บทที่ 1 (30%)
“ไร่ดวงตะวัน”
ได้รับการมาเยือนโดยการส่วนตัวจากท่านผู้ว่าราชการจังหวัดและคุณหญิง นั่นทำให้
‘
เด็ดเดี่ยว ราชบรรพต
’
เจ้าของไร่หนุ่มวัยสามสิบห้าปีแจ้นกลับมาบ้านพักเพื่อต้อนรับขับสู้พี่สาวและพี่เขยอย่างรวดเร็ว
เมื่อก้าวขึ้นบันไดเหยียบลงบนพื้นระเบียง หัวใจของชายหนุ่มก็วูบไหวเมื่อสายตาประสานกับเจ้าของดวงตากลมโตดำขลับที่โปรยยิ้มทักทายมาแต่ไกล
‘
ผลิตา อนันต์สิทธิ์
’‘
หนูผึ้ง
’
ของน้าเดี่ยวผุดลุกขึ้นยืนแทบจะโผเข้าไปไหว้แนบอกผึ่งผายที่ชะงักปลายเท้าลงเมื่อได้ยินเสียงใสๆ ร้องทัก
“น้าเดี่ยว
!
น้าเดี่ยวคะ คิดถึงจังเลยคะ”
สาวสวยเจ้าของร่างสะโอดสะองผิวขาวราวหยวกกล้วยฉีกยิ้มหวานๆ คว้าแขนเด็ดเดี่ยวมากอด เขาแทบอยากแกะมือน้อยๆ ของเจ้าหล่อนออก
“หนูผึ้ง...เอ่อ ปล่อยน้าก่อนครับ ขอไปสวัสดีคุณพ่อคุณแม่หนูผึ้งก่อน”
“แหม
!
เดินไปพร้อมผึ้งก็ได้นี่คะน้าเดี่ยว ไปค่ะ พ่อขา แม่ขา มาแล้วค่ะคุณน้าคนดีของหนู” สาวน้อยวัยเพิ่งจะย่างยี่สิบเอ็ดมาไม่กี่วันบอกเสียงเจื้อยแจ้ว ท่านผู้ว่าฯ กับภรรยารับไหว้เจ้าของไร่ ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบอย่างไม่ถือตัว
“สบายดีเหรอเดี่ยว งานยุ่งหรือไงไม่เห็นแวะไปเที่ยวที่บ้าน”
ผู้เป็นสามียกเครื่องดื่มเย็นๆ จิบ ส่วนภรรยาหันไปโปรยยิ้มบางๆ มองลูกสาวที่ทรุดตัวดึงน้าชายนั่งลงบนโซฟาตัวยาว
“ครับ ปวดหัวกับคนงาน เดี๋ยวเข้าเดี๋ยวออก เลยไม่มีโอกาสไปกราบท่านฯ”
“เมื่อไรจะเลิกเรียกทงท่านนี่สักทีนะ เราน่ะน้องชายเมียฉันนะ ทำเป็นคนอื่นตลอดเลยเดี่ยว”
“นั่นสิคะคุณพ่อขา น้าเดี่ยวเป็นน้าที่ผึ้งรักม้ากมาก เลี้ยงผึ้งมาตั้งแต่ตัวกระเปี๊ยก ถึงไม่ได้เป็นน้องแท้ๆ ของคุณแม่ แต่ผึ้งก็รักเหมือนน้าจริงๆไม่เห็นต้องเรียกซะเต็มยศขนาดนั้น”
ชายหนุ่มชำเลืองมองสาวน้อยข้างๆ ที่ยังไม่ยอมปล่อยมือจากแขนของเขา รู้สึกแปลกๆ กับความนุ่มนิ่มที่เสียดสีแผ่วๆ ถูกต้นแขน ลอบกลืนน้ำลายข้นๆ ลงคอ พยายามทำเป็นไม่สนใจสัมผัสจากคนข้างๆ
“ไม่รู้พี่จะหาเรื่องปวดหัวเพิ่มให้เดี่ยวหรือเปล่า”
“เอ่อ พี่ผาอย่าพูดอย่างนั้นสิครับ เรื่องแค่นี้เทียบกับที่พี่สองคนช่วยผมนี่ยังถือว่าเล็กน้อย”
ผานิตผู้มีศักดิ์เป็นผู้มีพระคุณ เป็นพี่สาวที่เด็ดเดี่ยวให้ความเคารพนับถือยิ้มอ่อน ได้ยินจากปากแล้วค่อยโล่งใจ อย่างน้อยการส่งลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนมาฝึกงานที่ไร่ก็ไม่ทำให้น้องชายถึงกับกุมขมับปวดหัวอย่างที่คิด
“ผมสั่งให้เด็กจัดห้องหับไว้ให้หลานหลายวันแล้วครับ แล้วเรื่องงานก็ไม่ต้องห่วง ไร่ผมก็เหมือนไร่พี่ทั้งสอง ผมไม่ให้หลานออกไปตากแดดตากลมแน่นอนครับ”
“เฮ้ย
!
ไม่ได้ๆ อย่างนั้นก็เอาเปรียบคนอื่นแย่ ดีแค่ไหนแล้วที่ได้มาฝึกกับเดี่ยว ไม่ต้องดิ้นรนหาที่ฝึกเหมือนเพื่อน ยังไงหลานก็ต้องทำทุกอย่างเหมือนคนงานในไร่ทำนะเดี่ยว จะมาเกรงใจว่าเป็นลูกสาวพี่มันไม่ถูก”
เด็ดเดี่ยวโต้แย้งผู้เป็นพี่เขยไม่ออก ตอนแรกที่ผานิตโทรมาขอให้ช่วยรับลูกสาวมาฝึกงานที่ไร่ นั่นก็ว่าคิดมากจนนอนไม่หลับแล้ว แต่พอมาเห็นคนที่จะมาทำงานด้วยหลังจากไม่เห็นกันมาเกือบปี มันยิ่งกว่าหนักใจเสียอีก
ผลิตาที่พบกันครั้งล่าสุดยังเป็นสาวสปอร์ตเกิร์ลแต่งตัวด้วยเสื้อผ้ามิดชิดอย่างทีเชิ้ตแขนยาวตัวหลวมโคร่งกับกางเกงวอล์มหน้าตาไม่แต่งเติม ปล่อยผิวเนียนๆ เป็นธรรมชาติ ต่างจากตอนนี้ราวกับเป็นผลิตาอีกคน
หญิงสาวที่กอดแขนเขายังไงก็ไม่มีทีท่าปล่อยคนนี้กลายเป็นสาวสวยเต็มตัวใบหน้าแต้มเครื่องสำอางปาดลิปสติกสีชมพูสด แก้มแดงระเรื่อ เผยผิวขาวเนียนอวดสายตาในชุดจั้มสูทคอปาดความยาวปิดแค่ต้นขา
“ผึ้งไหวนะคะ แต่น้าเดี่ยวต้องสอนกันตัวต่อตัวนะ ไม่งั้นเดี๋ยวทำอะไรผิด คนอื่นหัวเราะเยาะน้าเดี่ยวแย่เลยที่มีหลานสาวไม่เอาไหน ทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง”
เด็ดเดี่ยวเหล่หางตาเจ้าของเสียงอ้อนที่เผลอกระแซะมาเบียด เขาอยากขยับหนีกลิ่นหอมละมุนของคนพูดที่ลอยมาเตะจมูก หัวจิตหัวใจชักจะไหวเอนกับความนุ่มนิ่มที่แนบชิดต้นแขน
“เอ่อ เดี๋ยวผมสั่งคนจัดห้องให้นะครับ”
“ไม่ต้องๆ ค้างไม่ได้หรอกเดี่ยว พี่ต้องรีบกลับไปประชุมต่อ พี่สาวเราก็ติดรับเป็นประธานเปิดงานอะไรสักอย่าง”
“อะไรกันครับ ผมนึกว่าจะมาพักผ่อนด้วย”
“อาชีพนี้มีเวลาพักที่ไหนเดี่ยวน่าจะรู้ คนเขาเลือกเรามาทำงาน ก็ต้องทำให้สมกับที่ไว้ใจ ยังไงพี่ฝากหลานด้วยนะ ถ้าวันหยุดร้องจะกลับบ้านก็โทรไปแล้วกัน พี่จะได้ให้คนมารับ หรือถ้าดื้อไม่เชื่อฟัง ก็จัดการได้ตามเห็นสมควร อย่าลืมว่าตอนนี้หนูผึ้งอยู่นี่ในฐานะคนงานของเดี่ยวนะ อย่าตามใจกันให้เสียปกครอง”
“ถึงจะอย่างนั้นผมคงใจร้ายกับหนูผึ้งไม่ได้หรอกครับพี่ตรัส”
“นั่นไง คิดไม่ผิด ยังไงก็อย่าให้มากนัก หลานเสียคนหมด”
ท่านผู้ว่าฯ ปรามมาน้ำเสียงไม่จริงจัง แต่ผู้เป็นลูกสาวกลับค้อนขวับ ก่อนจะชม้ายตากลมๆ มองน้าเดี่ยว
“น้าเดี่ยวไม่ใจร้ายกับผึ้งหรอก ใช่มั้ยคะน้าเดี่ยวขา”
เด็ดเดี่ยวกลืนน้ำลายซ้ำเมื่อเจ้าหล่อนยื่นหน้ามาถามเสียใกล้ ลมหายใจจากจมูกเชิดรั้นเหมือนเด็กเอาแต่ใจเป่ารดแก้มสากไรหนวดเขียวครึ้ม อยากหนีอาการวูบวาบที่ก่อตัวเงียบๆ แต่ก็ทำไม่ได้เลยต้องข่มใจยิ้มตอบบางๆ
“สามสี่เดือนนี่พี่ต้องรบกวนหน่อยนะจ๊ะ เดี่ยวเข้าใจพี่ใช่มั้ยว่าทำไมถึงต้องทำอย่างนี้ พี่มองไม่เห็นใครจริงๆ จ้ะ เจ้าตัวก็ยืนยันว่าอยากทำงานในไร่ เพราะไม่ชอบงานนั่งโต๊ะในเมือง ครั้นจะไปฝากคนอื่นก็ไม่เหมือนเดี่ยว”
“พี่ผาไม่ต้องห่วงนะครับ หลานผม เอ่อ ผมก็รัก”
“เห็นมั้ยคะ บอกแล้วว่าน้าเดี่ยวรักผึ้ง ไม่มีทางจะปล่อยผึ้งไปทำที่ไหนหรอก คุณพ่อคุณแม่รีบไปเถอะค่ะ เดี๋ยวถึงกรุงเทพฯ ค่ำ”
“นั่นสินะ เอ้าๆงั้นก็ไปกันต่อ ฝากด้วยนะเดี่ยว รู้ใช่มั้ย พี่สองคนมอบของรักของหวงไว้ในมือเรา”
เด็ดเดี่ยวพยักหน้า ก็เพราะรู้เต็มหัวใจนี่แหละถึงได้ยอมเสี่ยงรับเผือกร้อนๆ มาถือ แต่ก็ไม่กล้าพอจะปฏิเสธความวุ่นวายที่จะต้องเกิดแน่ๆ เพราะคำว่า
‘
บุญคุณ
’
“ผึ้งกับน้าเดี่ยวลงไปส่งที่รถนะคะ”
“ใจคอจะกลับกันเลยเหรอครับ อยู่ทานข้าวกับผมสักมื้อสิครับพี่”
“ไว้ขากลับก่อนแล้วกันเดี่ยว ถ้ามีเวลาจะแวะ ไม่ต้องลงไปส่งที่รถหรอกแดดมันยังร้อน ขอบใจมาก”
เด็ดเดี่ยวเดินตามไปส่งท่านผู้ว่าฯ กับภรรยาโดยที่มีผลิตาเกาะติดแจไม่ปล่อยเช่นเดิม
“ส่งแค่นี้พอจ้ะเดี่ยว เบอร์ส่วนตัวพี่มีอยู่แล้ว ถ้ามีอะไรโทรไปไม่ต้องเกรงใจ”
“ครับพี่ผา ไม่ต้องห่วง ผมจะดูแลหลานให้ดีที่สุด”
“พี่รู้จ้ะว่าเดี่ยวทำได้อย่างที่พูด หนูผึ้งก็เหมือนกัน อย่าทำน้าให้เป็นห่วงและลำบากใจรู้มั้ยจ๊ะ อยู่นี่ต้องพยายามช่วยเหลือตัวเอง ช่วยงานน้าเดี่ยวให้ดีนะลูก อย่าถืออภิสิทธิ์เหนือคนอื่น”
“ค่ะแม่ขา ไว้ใจได้ ผึ้งจะรักและเชื่อฟังน้าเดี่ยว จะไม่ดื้อ ไม่ซนค่ะ”
ผานิตเอื้อมไปบีบจมูกรั้นๆ ของลูกสาวพร้อมกับยิ้มให้ก่อนจะก้าวตามสามีลงจากบ้าน รู้สึกโล่งอกที่ส่งลูกถึงมือน้องชาย เด็ดเดี่ยวไม่ใช่น้องคลานตามมาก็จริง แต่เธอเลี้ยงเด็ดเดี่ยวมาแต่เล็ก กระเตงใส่เอว โตมาด้วยกันเพราะเป็นลูกชายคนเล็กของป้าซึ่งเป็นพี่สาวเพียงคนเดียวของแม่
เพราะป้านี่แหละ เธอถึงมีโอกาสร่ำเรียนจบสูงๆ ได้ทำงานดีๆ ไม่ต้องทำไร่ทำนาหรือทำงานหนักอย่างคนอื่น
“เดินทางปลอดภัยนะครับพี่ผา”
“จ้ะ ขอบใจอีกครั้งนะเดี่ยว”
ชายหนุ่มพยักหน้าเนิบๆ ยิ้มรับเพียงแวบเดียว ยืนมองสามีภรรยาที่จูงมือกันเดินไปขึ้นรถมินิแวนคันหรู พอเมอร์เซเดส-เบนซ์สีเงินเคลื่อนจากลานจอดข้างบ้าน เขาจึงค่อยแกะนิ้วที่เกาะหนึบออกอย่างสุภาพ
“เข้าไปนั่งในบ้านดีกว่าครับ ตรงนี้แดดส่อง เดี๋ยวไม่สบาย”
ร่างใหญ่เดินนำไม่ถึงก้าวก็ต้องสะดุ้งโหยงกับก้อนเนื้อนุ่มนิ่มที่กระแทกเข้ากับข้อศอกอย่างจัง
“รอผึ้งด้วยสิคะน้าเดี่ยว ผึ้งหิ๊วหิวค่ะ แทบจะกินน้าเดี่ยวได้ทั้งตัวแล้วนะคะ”
“หนูผึ้ง
!
พูดอะไรครับ”
“อะไรคะ แค่บอกว่าหิวข้าวจนกินน้าเดี่ยวได้ทั้งตัว ผึ้งพูดอะไรผิด”