
แนะนำตัวละคร
ปีเตอร์ มาร์ส อายุยี่สิบเก้าปี นักร้องดังสังกัดค่ายเพลงดังในนครนิวยอร์ก ที่มีเบื้องหลังชาติกำเนิด
สำหรับเขาแล้วเธอต้องรับผิดชอบต่อความรู้สึกของเขาที่เกิดขึ้นในใจตั้งแต่ได้พบกับเธอครั้งแรก และเธอยังเป็นสาเหตุให้เขาต้องปล่อยมือจากผู้หญิงคนหนึ่งเพราะเขาเลือกที่จะตัดสินใจทำตามความต้องการของหัวใจเธอจึงต้องชดใช้มันด้วยร่างกายและความรู้สึกของเธอต่อความรู้สึกของเขาตราบจนลมหายใจสุดท้ายของเขา
หนูนา นันทิชา ธรรมบุตร หรือ นีน่า อายุยี่สิบห้าปี
เด็กกำพร้าที่เติบโตมากับสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ด้วยความเข้มแข็งอดทน บวกกับการที่ได้รับการอบรมมาอย่างดีจากสถานที่เธอเติบโตมา เธอได้มาศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ด้วยเงินทุนจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง แหล่งรายได้จากการทำงาน Part Time ที่สตูดิโอแห่งหนึ่งในนครนิวยอร์ก ทำให้เธอได้เจอกับปีเตอร์ มาร์ส นักร้องนำของวงสังกัดค่ายเพลงแห่งนี้ และอีกหนึ่งบทบาทของหนูนา คือเธอเป็นนักเขียนนวนิยายแนวโรมานซ์ที่ไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องของความรัก แต่นิยาย2เรื่องที่เธอได้เขียนก่อนเดินทางมาอเมริกา ก็เป็นที่นิยมจนสามารถช่วยสมทบทุนโครงการเรียนต่อได้เร็วขึ้น แต่ใครจะรู้เด็กกำพร้าทีมีชีวิตธรรมดา แต่ทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไปเพราะเขา ปีเตอร์ มาร์ส ที่เป็นสาเหตุให้ชีวิตของเธอต้องแขว้นอยู่บนเส้นด้ายเสี่ยงกับความตายได้ตลอดเวลา เพียงแค่เธอคือหญิงสาวที่เป็นอีกครึ่งหนึ่งของชีวิตเขา
บทนำ
“เฮ้ย.. เสร็จสักที” หนูนา หรือ นีน่า ถอนหายใจอย่างโล่งอก หลังจากทำความสะอาดห้องพักของนักร้องชื่อดังของอเมริกาที่ตอนนี้ไปทัวร์คอนเสริต์มีกำหนดกลับวันนี้ หนูนา หรือ นีน่า ที่ต้องมีสองชื่อ เพราะตอนนี้เธอกำลังศึกษาระดับปริญญาโทอยู่ที่ประเทศอเมริกา ด้วยแหล่งเงินทุนของตัวเองจึงต้องหางานทำระหว่างเรียนสำหรับค่าอยู่กิน “นีน่า” จึงเป็นชื่อที่คนที่นี้ใช้เรียกเธอ เพื่อง่ายต่อการออกเสียงสำหรับชาวตะวันตก
วันนี้เธอรีบเข้าสตูดิโอของค่ายเพลงดังแห่งหนึ่งในอเมริกาเพื่อรีบจัดการงานที่ได้รับว่าจ้างเพราะช่วงบ่ายเธอมีเรียน หนูนาได้งานที่นี้เมื่อสองอาทิตย์ก่อน จากการช่วยเหลือของรุ่นพี่ในมหาวิทยาลัยเดียวกัน ที่ช่วยแนะนำให้ในตำหน่งพนักงาน Part Time ที่ดูแลเรื่องทั่วไปที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด สำหรับหนูนางานจะหนักแค่ไหนไม่เกี่ยงอยู่แล้ว ขอให้เป็นงานสุจริตเพราะเป็นนักศึกษา ที่จะหางานทำในต่างแดนไม่ง่ายเลย
เกือบสองเดือนแล้วที่เธอเข้ามาเป็นนักศึกษาในอเมริกา ตอนนี้เธอกำลังเรียนปรับภาษาให้ครบสามเดือน เธอจะต้องอยู่ที่นี้อีกสองปีตามหลักสูตรการศึกษา ด้วยค่าครองชีพที่สูงสำหรับหญิงสาวที่มีต้นทุนชีวิตที่ต่ำ เธอทำงานหาเงินเรียนตั้งแต่เริ่มเรียนมหาวิทยาลัยในเมืองไทยแล้ว และหลังจากเรียนจบก็ทำงานในบริษัทฯเอกชนแห่งหนึ่งในเมืองไทยเพื่อเก็บเงินเก็บประสบการณ์ เพื่อที่จะมาเรียนต่อที่อเมริกา
และหนูนายังหารายได้พิเศษจากการเป็นนักเขียนนวนิยายด้วยนามปากกาว่า “รุ่งอรุโณทัย” ให้กับสำนักพิมพ์ในไทยด้วย ถึงแม้ผลงานของเธอจะมีออกมาแค่สองเล่ม แต่ก็เป็นที่ชื่นชอบและมียอดจำหน่ายระดับที่พอให้เธอมีเงินทุนในการเรียนต่อ ตอนนี้เธอพักงานเขียนมากว่าห้าเดือน เนื่องจากไม่มีเวลาและยังคิดเรื่องใหม่ไม่ออก ซึ่งทางสำนักพิมพ์ได้สอบถามเธอมาเป็นระยะเหมือนกัน
ทันใดนั้นเมื่อสายตาเหลือบหันไปมองนาฬิกาข้างผนัง “ว้ายๆๆ สายแล้ว” ร้องบ่นกับตัวเองเป็นภาษาไทยรีบเก็บของและหยิบเป้คู่ใจวิ่งออกจากห้องไป โดยไม่รู้ตัวว่าได้ทำบางอย่างล่วงจากช่องกระเป๋าเล็กของเป้ที่ปิดไม่สนิท
“แกร้ง...”
หลังจากหนูนาออกไปได้ไม่นาน ประตูห้องพักก็ถูกผลักเข้าไปโดยเจ้าของห้องในสตูดิโอแห่งนี้ ซึ่งหลังจากผ่านการทัวร์คอนเสริต์สองเดือนในทวีปเอเซียในหกประเทศ ปีเตอร์ มาร์ นักร้องหนุ่มที่กำลังถูกล่าวถึงเป็นอย่างมากด้วยวัย 29 ปี ชาวอเมริกันโดยแท้มากมายด้วยความสามารถทั้งในการร้องเพลง เล่นดนตรี แต่งเพลง แต่มีเบื้องหลังชาติกำเนิดที่ไม่ธรรมดากว่าความสามารถทางดนตรี...ทั้งยังเพียบพร้อมในเรื่องของรูปร่างหน้าตาที่ทำให้สาวๆเห็นแล้วต้องโหวตให้เขาติดอันดับหนึ่งในสิบของผู้ชายเซ็กซี่ที่เป็นที่ต้องการของผู้หญิง
“อืม!.” ทันทีที่ปีเตอร์ก้าวเข้ามาก็แปลกใจกับสภาพห้องที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ความสะอาดเป็นระเบียบที่มีมากกว่าที่ผ่านมา มีกลิ่นหอม อ่อนๆเมื่อได้กลิ่นก็รู้สึกผ่อนคลาย พร้อมด้วยแจกันดอกไม้ที่มีดอกไม้สดที่เขาก็ไม่แน่ใจในชื่อเพราะมีหลายชนิด แต่ที่แน่นอนคือดอกกุหลาบสีขาว เห็นแล้วรู้สึกสดชื่นขึ้นไปอีก
WOW!!!
THE GOODNESS!!!!
เมื่อสมาชิกในวงต่างก็เดินตามกันมา ร้องอุทานด้วยความประหลาดใจต่างก็คิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับห้องพักของพวกเขากัน
จอนนี่ หนึ่งสมาชิกในวงก็ถอยออกมาจากห้อง เพื่อมองไปที่ป้ายตรงประตูว่าใช่ห้องพักของพวกเขาหรือเปล่าเพราะอาจเข้าห้องผิดอาจเป็นได้ เมื่อหันไปมองแล้วป้ายก็ยังเป็นชื่อ ปีเตอร์ มาร์ ก็ไม่ผิดแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกับห้องของพวกเขา หลังจากการกลับจากการทัวร์คอนเสริต์ครั้งนี้
ปีเตอร์ตอนนี้อยู่ข้างหน้าทุกคน เดินไปที่โซฟาที่วางอยู่ริมห้องอีกฝั่ง ขณะที่กำลังจะนั่งก็รู้สึกถึงว่ากำลังเหยียบอะไร พอก้มดูเห็นเป็นพวงกุญแจมีกุญแจอยู่สามดอกที่มีพวงกุญแจเป็นตุ๊กตาเด็กผู้หญิงตัวเล็กผมหยิกยาวในชุดเอี่ยมกางเกงยีนต์ขายาว และตรงหน้าอกปักตัวอักษรที่เขาอ่านไม่ออก แต่จากที่เขาพึ่งไปทัวร์คอนเสริต์ล่าสุดซึ่งหนึ่งในนั้นมีประเทศไทย น่าจะเป็นภาษาไทยเพราะพอคุ้นๆอยู่บ้าง
“อะไร?” สตีฟ อีกหนึ่งสมาชิกในวงถามหลังจากเดินมานั่งที่โซฟาอีกตัว
“กุญแจนะคงเป็นของใครมาทำตกไว้” ขณะที่พูดตาก็มองอยู่ที่หน้าตุ๊กตาแอบยิ้มนิดๆ โดยที่ไม่มีใครได้ทันสังเกตุเห็นและคิดว่า “
น่ารักดี!”
“ว่าแต่ว่า มันเกิดอะไรขึ้นในห้องพักของพวกเรากัน” ไรอัล สมาชิกอีกคนหนึ่งที่อายุมากที่สุดในวงด้วยวัย 32 ปี กล่าวออกมาด้วยเสียงที่ราบเรียบตามลักษณะนิสัยที่ใจเย็น
“ก๊อก..ก๊อก!!!” ซึ่งยังไม่มีใครได้พูดหรือถกเถียงกันต่อถึงห้องพักที่เปลี่ยนไป เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นเพื่อขออนุญาตเปิด ปรากฎร่างชายใส่สูทชาวอเมริกันเข้ามา
“เป็นไงบ้างทุกคน คงเหนื่อยกันละสิ” ทักด้วยร้อยยิ้ม และกวาดสายตามองรอบๆห้องพร้อมกับยิ้มและคิดในใจ
“นีน่า ใช้ได้จริงๆ”
เพราะตัวเขาเองก็ไม่ได้เข้ามาห้องนี้มากว่าสองอาทิตย์ ครั้งสุดท้ายตอนที่พานี่น่ามา
“สวัสดีครับ...นิดหน่อยครับ” ไรอัลหันไปมองและทักทายพร้อมตอบคำถามแทนทุกคนเป็นประจำอยู่แล้ว เพราะใครจะรู้นักร้องของวงอย่างปีเตอร์กลับเป็นคนที่พูดน้อยที่สุด เขามักจะนั่งเงียบๆแต่เมื่อขึ้นเวทีเขากลับเป็นอีกคน ไม่ว่าจะร้องเพลงและคุยกับแฟนเพลงพร้อมด้วยรอยยิ้มที่แทบจะไม่มีใครได้เห็นเลยถ้าเป็นเวลาอื่น
“คุณเอียน พอจะทราบหรือเปล่าว่าเกิดอะไรขึ้นทีนี้ ” พอล สมาชิกคนสุดท้ายของวง ที่อายุน้อยที่สุดเพียง 25 ปี สำหรับจอนนี่และ สตีฟ พวกเขาเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันกับปีเตอร์
ปีเตอร์เมื่อได้ยินก็ละสายตาจากตุ๊กตาพวงกุญแจในมือมองมาที่ เอียน ผู้จัดการที่กำลังเดินมานั่งที่เก้าอี้ที่ว่างใกล้ๆ อย่างคุ้นเคยโดยไม่จำเป็นต้องเชิญ
“ นีน่า นักเรียนไทยที่มาทำงานพาร์ททามที่นี้นะ เธอมีหน้าที่ดูแลพวกคุณทุกอย่างเมื่อเข้ามาที่สตูดิโอ สงสัยคงมีเรียนคิดว่าพรุ่งนี้คงได้เจอกัน แล้วจะมาแนะนำให้พวกคุณรู้จัก” เมื่อได้รับคำตอบทุกคนต่างก็พยักหน้าเป็นที่รับรู้ และคุยกันในเรื่องการทัวร์คอนเสริตที่ผ่านมาเป็นปกติ และเป็นที่รู้และเข้าใจว่าหนึ่งในนั้นจะมีผู้ฟังที่ดีนานๆจะมีคำพูดออกมาเมื่อจำเป็นต้องแสดงความเห็นความคิดและตอบคำถามต่อผู้ร่วมงานที่เปรียบเสมือนพี่น้อง เนื่องจากรู้จักและร่วมงานกันมากว่าแปดปี
">

