บทนำ
“ฝากแฟนผมด้วยช่วยด้วยยยยย ช่วยดูแลน้องให้ที เอิ้ก ถ้าน้องทำตัวไม่ดีพี่อย่าพึ่งใจฮ้อนนนนน”ผมแหกปากร้องเพลง เพลงนี้ขอมอบแด่พี่แมนเหี้ยโต๊ะ 3 แหกปากไปก็มองหน้าพี่เขาไป เลื่อนสายตาจากไอ้ยักษ์หน้าเหี้ยๆตัวดำๆมาสู่สาวน้อยร่างบางอวบอิ่ม ที่นั่งซบอกไอ้ห่านั้นอยู่ข้างๆ อย่างกะนางฟ้ากะเสลดยักษ์ มึงนั่งกันขนาดนั้นมึงไม่สิงกันเลยล่ะสาสสสสส เจ็บใจชิบหาย กูไม่ดีตรงไหนว่ะ กูมีอะไรที่สู้มันไม่ได้ กูออกจะน่ารัก(?) ขาว แม้จะไม่สูงเท่าไอ้ห่านั้นแต่กูก็มาตรฐานชายไทยนะเว้ย(173) เอ้อ กูรู้แหละกูแพ้มันตรงไหน ที่ลีลาใช่ม่ะ!! กูคงยังเด็ดไม่พอ เชี่ย เจ็บปวดดด
“เมียผมมม คนเน้ ยังเด็กตูดค่อนข้างงอน ให้เอาฝ่ามือลูบก่อน แล้วพี่ค่อยสอยก็ดายยยย เอิ้กๆ จบแล้วค๊าบบบบ ขอบคุณค๊าบบบ”ผมยิ้มให้ผู้ฟังไปทีนึง แล้วค่อยๆเดินมาที่โต๊ะที่มีสองหนุ่มสองสไตล์นั่งอยู่ รวมผมด้วยกะเป็นสามมมม เดินเซๆเข้าไปหาเพื่อนฝูงด้วยหัวใจที่บอบช้ำ พี่จะรู้ไหมที่นั่งอยู่ข้างพี่น่ะ เมียผมมมมมมมมม
“เฮ้ยๆ ใบบัวบกหน่อยไหมมึง”
“ห่าน! ร้านเหล้าพ่อ! มึงมีใบบัวบก” ห่านี่เล่นไม่ดูหน้ากูเลย ผมมองค้อนไอ้ติ ก่อนหันมาแย่งแก้วเหล้าของไอ้แซน
“สัสนี่ กำลังจะเข้าปากกูเลย”
“เอ้อ ไอ้ตัวเล็กกูว่าจะพูดนานล่ะ มึงเลิกกับน้องมาย์ดล่ะหรอว่ะ?”
“หื้มมม ไมถามงี้อ่ะ”ผมเหล่ๆมองไอ้ติอย่างสงสัย ไอ้นี่นิ ตามึงบอดใช่ม่ะ ไม่เห็นน้องมันหรือไงจะสิงผัวใหม่มันอยู่ล่ะ
“ไอ้ติ มึงไปอยู่ไหนมา”ไอ้แซนหันมองหน้าไอ้ติอย่างตกใจ อิเหี้ยนี่ก็เวอร์จริง
“กูก็อยู่กับมึงไง!!”
“…”แซนถึงกับเงียบเลยครับ ไอ้แซนทำเป็นก้มหน้าหลบตาผม ส่วนไอ้ติเหมือนพึ่งรู้ตัวว่าหลุดอะไรออกมา มันทำเป็นยกแก้วขึ้นดื่มมองออกไปนอกโต๊ะ
หื้มมมม มึงสองตัวมีไรปิดกูป่ะเนี่ย ทำตัวน่าสงสัยกันจริง
“เลิกแล้ว พี่แมนคาบไปแดกว่ะ”ผมพูดแล้วก็บุยปากไปทางโต๊ะ 3
“กูว่าล่ะ”
“เฮ้อออ ชีวิตรักกูอับเฉาชิบหาย ไม่เป็นไรต่อไปนี้กูจะอยู่เป็นโสดกับพวกมึงเอง!!”ว่าแล้วผมก็ยกแก้วชนกับพวกมันสองตัว
“เหอะๆ”
“หัวเราะแปลกๆนะมึงไอ้แซน ไม่เชื่อกูหรือไง”
“ป๊าวววว”สัสนี่ สัดแม่งงง
“วุ๊ กูไม่คุยกะมึงล่ะ ไปหาเมียใหม่ดีกว่า”ไปหาสาวมากกดีกว่า เบื่อสองตัวนี่แม่งงง
“เอ้า สัส หมาตัวไหนบอกจะอยู่เป็นโสดเป็นเพื่อนพวกกูว่ะ”
“หึ หึ พูดเหมือนมึงสองตัวโสดเลยเนาะ” ทิ้งระเบิดไว้ลูกนึงก่อนจะเดินหล่อๆออกมา ปล่อยให้ไอ้แซนทำปากพะงาบๆตาเบิกกว้างกับไอ้ติที่สำลักเหล้าไว้ข้างหลัง
นึกว่ากูไม่รู้หรือไง ว่ามึงสองคนมีซัมทิงกันน่ะ กูแดกข้าวไม่ได้แดกหญ้านะเฮ้ย!!
ผมเดินมาเข้าห้องน้ำ จริงๆแค่มาหาเหยื่อไปกกอ่ะนะ แหล่งหากินที่ดีที่สุดก็ห้องน้ำนี่แหละ
ปึก!!
สัส! ดั้งกู!
“โอ๊ะ ขอโทษครับ พวกผมไม่ทันระวัง เป็นอะไรมากหรือป่าวครับ”ผมที่ก้มหน้าจับดั้งอยู่สั่นหัวไปมา ไม่เป็นไร ดั้งกูแค่หัก กูแค่หมดหล่อ อนาคตจบเห่ เป็นดาราไม่ได้ เมียไม่มี ผัวไม่รัก อันหลังไม่ใช่แหละ
“ไม่เป็นไรๆ”พึมพำเบาๆพอให้อีกฝ่ายได้ยิน
“ไม่เป็นไรก็หลบ”
กึก!
เหมือน โลกทั้งโลกหยุดหมุน เสียงเย็นๆที่ฟังแล้วขนตูดลุก ห่าน เสียงมึงจะโหดไปไหน ผมเลยต้องรีบเงยหน้าขึ้นมามองคู่กรณีอย่างเร่งด่วน ตอนแรกกะว่าจะไม่เอาความเพราะเสียงใสๆที่เอ่ยขอโทษมาเพราะรู้สึกผิด หากแต่เสียงต่อมาเอาซะกูขึ้นเลย
กึก!
โลกหยุดหมุนไปอีกรอบ ป๊าดดดดดด มึงจะหล่อไปไหนเนี่ยยย ผมอ้าปากค้างมองร่างสูงที่อยู่ในเสื้อยืดสีดำพอดีตัว กางเกงขาเดฟสีดำ กับรองเท้าไนกี้สีดำสลับกับขาว มึงมางานศพหรอว่ะเนี่ย แต่แม่งคนห่าไรเนี่ยขาวชิบหายมึงจะขาวไปล่ะ ขาวกว่ากูอีกนะเนี่ยยยย พ่อแม่ให้แดกหิมะแทนขี้เถาหรอว่ะ
“หึ”เสียงหึทำให้ผมได้สิขึ้นมา ตาเรียวคมสีดำมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างเหยียดๆ เห็นแล้วอยากจะกระชากผมสีดำที่ถูกเซตมาอย่างดีเหลือเกิน ไอ้เปรต มองงี้ต่อยกันไหมสัสนี่
“พี่พุ”ผมหันมองเจ้าของเสียงใสๆที่ผมได้ยินในตอน แรก ป๊าดดดด นี่ผู้หญิงหรือผู้ชายครับเนี่ย ทำไมน่ารักอย่างงี้อ่ะ เห็นแล้วอยากฟัดเลย ตัวเล็กๆ บางๆ ขาวๆ ตาโต๊โต ปากแดงๆ หน้านี่ใส๊ใส อ๊ากกก หลงรักตัวผู้เลยทีเดียว หากเปรียบไอ้หล่อลากเป็นซาตาน น้องคนนี้ก็คงเป็นนางฟ้าสินะ ผมมองร่างเล็กที่เตี้ยกว่าผมเกือบคืบอย่างเคลิ้มๆ ที่บ้านเลี้ยงด้วยอะไรหรือครับนี่ ถึงได้งามแสนงาม ว่าแต่ไอ้เหี้ยนี่ชื่อเหมือนกับพุวิศวะ ปีสองเลยว่ะ ฮ่าๆๆ พุวิศวะขาโหดโหดที่สุดในมหาลัย ก็ไม่เคยเห็นตัวจริงหรอก แต่คงไม่ใช่ไอ้เหี้ยนี่แน่นอน
“หึ”แล้วเสียงหึก็ดังขึ้นมาเช่นเดิม ครั้งนี้ผมแอบเห็นหน้านิ่งๆเหยียดริมฝีปากแล้วมองผมด้วยอ่ะ มึงงงงงงงง ไอ้หล่อลาก เดะเจอดีหรอกมึงรู้จัก ‘ไอ้พระอินทร์’น้อยไปซะแล้ว ผมจ้องตามันกลับเลยครับ จะเล่นจ้องตากับกูใช่ม่ะ ได้!! ของถนัดกูเลย
“อะ เอ่อ”เสียงน้องผู้ชายหน้าสวยที่มากับไอ้เปรตนี่เอ่ยออกมาอย่างอึดอัด อดทนไปครับน้อง ศึกนี้ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะ
“เฮ้ย มึงนั้นมันไอ้พระอินทร์ป่าวว่ะ”ใคร ใครเรียกกู
“ใช้ๆๆ ไอ้ห่านี้แหละ พระอินทร์”ผมขมวดคิ้วไม่พอใจกับกลุ่มคนที่ขึ้นคำหยาบใส่คนที่ชื่อเหมือนผม ไมชื่อกูโหลจังฟร่ะ
“มึง”ผมกระพริบตาปริบๆมองไอ้หล่อลากตรงหน้างงๆ เรียกกูไม จะยกธงขาวใช่ม่ะ ฮ่าๆ อ่อนชิบหาย
“ไม จะยอมแพ้แล้วไช่ม่ะ”
“หึ เพื่อนมึงมาหา”
“ห๊ะ?? เพื่อนกู?”ผมชี้มาที่ตัวเองอย่างงงๆ มันก็พยักหน้า ใครว่ะเพื่อนกู ไอ้ติ ไอ้แซนหรอ ผมหันมองซ้ายขวา
“เวร!!”
“ไอ้ ห่าอินทร์ มึงเละแน่!!”สิ้นเสียงตะโกนของคนหมู่มาก ด้วยความที่อาวุธของแต่ล่ะท่านครบครัน วิ่งไปก็ไม่รอดผมรู้ อีกอย่างเอาแต่หนีก็ไม่ใช้วิถีลูกผู้ชายอย่างผมหรอกครับ แมนมากกู ดังนั้น ผมจึงต้องเผชิญหน้าเท่านั้น!! ตายเป็นตาย!!!!
พรึ่บ!!
“เอ๊?”เสียงผู้ชายหน้าสวยครับผมทำอย่างสงสัย น้องเขาคงไม่เข้าใจวิถีความเป็นลูกผู้ชายของผม
“หึหึ”
“…”ท่าม กลางภาวะตรึงเครียด น้องผู้ชายหน้าสวยที่ยื่นเกาะแขนไอ้หล่อลากทำหน้าเอ๋อๆ ไอ้หล่อลากที่ยื่นล้วงกระเป๋าเต๊ะท่า เท่ห์เหลือเกินมึง กับฝูงนักเลงที่หยุดยื่นอยู่หน้าผมตอนนี้ และสุดท้าย ผมที่ยื่นเกาะแขนไอ้หล่อลากหลบอยู่ด้านหลัง!!
นี่แหละวิถีลูกผู้ชายของไอ้พระอินทร์ เมื่อยามสู้คือสู้ แต่ถ้ารู้ว่าสู้ไม่ไหวต้องหลบ!!!
“ไอ้พระอินทร์วันนี้มึงไม่รอดแน่”ไอ้หน้าเหี้ยมเอ่ยออกมา
“พวกมึงมาผิดที่แล้ว ไม่เห็นหรือไงว่าตอนนี้มึงกำลังพูดอยู่กับใคร”ผมทำเสียงเข้มส่งไป
“กับมึงไงไอ้เหี้ย มาสอยเมียกูนะมึง อย่าคิดว่าจะรอดตีนพวกกูไปได้”เมียมึงง่ายเองนี่หว่า อ่ะโด่
“เหอะ ถ้ามึงยังไม่อยากตายก็กลับไปดูดนมเมียที่บ้านนู้นไป!! มึงคงไม่รู้สินะว่าที่อยู่กับกูตอนนี้คือใคร”
“ใคร! ผัวมึงหรือไง!”อ้าว ไอ้เวรนี่ ปากหมาแล้วมึง ผมเงยหน้ามองไอ้หล่อลาก มันก้มหน้ามาสบตากับผม กรรม ไอ้ห่านี่ก็สูงเกิ๊น มึงแดกเปรตเป็นอาหารหรือไงว่ะ
“พุวิศวะหรอกเว้ย!!”ผมตะโกนดังๆอย่างไม่ กลัวตาย หลังจบประโยคผมทุกสิ่งทุกอย่างก็เงียบลงทันทีแม้แต่คนที่ยื่นหน้าห้องน้ำ หรือบริเวณนี้ก็ตาม ชื่อที่มีอิทธิพลกับทุกคน
“มะ มึงอย่ามาโกหก วันนี้ไอ้เหี้ยพุมันไม่ว่างมาร้านเหล้านี้หรอก ถึงมา กูก็ไม่กลัว!! จะใหญ่มาจากไหนกันเชียว!!” ง่ะ ไมมันไม่กลัวอ่า
“มึงๆ ทำหน้าโหดกว่านี้หน่อยดิว่ะ มันไม่เชื่อเนี่ย เห็นไหม”ผมกระซิบกับคนข้างๆ
“แล้วไง”ราวกับฟ้าผ่าลงกลางใจ แงงงง ช่วยหน่อยไม่ได้หรือไงล่ะว่ะ กูอสาห์ไม่ต่อยมึงนะ ที่กวนตีนกูอ่ะ ไม่มีหรอกสำนึกบุญคุณ
“แหม่ พี่พุครับ เรามันก็คนกันเอง น้องพี่ก็เมียผม พี่ไม่ต้องปกป้องผมขนาดนี้ก็ได้”ผมพูดเสียงดังๆ และก็ทำทีว่าผมกับมันรู้จักกัน ผมทำเป็นผลักแขนมันเบาๆ
“กูไม่มีน้อง”น่านนน ไอ้ห่าลาก ไม่มีก็ไม่ต้องพูด กูไม่อยากรู้วววววววว
“ไอ้พระอินทร์ มึงไม่ต้องมาเฉไฉคิดหรือว่าวันนี้มึงจะรอด”
“นี่มึงไม่เชื่อกูหรือไง นี่พี่พุวิศวะ จริงๆนะเฮ้ย” ผมยังแถไปเลื่อนๆ
“ไม่ต้องไปฟังมัน ไอ้กระล่อนนี้มันโกหก เฮ้ยพวกเราลุย!!”แล้วพวกมันก็ทำท่าจะยกกันเข้ามา
“เดี่ยวววววววว ขอเวลานอกแปปดิ กูพูดจริงนะเนี่ยที่ไอ้เหี้ยนี่คือพุวิศวะอ่ะ มึงไม่เชื่อใช่ม่ะ มึงส่งคนั้รู้จักเข้ามาดูหน้าดิมา”
มันลังเลนิดนึง แล้วก็หันไปปรึกษากัน แหม่ไม่กลัวกูหนีเลยเนอะ
“มึงๆๆ ช่วยกูหน่อยเหอะ ทำหน้าโหดๆขู่มันหน่อย ช่วยกูเถอะนะ นะ กูข้อร้องงงงง”มันหันมาอ้อนมันเบาๆ เหี้ยช่วยกูหน่อยเถอะ
“ถ้ามันรู้จักไอ้คนชื่อพุนั้นขึ้นมาล่ะ”ไอ้หล่อลากพูดเรียบๆ
“ตรงนี้มืดมันเห็นไม่ชัดหรอก มึงก็ทำหน้าโหดๆ ส่งเสียงขู่มันไป”
“ไร้ สาระ”มันก็สะบัดแขนผมออกแล้วจะเดินหนีเลยครับ เอ้า ได้แล้วทิ้งกูนี่หว่า ผมหันมองผู้ชายหน้าสวยตาปริบๆ เขาก็ส่งสายตากลับมาให้ ‘ผมคงช่วยคุณไม่ได้หรอก ช่วยตัวเองไปเถอะครับ’ แง๊ง กูช่วยตัวเองทุกวันอยู่แล้วเว้ยยยย
“นะๆมึง สงสารคนตาดำๆ”ผมเกาะแขนมันอีกครั้งพร้อมส่งสายตาที่คิดว่าน่าสงสารที่สุดไปให้มัน
“หึ แล้วกูจะได้อะไร”น่านนน มีเงื่อนอีก ไอ้ห่า ช่วยแบบไม่มีเงื่อนไขได้ไหมว่ะ
“มึง จะเอาไรล่ะ เงินม่ะๆ กูให้หมดเลย”แล้วมันก็หันมามองผมตรงๆ เหยียดยิ้มมุมปาก โว้ย ไม่ต้องมายิ้มกูไม่หลงมึงหรอกจะบอกให้ ที่ขอให้มึงช่วยเพราะ ข้างหลังกูมันซอยตันเว้ยยย
“หึ อย่าลืมที่พูดล่ะ”กูคำไหนคำนั้นอยู่แล้วเว้ยยยย แล้วมันก็กดโทรศัพท์หาใครก็ไม่รู้ครับ เมิงงงครับมันใช้เวลาไหมเนี่ยยยย
ผม เหลือบตามองไอ้พวกนักเลง มันเหมือนว่าจะตกลกกันได้แล้ว มันก็เดินย่างสามขุมเข้ามา ทำหน้าเหี้ยมใส่ผมราวกับจะบอกว่า วันนี้ยังไงกูก็เละ
“กูไม่สนไอ้เหี้ยพุอะไรของมึงหรอก ยังไงวันนี้กูก็จะเอาเลือดหัวมึงออกให้ได้ เฮ้ย ลุยเลยเว้ย” แล้วมันก็ดาหน้ากันเข้ามาครับ อ๊ากกก เหมือนว่ากูคงไม่รอดแน่วันนี้ ม๊า ป๊า อินทร์ขอโทษ หากเรายังมีวาสนาต่อกันเจอกันชาติหน้านะครับป๊าม๊า
“ไม่เห็นหรือไง ว่ากูกำลังคุยโทรศัพท์”
กึก!
อ๊า กกกกกก เสียงโหดได้ใจ เนียนมากเลยครับไอ้หล่อ นี่ถ้าไม่เตี๋ยมกันมาผมก็คงขาสั่นตามไอ้พวกนั้นไปแล้ว อุ้ย ดูสิเสียงโหดไม่พอ แพร่รังสีอำมหิตออกมาได้เหมือนจริงเลยอ่ะ พูดง่ายๆอย่างนี้พระอินทร์ปลื้มมมมมม
“อืม… หน้าห้องน้ำ…มีปัญหานิดหน่อย”มันปรายตามองผมนิดหนึ่ง ช่วงเวลาที่มันมองผมนี่เย็นวาบไปทั้งตัวเลยครับ
“อืม…อืม….”มึงจะประหยัดคำไปไหนคำนี่ กลัวดอกพิกุลล่วงใช่ม่ะ!! แล้วมันก็วางสายไปครับ เอ่อ แล้วไงต่ออ่ะ
เงียบ ทุกอย่างอยู่ในความสงบ แต่ก็พักเดียวเท่านั้นล่ะ ไอ้พวกนักเลงก็ฮึกฮรึมเตรียมตัวเข้ามาทำร้ายผมอีก
“ไอ้พุ!!!!!”แล้วเสียงเรียกชื่อก็ดังขึ้น! พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่น่าสะพรึงกลัวอีกคนนึงของวิศวะ
เฮิบ หรือเฮียเฮิบ ที่รุ่นน้องเรียกกันติดปาก พอเห็นเฮียแกตาขวาผมก็กระตุกขึ้นมาทันที คงไม่ใช่ว่า ไอ้พุที่ยืนข้างๆผมตอนนี้มันคือคนเดียวกับพุวิศวะหรอกนะ เพราะว่าเฮียเฮิบแกเป็นเพื่อนสนิทกับพุวิศวะนั้น
“พี่เฮิบบบบ”แล้วผู้ชายหน้าสวยก็วิ่งแถ่ดๆไปสู่อ้อมอกเฮียเฮิบทันที
“ฮะ เฮิบ งะ งั้น นี่กะ ก็พุ วิศวะ จริง ดิ”เมื่อเห็นพวกนั่งเลงกำลังเสียงสั่นแววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวผมก็เติม เต็มสิ่งที่ขาด(?)ให้พวกมันทันที
“เอ้อ!!” เมื่อมันได้รับความมั่นใจจากผมพวกมันก็มองหน้ากันเลิกลั่ก แล้วก็ออกตัววิ่งกันหางจุกตูดเลยครับ ฮ่าๆๆ สะใจ
“ฮ่าๆๆๆๆ”ผมที่กลั้นขำไม่อยู่ปล่ออยก๊ากออกมา สะใจเฟอร์ๆอ่ะ หัวเราะไปก็เอามือตีแขนไอ้หน้าหล่อไป
“อะแฮ่ม! ไอ้พุ นี่ใครว่ะ”เสียงเฮียเฮิบทำให้ผมได้สติ
“อุ้ย แฮะๆ โทษที”แล้วผมก็ค่อยๆเก็บมือที่เพ้อไปตีแขนหนาของไอ้โหด
“ไม่รู้จัก เก็บได้ข้างทาง”
“แง่ว”
“ปัญญาอ่อน”
“ง่ะ”
“หึหึ”
“เอ่อ งั้นกูคงต้องขอตัว ขอบคุณล่ะกัน ไปล่ะ บาย” แล้วผมก็ใส่เกียร์หมาวิ่งไปเลยครับ หวังว่าเราคงไม่ต้องเจอกันอีกนะ
เช้าที่สดใสพาหัวใจให้เบ่งบาน เช้านี้ยาวนาน ช่างสุขใจช่างสุขใจ
“เพลงห่าไรของมึงอีกเนี่ยไอ้ตัวเล็ก”
“เน้ๆ ไอ้ติให้มันน้อยๆหน่อย เห็นกูอารมณ์ดีหน่อยแล้วอย่าคิดว่าข้าจะอนุญาตให้มึงเรียกตัวเล็กนะเว้ย”
“แล้วจะให้กูเรียกว่าอะไร น้องอินอินหรือไง”
“สัส! กูพระอินทร์ อิน ทอ รอ การันต์ ไม่ใช่ อิน ออ อ่าง สระอิ นอหนู”
“อารายยย อั้วก็เหงที่บ้างเรียกลื้ออินอิน กานทูกคง”
“โธ่ว แซนผู้น่าสงสารถ้ามึงพูดไทยไม่ชัดก็ไม่ต้องฝืนพูด แล้ววันนี้มึงเอาบัตรมาหรือป่าวเนี่ย ไม่มีติดตัวลำบากนะมึง”
“บัตรไรว่ะ”ผมมองไอ้แซนที่ทำหน้าเอ๋อ โอ้วว เพื่อนกูช่างน่าสงสาร เกิดมาอวัยวะครบ 32 แต่สติไม่เต็ม
“บัตรต่างด้าวไงมึง ยิ่งร้องเพลงชาติไม่ชัดอยู่ ฮ่าๆๆๆ”
“ไอ้เพื่อนเลววววว”แล้วมันก็วิ่งไล่ตีผม ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเพื่อนในมหาลัยที่นั่งอยู่แถวนั้น
“เอ้อ ไอ้อินทร์ มึงไม่เตรียมตัวโดนรับน้องหรอว่ะ”ไอ้ติที่นั่งมองผมสองคนอยู่นาน ถามขึ้น
“อืม มม ก็เริ่มรับน้องอาทิตย์หน้า เฮ้อ พูดเรื่องนี้แล้วก็เครียดว่ะ”ผมคิดถูกหรือป่าวที่ซิ่วไปเรียนวิศวะ จริงๆผมเรียนคณะวิทย์ สาขาฟิสิกส์ครับ แต่ด้วยความที่มันไม่ใช่ที่ผมอยากเรียน(ที่ได้เรียนเพราะตอนนั้นสอบเข้า วิศวะไม่ติด)ผมอยากเรียนวิศวะ อีกอย่างผมว่ามันเทห์ดีด้วย แต่ปัญหามันอยู่ที่ ผมต้องมารับน้องใหม่อีกนี่สิ ปีที่แล้วผมก็โดดรับน้องจนน่วมแล้วนะ แล้วนี่คณะวิศวะเชียวนะ คงจะโหดหน้าดูเลยล่ะ กระซิกๆ
“โธ่มึงอย่าไปคิดงั้นดิ ปีที่แล้วก็พูดเงี้ย ยังผ่านมาได้เลย”ไอ้แซนมันพูดให้กำลังใจ
มันเหมือนกันที่ไหนเหล่า วิศวะ มันโหดนะเว้ยยยยยย
“เอ้อ ไอ้ติ มึงรู้จักไอ้พุป่ะว่ะ?”
“พุไหนของมึง”
“พุวิศวะอ่า”
“อ่ออ รู้จักดิว่ะ” เฮ้ย รู้จักได้ไง กูยังไม่รู้จักเลย พึ่งเคยเห็นตัวเป็นๆมะวานเอง
“รู้จักได้ไงว่ะ”
“โห้วว ไอ้อินทร์ รายนั้นนะดังกว่าเดือนมหาลัยอีก”ไอ้แซนที่เคี้ยวขนมอยู่ตอบแทน ก่อนมันจะลุกไปซื้อขนม =..= เผื่อกูด้วย
“มึงถามทำไมไอ้อินทร์"ไอ้ติมันถามผมหน้าเคร่งเครียด
“กูเจอมันเมื่อวาน แล้ว…มีเรื่องกันนิดหน่อย”ยอมรับเสียงอ่อยๆ ><;
“นรก!”
“เฮ้ย ด่ากูไม มีเรื่องน้อยไม่ใช่เรื่องใหญ่เลยนะมึง!”
“กูไม่ได้ด่ามึง กูอวยพรมึงหรอก นู้น ยมบาลมารอรับศพมึงแล้วตอนนี้”ไมมึงแช่งกูงี้ว่ะ ไอ้เพื่อนเหี้ยย
“ใคร ใครมา?”
“เจ้ากรรมนายเวรมึงไง”
“หื้มมม”ผมมองไปตามสายตาไอ้ติก็เจอ!!
โห้วว พ่อคุณ ตามมายันนี้เลยเหรอ Y^Y ดับแน่ชีวิตกู แล้วดู มึงกลัวโดนเด่นไม่พอหรือไง แค่มึงคนเดียวขนตูดกูก็ลุกแล้วนี่พากันมาทั้งคณะเลยมั้งน่ะ ผมมองไอ้เหี้ยพุที่เดินหน้าเหี้ยมพร้อมพรองเพื่อนหน้าเหี้ยมกว่าตรงมาอย่าง ผมอย่างปลงๆ
“กูขอโลงฝังเพชรนะมึง”ผมหันมาหาไอ้ติ
“จัดไปสิเพื่อน”ขอบคุณมึงมากไอ้เพื่อนเหี้ย !!
****************