
Amber and ren life
Intro Amber
“เอออีกสองวันก็กลับแล้ว จะคิดถึงอะไรขนาดนั้น”
[
เหล้าพวกผมครับ รีบกลับมาเลี้ยงเลยครับ
]
“เออๆ ขออยู่กับครอบครัวบ้างเถอะ ให้เวลาพวกแกไปเยอะแล้ว”
[
ครับเพื่อน แต่พวกผมรออยู่นะ อย่าลืมนะโว๊ยครับ
]
“เออ” ร่างโปร่งวางสายจากเพื่อนสนิทที่โทรตามเขาไปเลี้ยงเหล้าตามสัญญา ว่าหากเรียนจบแล้วจะจัดให้เต็มที่ ใช่ว่าจะไม่ทำตามสัญญา แต่ขอเขาใช้เวลากับครอบครัวก่อน
เพราะตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัยได้ แอมเบอร์ก็ขอย้ายออกไปอยู่คอนโดเก่าของพ่อกับแม่ ใช้ชีวิตเหมือนวัยรุ่นทั่วไป นานๆทีถึงจะกลับบ้าน พอเรียนจบเจ้าตัวอยากให้เวลากับครอบครัวก่อนจะเข้าทำงานอย่างจริงจัง ก็ทำงานบริษัทของครอบครัวนั้นแหละ แต่แอมเบอร์ขอเลือกไปทำงานกับอามากกว่ากับพ่อบังเกิดเกล้า
ไม่ใช่กลัวพ่อจับตามอง แต่เพราะพ่อโอ๋ตนและน้องเกินไป ถ้าไปทำกับอาเทาน่าจะสบายใจกว่า คนอื่นจะได้ไม่หาว่าเขาเป็นเด็กเส้นด้วย
แอมเบอร์ ทายาทคนโตของตระกูลอู๋ แรกเกิดนั้นเธอก็คือเด็กผู้หญิงธรรมดาทั่วไปตามที่คนเป็นพ่อหวังไว้ เธอก็เป็นเด็กผู้หญิงให้พ่อชื่นใจจนถึงห้าขวบ จากนั้นแอมเบอร์ก็เดินตามรอยเท้าความหล่อของพ่อมาจนถึงปัจจุบัน
ด้วยรูปร่างที่ไม่ได้ตัวเล็กแต่กลับสูงโปร่งด้วยกรรมพันธุ์จากพ่อหรือเพราะเล่นกีฬาก็แล้วแต่ แอมเบอร์จึงมีความสูงที่เกินมาตรฐานผู้หญิง และเพราะเจ้าตัวเป็นคนเล่นกีฬาหลากหลายและออกกำลังกายเป็นประจำจึงทำให้ร่างกายแข็งแรงไม่แพ้ผู้ชายที่อายุเท่ากัน แล้วยิ่งผมที่ตัดสั้นยิ่งเสริมบุคลิกให้ดูเท่เข้าไปอีก
“พี่แอมเบอร์” เสียงหวานเรียกอ้อนจากด้านหลังเรียกให้เขาหันไปสนใจ
‘
เร็น
’
เจ้าตัวเล็กของบ้าน ยืนยิ้มหวานแล้วเดินเข้ามากอดคนเป็นพี่อ้อนๆ
“จะเอาอะไรล่ะเรา” แอมเบอร์ถามน้องอย่างรู้ทัน คนโดนรู้ทันละออกจากไหล่พี่มาขำแก้เขินที่โดนจับได้
ด้วยความสูงที่เท่ากันเลยไม่ต้องมีใครต้องเมื่อยคอยามสนทนากัน
“ปิดเทอมนี้เพื่อนจะไปเที่ยวกัน ขอแม่แล้วแม่ให้มาขอพี่ก่อน”
“เที่ยวที่ไหน” แอมเบอร์หรี่ตามองน้องชาย
“ไม่ไกลหรอก” เร็นเฉไฉไม่ยอมบอกสถานที่
“ไม่ไกลแล้วที่ไหน”
“แถวๆนี้แหละ”
“เร็น” คนเป็นพี่เรียกน้องเสียงเย็น
“ญี่ปุ่นเอง” คนขอพูดเสียงอ่อน
“ญี่ปุ่น
!
”
“พี่แอมอย่าเสียงดังสิ เดี๋ยวพ่อได้ยิน” เร็นรีบหันซ้ายหันขวากลัวพ่อจะมาได้ยินเข้า
“เร็น ญี่ปุ่นนะไม่ใช่พารากอน”
“อย่าดุน้องสิ” เร็นพูดเสียงน้อยใจเมื่อคนเป็นพี่พูดเสียงแข็งใส่
“พี่ไม่ได้ดุเร็น พี่แค่คิดว่ามันไกล ไกลมากเลยนะญี่ปุ่น” คนเป็นพี่พูดเสียงอ่อนลง เพราะสีหน้าน้อยใจของน้อง “รู้ใช่มั้ยว่าพี่เป็นห่วง”
“เร็นรู้ แต่เร็นดูตัวเองได้นะ” คนขอรีบหาข้ออ้าง
“แล้วจะไปยังไง กับใคร วางแผนเที่ยวยังไง”
“ไปกับเพื่อนรวมเร็นด้วยก็ห้าคน เดี๋ยวเพื่อนที่ญี่ปุ่นจะพาเที่ยว” เร็นอธิบายเสียงเจื้อยแจ้ว
“ไปกี่วัน”
“หนึ่งอาทิตย์”
“หนึ่งอาทิตย์
!
”
“พี่แอมเบา” เร็นถึงกับต้องเหลียวหลังอีกครั้งเมื่อคนเป็นพี่ตกใจเสียงดัง
“หนึ่งอาทิตย์ เจ็ดวันเลยนะเร็น”
“แป๊บเดียวเอง”
“ที่พักล่ะ”
“บ้านญาติเพื่อน คนที่พาเที่ยวนั่นแหละ นะให้เร็นไปนะพี่แอมนะ” เร็นเริ่มทำการอ้อนคนเป็นพี่ขั้นสูงสุด
“ก็ได้” สุดท้ายแอมเบอร์ก็ยอมใจอ่อนให้แก่ความน่ารักของน้อง
“คุยกับพ่อให้น้องด้วยนะ”
“งานยากแล้วทีนี้” ใครๆก็รู้ว่าอู๋อี้ฟานหวงลูกมากขนาดไหน ยิ่งลูกคนเล็กนี่หวงยิ่งกว่าไข่ในหิน
“นะพี่แอม เนี่ยไอรีนก็ไป” เร็นพูดอ้อนพร้อมยกชื่อเพื่อนสนิทขึ้นอ้างด้วย
“ยังไงพี่ก็ต้องขอให้เราอยู่แล้ว”
“เย่ พี่แอมเบอร์ของเร็นน่ารักที่สุดในโลกเลย” เมื่อคนเป็นพี่รับปากว่าจะขอพ่อให้ เร็นก็กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจแถมให้รางวัลคนเป็นพี่ด้วยการหอมแก้มฟอดใหญ่ๆไปอีกสองที
Intro Ren
Ren :
พี่แอมไปขอให้แล้ว
Irene :
จะได้หรอ ใครๆก็รู้ว่าลุงคริสหวงเร็นมากขนาดไหน
Ren :
รีนอะ อย่าพูดงั้นสิ ยิ่งกลัวๆอยู่
Irene :
ถ้าไม่ได้ไปเดี๋ยวซื้อขนมมาฝาก
Ren :
รีนนนนนนนนนน
ใบหน้าหวานถอดแบบคนเป็นแม่ ทำหน้างอง้ำใส่โทรศัพท์ราวกับว่าอีกฝ่ายจะได้เห็น
นี่เขายิ่งกลัวๆอยู่ว่าพ่อจะไม่ให้ไปเที่ยวญี่ปุ่นกับเพื่อนๆ เพราะพ่อหวงเขามาก ก็ไม่รู้จะหวงทำไมนักหนา เขาจะสิปแปดแล้วนะ ไม่เด็กแล้วนะ แล้วที่สำคัญเขาเป็นผู้ชายด้วยนะ
แอมเบอร์เปิดประตูเข้ามาในห้องพัก เห็นน้องนั่งขัดสมาธินั่งทำหน้าบูดใส่โทรศัพท์มือถือ ใครกันที่ทำให้เจ้าคนเล็กของเขางอนได้
“ใครทำอะไรล่ะ” แอมเบอร์ถามแล้วเดินไปนั่งบนเตียงข้างเร็น คนเป็นน้องก็รีบซุกตัวเข้าหาพี่เพื่อทำการฟ้อง
“ก็รีนบอกพ่อไม่ให้ไปหรอก แล้วได้มั้ยครับ พ่อให้เร็นไปมั้ย”
“ระดับพี่คุยได้อยู่แล้ว”
“เย่ พี่แอมเก่งที่สุดเลย เร็นรักพี่แอมที่สุดในโลกเลย” เร็นโถมตัวใส่พี่จนหงายหลังไปทั้งพี่ทั้งน้อง
“ไปขอบคุณพ่อสิ”
“จริงด้วย”
‘
ฟอด
’
เร็นหอมแก้มคนเป็นพี่ฟอดใหญ่ก่อนจะรีบกระโจนลงเตียง รีบวิ่งไปอีกห้องที่พ่อกับแม่ใช้นอนในการมาพักผ่อนครั้งนี้
มือเรียวค่อยๆหมุนลูกบิดอย่างเบามือ ออกแรงผลักเพียงน้อยนิดประตูก็ค่อยๆเปิดอ้าออก เร็นโผล่เข้าไปเพียงสองลูกตาเพื่อสอดส่องดูลาดเลาก่อนว่าภายในห้องมีบรรยากาศยังไง
คุณแม่หน้าหวานกำลังเช็ดผมพอรู้ว่าเจ้าคนเล็กมาแอบถ้ำมองเลยหันไปดูเจ้าลูกคนเล็กโผล่มาแค่ดวงตา เลย์นึกขันกับท่าทางของลูกคนเล็ก คงจะกลัวพ่อดุ แต่คริสเนี่ยหรอจะกล้าดุลูก ยิ่งเร็นแล้วยิ่งแล้วใหญ่เลย
“พ่ออาบน้ำอยู่ลูก หนูมาหาแม่มา” เลย์เรียกลูกคนเล็กด้วยน้ำเสียงเอ็นดู เร็นเดินมานั่งที่พื้นข้างแม่อย่างอ้อนๆ
“พ่อโกรธเร็นมั้ยครับ” เร็นถามอย่างกังวล
“รอเจอเองละกัน จะได้รู้” เลย์ล่ะอยากให้ลูกได้เห็นจริงๆว่าคริสนั้นมีท่าทางยังไง
“นั่นไงพ่อออกมาแล้ว” เลย์บอกลูกชายเมื่อประตูห้องน้ำถูกเปิดออกโดยฝีมือของคนข้างใน คริสเดินหน้านิ่งออกมา เอาผ้าขนหนูไปพาดที่ราวแล้วเดินมาล้มลงนอนที่เตียงไม่พูดจา คนเป็นลูกก็ได้แต่มองตามตาละห้อย จนแม่ต้องสะกิดบอกให้เข้าไปหา
เร็นทำใจอยู่สักพัก พอใจกล้าก็ค่อยๆคลานขึ้นเตียงไปหาพ่อที่นอนลืมตาอยู่ แต่พอเข้าไปใกล้ คริสกับตะแคงหันหลังให้ลูก เร็นถึงกับใจเสียเมื่อพ่อทำแบบนี้
“พ่อครับ” เร็นเรียกเสียงอ่อน “พ่อโกรธเร็นจริงๆหรอ”
เมื่อคนเป็นพ่อยังมีท่าทีนิ่งอยู่ เร็นเลยยกมือขึ้นเขย่าท่อนแขนพ่อเล็กน้อย พอไม่ได้ผลอีก หน้าเล็กเลยแนบอิงลงกับท่อนแขนของพ่ออย่างอ้อนๆ
เลย์ยิ้มบางอย่างรู้ทันเหตุการณ์ เร็นทำแบบนี้คริสนิ่งได้ไม่นานหรอก
แล้วก็เป็นไปตามคาด คริสหันกลับมานอนหงายก่อนจะรีบรับร่างของคนขี้อ้อนเข้าไปกอดอย่างเต็มรัก
“ใครจะโกรธเรากันหืม”
“ก็พ่อไม่สนใจเร็นนี่ครับ” คนเป็นลูกพูดงอน
“เร็นก็จะไปเที่ยวไม่สนใจพ่อตั้งหนึ่งอาทิตย์เลยนะ”
“อาทิตย์เดียวเอง”
“ตั้งเจ็ดวันเลยนะ”
“เดี๋ยวเร็นโทรหาก่อนนอนทุกคืนเลย”
“พ่อโทรไปตอนไหนต้องรับไลน์ไปตอนไหนต้องตอบเข้าใจมั้ย”
“เข้าใจครับ”
“เกินไปแล้วคริส ลูกไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ” เลย์ที่เฝ้าดูพฤติกรรมคนหวงลูกเกินเหตุมาสักพักเลยขอออกความคิดเห็นบ้าง “ลูกโตแล้วปล่อยลูกบ้างเถอะ”
“อิจฉาลูกก็พูด ปิดไฟด้วยจะนอนกอดลูกแล้ว” เลย์ได้แต่ส่ายหน้ากับพฤติกรรมของสามีขำๆ แต่ก็ยอมเดินไปปิดไฟตามคำสั่งแล้วเดินกลับมาล้มตัวลงนอน กอดทับลูกชายคนเล็กวัยย่างสิบแปดจากด้านหลังอีกที แต่ถึงจะย่างสิบแปดแล้ว เร็นก็ยังเป็นเจ้าคนเล็กของบ้านที่ทั้งพ่อ แม่ และพี่หวงเอาโล่ ยิ่งพ่อนี่ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม ยิ่งกว่าไข่ในหิน พ่อหวงยิ่งกว่าจงอางห่วงไข่เสียอีก

**เรื่องนี้เป็นภาคต่อของ Krislay married life เเต่ไม่ต้องอ่านเรื่องเเรกก็ไม่งงค่ะ ยังก็ฝากฟิคเรื่องนี้ด้วยนะคะ
**เนื้อหาไม่ได้มีเกี่ยวข้องใดๆกับบุคคลในภาพ ใช้เพียงเพื่อเพิ่มอรรถรสเท่านั้น
