ในยุคที่เวทย์มนต์ได้สาบสูญไปจากโลกนี้ และมันนานมาแล้วข้ารู้
ในวันและเวลาที่กำลังผ่านไป
เงามืดของโลกแสงสว่างก็พร่างพราวลงบนแผ่นดินที่แตกระแหง
หรือบ้างแห่งก็ชุ่มเสียจนแฉะเลยที่เดียว
สิ่งมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในยุคโบราณนั้นกลายเป็นเพียงแค่ตำนานที่เล่าขานกันสืบมา
ทั้งเทพนิยายต่างๆของที่ต่างๆกันออกไปในดินแดนอันไกลโพ้นออกไป
ไกลกว่าที่คนอย่างพวกเราๆจะไปถึง
ค่ำคืนอันโสมมในวันคืนเหล่านั้นช่างน่ารังเกียด
หรือไม่ก็น่าชื่นชมมากเสียกว่าสินะ
แต่ในวันๆหนึ่งของเด็กน้อยทุกคนย่อมมีโลกแห่งจินตนาการที่เป็นของตนเองกันทั้งนั้น
ในยุคก่อน
เคยมีคนเล่ากันว่าเราสามารถจะอธิฐานขออะไรบางอย่างกับดาวตก
แต่ในปัจจุบันนี้เวทย์มนต์ที่ทำให้สิ่งที่ขอเป็นจริงนั้นได้สาบสูญอย่างไร้ร่องลอยไปนานมากแล้ว
โลกนี้จึงต้องจมปรักอยู่กับการเรียนรู้เศษซากของวิทยาศาสตร์ที่คิดโดยนักวิทยาศาสตร์เมื่อประมาณ
สักร้อยกว่าปีก่อนมานี้ซึ่งบางคนก็ว่ามันไม่น่าสนใจเท่าไรนัก
แต่สำหรับบางคนก็บอกว่ามันน่าท้าทายดี
แต่ในความจริงแล้วบางอย่างที่ไม่คาดฝันกำลังจะเกิดขึ้นมาแล้วสินะ
ในวันที่เรากำลังทำอะไรต่างใครต่างมันอยู่นั้น
ในช่วงหนึ่งของสถานที่
ที่เรียกกันว่าห้องสมุดนั้นเป็นที่นั่งเล่น
หรือหาหนังสือดีๆมาอ่านสักเล่ม
แต่เรื่องที่เราจะเล่าถึงนั้นไม่ได้อยู่ในห้องสมุดหรอกมันเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน
ที่ที่คุณอาจไม่รู้จักมันเป็นป่ารกทึบแห่งหนึ่งมันผ่านมานานและแน่นอนนานมากเลยแหละ
จนผมไม่สามารถที่จะจำได้ว่ามันเกิดขึ้นเมื่อไหร่
ตอนที่ผมยังคงเล่นวิ่งไล่จับกับสุนัขตัวหนึ่งที่ชื่อว่า
บอบโบ
อยู่ในสวนหลังบ้านเหมือนทุกๆๆวัน
มันเริ่มที่วันนั้น
มีเด็กผู้ชายที่อยู่บ้านข้างๆอยากจะเข้ามาเล่นกับผม
และเราก็ดูเหมือนจะสนุกอยู่เป็นอย่างมากเลยที่เดียว
เจ้าบอบโบ
ก็วิ่งเข้าไปในป่าที่อยู่ใกล้ๆนั้น
และมันก็เห่าเสียงหลงเลยเชียวผมยังไม่ทันจะได้ถามแม้กระทั่งชื่อของเด็กสองคนนั้นด้วยซ้ำไปพวกเราสามคนวิ่งไปหาบอบโบ้ทันใดนั้น
มันก็เกิดขึ้น
มีชายแก่ผมขาวยาวแต่งตัวประหลาดนั่งอยู่บนท่อนซุงที่พร้อมสำหรับจะนำมาทำเป็นฟืน
สำหรับหนาวนี้
เขาใส่ชุดสีขาวที่แสนจะขาวโผลนราวกับหิมะช่วงคริสตมาสเลยที่เดียวดังนั้นพวกเราจึงเข้าไปใกล้ๆๆและแล้วตาเฒ่าคนนั้นก็ทำเหมือนจะเรียกให้เราเข้าไปนั่งด้วย
ผมและเพื่อนนิรนามของผมเข้าไปนั่งทันใดนั้นตาแก่นั่น
ก็เริ่มเล่าเรืองเกี่ยวกับเผ่าพันโบราณที่เรียกตัวเองว่า
ผู้มอบความหวัง
หรือ
ภูตแห่งแสงกิจกรรมของเราดำเนินอยู่อย่านั้นหลายวันเลยที่เดียว
พวกเราสนิทกันขึ้นเรื่อยๆ
แต่เพื่อนสองคนนั้นกลับทิ้งผมไว้กับ
เฮนดริโก
เออผมลืมบอกคุณสินะครับว่าเขาชื่อนี้และเพื่อนผมก็กลัวเขาเกินกว่าที่จะมาเล่นกับผมอีก
และผมกับบอบโบก็จะมารอฟังเรื่องเล่านี้ทุกบ่ายเลยละครับ
บ้างครั้งมันก็เป็นเหมือนประวัติศาสตร์ของบางที่นะครับ
เรื่องนั้นก็ดูเหมือนดังที่ผมจะเล่าต่อไปนี้นะครับ
( นิยายเรื่องนี้เป็นแนวนิยายรักแฟนตาซีนะครับ)
