แอนนา แมรี่ ยืนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ตรงเคาท์เตอร์ ที่สนามบินคูเวต สาวสวยอยู่ในชุดกระโปรงยีนส์สั้นจู๋ เสื้อสายเดี่ยวแขนสปาเก็ตตี้สีอ่อน เสื้อยีนส์ที่สวมคลุมไว้ ถูกโยนไว้ที่กระเป๋า แว่นตาสีดำยัดใส่ตรงกลางระหว่างร่องอก ใบหน้าสีชมพูสุกเปล่ง เพราะความร้อนอบอ้าวระอุ กำลังโต้เถียงกับพนักงานของสายการบินฉอดๆ อย่างไม่ลดราวาศอก เพราะโมโหสุดขีดที่มาไม่ทันเครื่อง
"
ดิฉันต้องขอโทษด้วยนะ ที่ไฟล์ที่คุณต้องการบินต่อไปยังประเทศไทย อยู่ที่ลานบินกำลังจะบินขึ้นแล้ว คุณมาช้าไปหนึ่งนาที
"
"
แค่หนึ่งนาที
!!
คุณจะไม่อนุโลมบ้างเลยรึ
"
แอนนา แมรี่ ส่ายหน้าสวยไปมา ให้ตายเถอะ เธอหลับในไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน มาสายตั้งหนึ่งนาที
"
มาสาย ไม่ว่า จะหนึ่งวินาที หรือ หนึ่งนาที ก็มาสายเช่นกันค่ะ
"
พนักงานสาวชาวอาหรับ ตอบอย่างสุภาพเพราะหน้าที่ ต้องสะกดอารมณ์เอาไว้ ถ้าไม่งั้นคงไม่ยอมขนาดนี้
"
นี่คุณ ที่นี่มันกลางทะเลทรายนะ จะให้ฉันไปประเทศที่สองได้อย่างไรกัน ตั๋วเครื่องบินก็จ่ายไปหมดแล้ว ไม่ทราบว่าเที่ยวบิน เที่ยวต่อไป ฉันต้องเสียเวลานานเท่าไหร่ กับเรื่องสนุกของคุณเรื่องนี้
"
ทั้งที่เรื่องไม่สนุกอย่างที่พูดแต่มันเหลืออดเกินกว่าจะทน
"
คุณต้องรออีกพรุ่งนี้ตอนค่ำค่ะ จะเป็นเวลาเดียวกันกับไฟล์ที่คุณพลาดไปค่ะ
"
พนักงานสาวตอบแบ่งรับแบ่งสู้
"
หา
!
อะไรกันคะคุณ แล้วคืนนี้ฉันจะไปนอนที่ไหน
"
เป็นสาวเป็นนางคงไปไม่ได้ต้องนอนถึงเช้าตามม้านั่งรอเครื่อง โอ๊ยถ้ารู้อย่างนี้จะไม่เข้าห้องน้ำเสียยังดีกว่า ก็เพราะหลับในไปนิด ยังดันมาท้องเสียอีกนี่แหละ ทำให้เธอต้องพลาดเที่ยวบินที่สำคัญที่สุดไป
แอนนาแมรี่สามารถพูดได้หลายภาษา ไทย เยอรมัน อังกฤษ ฝรั่งเศส สเปน เพิ่งจะจบปริญาเอกสายแพทย์ศาสตร์ ต้องการที่จะเดินทางไปพบญาติพี่น้องฝ่ายแม่ กว่าจะเรียนจบเลือดตาแทบกระเด็น พอมาเจอเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดอย่างนี้ ยิ่งท้อใจ
"
คุณแล้วฉันจะหลับนอนที่ไหนล่ะคืนนี้
?"
"
สนามบินของเราเล็กไม่ใหญ่พอที่จะมีโรงแรมอยู่ข้างใน คุณต้องเข้าไปในตัวเมืองหาโรงแรมดีๆ พักเอง ด้วยงบส่วนตัวของคุณเพราะไม่ใช่ความผิดพลาดของสายการบินค่ะ
"
พนักงานสาวคนเดิมเริ่มชี้แจงให้สาวสวยเข้าใจ ไม่รู้เพราะอะไร แม่สาวคนสวยจากเมืองศิวิไลซ์ถึงเข้าใจอยาก หรืออาจจะไม่ต้องการเข้าใจก็ได้ อย่างว่าล่ะนะ ชาวตะวันตก คิดแต่ว่าตัวเองมาจากประเทศที่พัฒนาแล้ว เห็นชาวอาหรับอย่างเธอเป็นเพียงแค่ฝุ่นละอองไป
มองลอดออกไปจากกระจกใส เห็นเครื่องบินลำที่เธอจะไปด้วย ได้บินพุ่ง
ขึ้นสู่ท้องฟ้า มันน่าเจ็บใจนัก บินหายไปต่อหน้าต่อตา ยิ่งมองยิ่งเจ็บจี๊ดลึก ส่งสายตาละห้อย
ตู๊ด
!
กรี๊ดๆๆๆ เสียงร้องดัง
ชุลมุนวุ่นวาย จนฟังไม่เป็นภาษา
คละกับเสียงร้องไห้ของเด็กเล็ก เสียงกรีดร้องของผู้หญิง
ปั้งๆๆๆ เสียงกระสุนดังรัวกระหน่ำหลายนัด จนนับไม่ถ้วน
"
อุ๊ย
!!
"
แอนนา แมรี่ ตกใจส่งเสียงออกมาพอๆ กับคนอื่นที่อยู่ในบริเวณนั้น
"
อุ๊ฟฟ
!!
อื้อๆๆๆ
"
แอนนา แมรี่ ถูกมือใหญ่จากหนุ่มปริศนามาปิดปากเอาไว้ ไม่สามารถพูดออกมาเป็นภาษาคนที่เข้าใจได้
"
เงียบๆ ถ้าไม่อยากจะเป็นศพเฝ้ากลางทะเลทรายแห่งนี้
"
ถึงจะเป็นสนามบินนานาชาติก็ตาม แต่ตั้งอยู่กลางทะเลทราย มองไปทางไหนมีแต่เม็ดทราย ชายนิรนามคนเดิมกล่าวตักเตือนแม่สาวเลือดผสมเอเชียตะวันตก แต่ดูอย่างไรก็ไม่ออกมาทางเอเชียเลยสักนิด รูปร่างผิวพรรณออกมาทางยุโรปตะวันตกมากกว่า ถ้าไม่บอกหรือสืบเสาะดูก็ไม่รู้ว่าเธอ เป็นสาวเลือดผสมไทยเยอรมัน
"
ไม่ต้องตกใจ ข้ามาดี มาช่วยป้องกันภัยให้คุณ
"
ชายร่างใหญ่นอนทับร่างบอบบางจนมิดร่าง ถึงเธอจะเป็นคนสูงในที่นี่ดินแดนอาหรับแต่ชายแปลกหน้าคนนี้ยังสูงกว่าเธออยู่ดี
จะบอกเธอว่าเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด และได้ยินทุกถ้อยคำ รับทราบถึงปัญหาของเธอด้วย ตอนแรกแลเห็นข้างหลังอยู่ไวๆ กำลังจะบินไปที่พระนครของตนอยู่แล้ว สะดุดตาเป็นพิเศษตรงผมสีทองสุกอร่ามโดดเด่นกว่าใคร ข้างหลังหุ่นดีสมส่วน รูปร่างหน้าตา มีความพึงพอใจใน เสน่ห์หา จึงเป็นเหตุให้เดินเข้าใกล้ ยิ่งสวยกว่าที่คิด ตกตะลึง นึกไม่ถึงว่าสตรีเชื้อชาติตะวันตกคนนี้จะสวยเซ็กซี่ ชนิดใครเดินผ่านต้องหันกลับมามองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตะลึงราวกับว่าเธอเป็นซุปเปอร์โมเดลชื่อดังของโลกทีเดียว
ปั้งๆๆ เสียงกระสุนหลายนัดรัวไม่ยั้งมือ ความตึงเครียดเขามาครอบคลุมพื้นที่ ทุกคนต่างก็รักตัวกลัวตายกันทั้งหมด
"
ฮือๆ ฉันกลัวจังเลย
"
แอนนา แมรี่แทบจะร้องไห้ออกมา มันรู้ว่าวันนี้ตรงกับวันศุกร์ที่สิบสาม คืนปล่อยปีศาจ แม่มดออกล่าเนื้อมนุษย์ ไม่ใช่การเริ่มต้นที่ดี ท่ามกลางดงกระสุนชัดๆ
"
จุ๊ๆ ไม่ต้องตกใจกลัว ผมจะคุ้มภัยให้คุณเอง
"
ชายแปลกหน้าสวมชุดดำโพกผ้ามัดหัวสีเดียวกัน ปลอบใจเธอ ร่างผิวขาวอมชูมพูแก้มระเรื่อ
"
ฉันไม่รู้จักคุณมาก่อนแล้วจะให้เชื่อใจได้อย่างไรกันล่ะ เราอยู่ต่างเชื้อชาติต่างเผ่าพันธุ์อยู่แล้ว แน่นอนความคิดต่างกัน ฉันก็ยังไม่รู้จักแม้แต่ชื่อคุณเลย
"
ผู้ที่นอนราบอยู่ใต้ร่างใหญ่ เอ่ยเสียงแผ่วเบาหวิว
"
มูลฮาเหม็ด ฮาฮาชัง แห่งบูลเนียร์เซีย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปเรารู้จักกันแล้วนะ หายกลัวยัง
?
ผมเองก็ยังไม่รู้จักชื่อคุณเลยไม่เห็นจะน่ากลัวสักหน่อย
"
ชายร่างบึกบึนเหมือนคนที่เล่นกีฬาออกกำลังกายฝึกซ้อมอยู่ตลอด
"
ฉันชื่อ แอนนาแมรี่ หลุย์ เดินทางมาจากประเทศอังกฤษ กำลังจะต่อเครื่องไปที่ประเทศไทย
"
หยุดคำว่า ตกเครื่อง เพราะตัวเองหลับในมาช้าไปหนึ่งนาที เครื่องบินโฉบไปต่อหน้าต่อตา
"
คุณ ฉันหนัก ตัวคุณหนักยิ่งกว่ากระสอบทรายซะอีก ไปกินช้างมาหรือยังไง
?"
แอนนา แมรี่เริ่มโวยวาย อยากจะเอะอะให้ดังลั่นแต่กลัวเสียงระเบิด ทั้งกระสุนรัวไม่ขาดสาย บู๊สนั่นไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงง่ายๆ
กรี๊ดๆๆ
เสียงหวีดร้องของหญิงสาวอย่างโหยหวน กอดร่างไร้วิญญาณของชายที่นอนจมกองเลือด สังเวยชีวิตอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรเขา กลายเป็นเหยื่อไปโดยไม่รู้ตัว
โชคดีที่แอนนาแมรี่ ถูกดึงร่างมากอดเอาไว้หลังเคาท์เตอร์ พอที่จะมองเห็นอะไรลอดตามช่องรูเล็ก อยากจะร้องไห้โฮปล่อยออกมาดังๆ ก็ทำไม่ได้เดี๋ยวผู้ร้ายจะยิงเอาต้องอดทนเอาไว้
"
นี่คุณ ปล่อยฉันได้แล้ว
"
ตอนแรกรู้สึกอึดอัดตรงหน้าอก ที่ไหนได้มีมือชายปริศนานามว่ามูลฮาเหม็ด จับไว้กำจนแน่นอกหายใจไม่ทั่วท้อง
"
ผมจะปล่อยคุณได้ยังไงล่ะ ถ้าไม่ปกป้องคุณเดี๋ยวก็โดนลูกหลงขึ้นมา
"
มูลฮาเหม็ดยื่นคำขาด พอรู้ตัวว่าตนกำลังยืดกองภูเขาอาไว้ลูกหนึ่งจึงลดมือออกจากเต้านมของหญิงสาว
"
ท่านครับ เหตุการณ์สงบแล้วครับ ปลอดภัยแล้วครับ
"
ชายร่างกำยำหนึ่งในห้ารีบรายงานนายผู้ที่ยังนอนทับผู้หญิงชาวตะวันตกไว้ สองมือยังยึดดอกบัวยอดปทุมเอาไว้
"
นี่ปล่อยฉันนะอีตาบ้า ฉวยโอกาส ฉันจะไปดูคนเจ็บ
"
แอนนา แมรี่ จึงผลักชายร่างใหญ่ออกจากตัว
"
คุณจะไปดูคนบาดเจ็บได้ยังไง เราต้องออกเดินทางนะเดี๋ยวคนร้ายกลับมาอีก
"
มูลฮาเหม็ดคาดการณ์ไว้
"
ฉันเรียนจบแพทย์ศาสตร์มานะ จะมานั่งดูคนที่ได้รับบาดเจ็บเฉยๆ ไม่ได้หรอก ร่ำเรียน
มาช่วยคน ไม่ได้มานั่งดูคนป่วยที่ต้องการความช่วยเหลือ
"
"
เรามีแพทย์หญิงร่วมคณะ มีสหายรายหนึ่งของเราโดนยิง งั้นก็ช่วยดูแลทำแผลด้วยนะในระหว่างทางจะได้ปลอดภัย
"
แพทย์หญิงสวยอย่างนี้ขอเปลี่ยนกันเจ็บดีไหมเอ่ย ชายหนุ่มร่างใหญ่ต่างพากันมองด้วยสายตาละห้อยไปตามกัน
"
พวกเจ้าถอยไป เดี๋ยวข้าจะช่วยนางเอง
"
มูลฮาเหม็ดกล่าวด้วยเสียงเด็ดขาด ใครจะกล้าขัด ถ้าไม่อยากคอหลุดออกจากบ่า
"
ชายที่ได้รับบาดเจ็บต้องผ่าเอากระสุนออกก่อน ฉันมีเครื่องมือบางส่วนอยู่ในกระเป๋าเดินทาง แต่ต้องหาที่ปลอดภัยเพื่อทำการผ่าตัดด่วน
"
"
นำสหายผู้ที่บาดเจ็บขึ้นเครื่อง เราจะทำการผ่าตัดบนเครื่องเดินทางมุ่งหน้าไปยัง
นครของเราด่วน
"
มูลฮาเหม็ดบรรชา
"
ฉันต้องการลูกมือ ถ้าจะผ่าตัดใหญ่คนที่ไม่เกี่ยวข้องต้องถอยออกไป
"
แอนนา แมรี่ กล่าวอย่างเด็ดขาดเช่นกัน
เพื่อนใหม่เพศตรงข้ามรีบเข้ามาช่วยเหลือเธอผ่าตัด หยิบโน่นหยิบนี่ให้ตามคำสั่งของสตรี อย่างรีบเร่งเคร่งเครียด หน้าสิ่วหน้าขวาน เครื่องบินส่วนตัวบินล่องลอยอยู่บนผืนทะเลทราย มองไปทางไหนมีแต่ทรายปกคลุมจรดฟ้าสุดลูกหูลูกตา แสงอาทิตย์สาดส่องร้อนระอุ แต่บนเครื่องบินยังมีแอร์ปรับอุณหภูมิได้ตามต้องการ
สหายผู้ได้รับบาดเจ็บร้องโอดครวญจวนจะขาดใจตาย เลือดไหลไม่ยอมหยุด ส่วนคุณหมอก้มๆ เงยๆ ช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บจนลืมสังขารตัวเอง ทำให้มองเห็นนมเต้าใหญ่เสียดสีกันไปมา กระโปงสั้นจู๋ เห็นกางเกงในวับๆ แวมๆ มูลฮาเหม็ดตอนแรกก็ให้สหายคนหนึ่งมาช่วยด้วยแต่พอภาพล่อแหลมเข้า เจ้าตัวไม่รู้ตัวเสียด้วยจึงโดนถีบให้ออกไปนั่งนอกห้องผู้โดยสาร เหมือนคนอื่นๆ จึงมีแต่มูลฮาเหม็ดกับแอนนา แมรี่ เท่านั้นที่ช่วยสหายอดปลื้มไม่ได้ ที่มีโอกาสสร้างความสัมพันธไมตรีกับหญิงสาวชาวศิวิไลซ์คนนี้
*** เรื่องนี้กำลังเขียนอยู่น๊ะเปลี่ยนรสชาติอะ
