Freeze blood rising ตำนานนักล่าอสูร
5
ตอน
1.39K
เข้าชม
34
ถูกใจ
1
ความคิดเห็น
0
เพิ่มลงคลัง

เปิดตำนานล่าปีศาจทศวรรษใหม่ แนว แฟนตาซี

+

ไซไฟ

+

ไทยแท้

แม้จะแปลกตาไปหน่อย

555+

กรี๊ด

!!

นั่นมันตัวบ้าอะไรน่ะ

!!?? ”

เธอนั่นแหละบ้า

!

จะยืนเป็นซากทำไม

เผ่นเร็ว

! ”

แล้ว มือใหญ่ร้อนจัดชุ่มเหงื่อก็ฉุดมือฉันไป แรงกระชากที่ดึงฉันเซถลาหน้าทิ่มพรวด ก้าวขาออกวิ่งตามอย่างช่วยไม่ได้ ทั้งที่ดวงตายังล็อคตายอยู่ที่เจ้าตัวมหึมาที่ไล่กวดพวกเราสองคนมาอย่างกับ พายุ ขนสีน้ำตาลแกมดำของมันกระเซิงไปในความมืด แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ตรงนั้น กล้ามเนื้อแต่ละมัดของเจ้าตัวขนปุยขยับเกร็งปูดทุกครั้งที่ออกแรงตะกุยพื้น จนคอนกรีตแทบแตกเป็นเสี่ยงๆ ฉันแทบหยุดหายใจเมื่อดันไปจ๊ะเอ๋เข้ากับดวงตาสีอำพันคู่โตวาววับนั่น และใกล้ๆกัน...

เขี้ยว... แหลมขาว ยาวเฟื้อย แถมน้ำลายยังยืดแลบลิ้นสีชมพูราวกับหิวจัด

ฉันอยากจะร้องจริงๆ ใครก็ได้บอกทีว่าฉันแค่ฝันร้าย

!!

ฉัน ไม่ได้ยอมตกลงมาเป็นตัวดูดผีให้ตาบ้านี่ คนที่หลงตัวเองนักหนาว่าข้าแน่ ทำเป็นเก๋าท้าตีท้าต่อยชาวบ้านจนไม่ได้หลับได้นอน ( พาฉันที่เป็นคู่หูเฉพาะกิจอดหลับอดนอนไปด้วย

!

) ถึงจะถล่มล้างบางเค้ามาได้เป็นหลายสิบครั้ง ไล่ฟันปีศาจซะกระจุยกระจายแตกพ่ายยับ คึกเป็นบ้าเป็นหลังไม่รู้จักกลัว แต่ทำไมครั้งนี้ถึงได้วิ่งหางจุกตูดซะหมดมาดแบบนี้เล่า

!

ตกลงมันตัวอะไรกัน

!!? ”

ฉันร้องถาม

วิ่งจนปอดจะแตก ไอ้เรื่องปอดแหกน่ะมันนานแล้ว แต่คราวนี้สติมันแตกมากกว่าเลยพูดไปอย่างหัวเสีย

ทุกทีชอบรนหาเรื่องนัก คราวนี้ไม่ลงไปสู้กับมันซะเลยเล่า วิ่งหัวซุกหัวซุนแบบนี้จะพ้นมั๊ย

! ”

เธอโง่หรือบ้า

!?

นั่นมันแวร์วูล์ฟ อสูรระดับเอ ..

เขาเริ่มหอบ แต่สายตายังแค้นเคืองที่ฉันบังอาจไปต่อล้อต่อเถียงด้วย คนที่ไม่ค่อยพูดนักถึงได้แสยะยิ้มเหี้ยม กัดเจ็บๆตามนิสัย

ถ้าอยากตายนักก็บอก ฉันจะได้ปล่อยเธอ แต่เตือนก่อนว่าไอ้พวกนี้มันล่าเป็นฝูง จะเอาไงก็เอา

เป็นฝูง..

คำ นี้หยุดฉันสนิท หัวใจเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะสะดุดลงเมื่อชายหนุ่มคนนำทางชะงักฝีเท้ากะทันหัน ฉันมองตามดวงตาสีสวยคู่นั้นแล้วแทบลืมหายใจ สยดสยองกับภาพเบื้องหน้า

ฝูง แวร์วูล์ฟร่างมหึมาขนปุกปุยปิดทางหนีพวกเราสองคนเสียหมด ไม่ต้องหันกลับไปมองให้เสียเวลาเลยว่าเจ้าตัวข้างหลังมันไล่กวดมาถึงไหน สามหรือสี่ ? ความมืดเป็นอุปสรรคต่อการมองเห็นของฉัน แต่ร่างสูงใหญ่กล้ามเนื้อเป็นมัดนั่นดูยังไงก็มากเกินพอสำหรับฉันอยู่ดี ดวงตาสีอำพันวาววามหลายคู่ในรัตติกาล พวกมันสี่ตัวแสยะแยกเขี้ยว น้ำลายหยดติ๋งลงบนพื้น ฉันสูดลมหายใจลึกเข้าปอด กระซิบถามคนข้างตัวที่ดูจะนิ่งกลายเป็นหินไปเสียแล้ว

รู้ว่าสู้ไม่ได้ นายจะพาฉันมานี่ทำไม

ดวงตาสีน้ำเงินเข้มดูดุดันแม้จะยังไม่ละสายตาจากศัตรู น้ำเสียงที่กระซิบตอบเลยไม่ต่างไปจากการตะคอกสักเท่าไหร่

อย่ามาโมเม ใครกันแน่ที่แส่หาเรื่องให้ฉัน

! ”

คำ กล่าวที่ฉันนิ่วหน้า อยากเถียงแต่ดูเหมือนจะไม่เอื้ออำนวยเลย เมื่อเจ้าตัวยักษ์ฝูงนั้นร้องคำราม พลังอำนาจวิเศษที่สืบทอดมานับแต่โบราณกาลเพิ่งประจักษ์แก่สายตาในวินาทีนี้ ฉันเบิกตากว้าง จ้องคมเขี้ยวเจ้าตัวจ่าฝูงไม่กะพริบตา ถึงฉันจะอยากรู้ว่าทำไมเจ้าตัวนี่มันถึงได้เป็นอสูรระดับเอ แต่พูดตรงๆ... ฉันไม่ได้อยากรู้ด้วยวิธีนี้

!

โอ.. พระเจ้าช่วยเถอะ

!

ถึงฉันจะเป็นคนพุทธก็ช่างมัน  พระพุทธเจ้า พระคริสต์ พระอัลลอฮ์ หรือจะพระศิวะ วินาทีนี้ศาสนาไหนช่วยต่อลมหายใจฉันได้ ฉันยอมคารวะขอติดตามชั่วชีวิตเลยเอา

!

แสดงเพิ่มเติม

รีวิว (0)

เรื่องนี้ยังไม่มีรีวิว