มด้วยหนังจามรีทิ่มพรวดมาก่อนเป็นอันดับแรก เป้าหมายคือทรวงอกล่ำสันของอินทรีหิมาลัย

วืด ด

เดชะบุญ มันพลาดไปอย่างไม่น่าเชื่อ  เมื่อดอร์จีผงะหงายหลัง เอนร่างเป็นสะพานโค้ง ไม่ต่างจากลำไผ่ที่คนดึงยอดในขณะที่โคนต้นยังปักดินอยู่

ตีนมหากาฬของชายนิรนาม ซึ่งปิดหน้าด้วยผ้าสีดำ ลอยวืดผ่านร่างเขาไปหวุดหวิด

โอ๊ว ว

เขาทำท่าจะหงายหลังลงฟาดพื้น แต่คนอย่างดอร์จีที่ผ่านการต่อสู้มาแล้วอย่างโชกโชน ผ่านการฝึกฝนวิชาลังโกมมาจนช่ำชอง มีรึจะเสียทีคนง่ายๆ ด้วยเหตุนี้ เขาจึงดีดร่างตีลังกาหลัง ม้วนตัวไปสามตลบด้วยลีลาที่คนสมัยใหม่เรียกยิมนาสติก

พอยืนตั้งหลักได้อย่างมั่นคง สายตาคมกริบของอินทรีก็แลเห็นร่างของพวกมันคนหนึ่งลอยมาพร้อมด้วยบาทาสกปรก

ดอร์จีเบี่ยงตัวออกข้างๆ หน่อยหนึ่ง พร้อมดีดเท้าหุ้มเกือกหนัง สวนขึ้นเต็มเหนี่ยว

ผัวะ ว

ตุ๊บ บ

อุ๊บ บ

หล่นโครมลงไปนอนบิดตัวเร่าๆอยู่บนพื้น

นั่นมาอีกแล้วสอง ดอร์จีทะยานขึ้นรับร่างของนักล่านิรนามเหล่านั้นด้วยวิชาลังโกม ที่คราวนี้พวกมันพุ่งมาพร้อมกันสองคน สะบัดตีนสองข้างเข้าใส่ร่างพวกมันพร้อมกัน

ผัวะ ว

ผาง ง

โครม ม

แสดงเพิ่มเติม

รีวิว (0)

เรื่องนี้ยังไม่มีรีวิว