เป็นเพราะมารดาของเธอบังคับให้แต่งงานกับนักธุรกิจร้านจิวเวอรี่ที่มีสาขาทั่วทุกมุมโลกซึ่งเธอปฏิเสธการแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้แต่ก็เหมือนมีเทพบุตรในคราบซาตานลงมาช่วยเธอเอาไว้ได้ทัน
“
นี่มัน.........ใบทะเบียนสมรสนิ
”
รินรดาอ่านพร้อมกับพูดออกมาอย่างอึ้งๆ
“
ใช่ เหลือแค่คุณเซ็นทุกอย่างก็สมบูรณ์ส่วนพยายอีกหนึ่งเดี๋ยวผมจะให้คนแถวนี้เซ็นเป็นพยานให้ก็แล้วกัน
”
“
คุณทำแบบนี้ทำไม
”
รินรดามองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจ
“
ไหนคุณบอกว่าไม่อยากแต่งงานกับคนที่แม่ของคุณหาให้ไง ผมช่วยคุณอยู่นะรินนี่ ถ้าคุณตกลงผมจะพาคุณไปหาแม่ของคุณพร้อมกับทะเบียนสมรสเป็นหลักฐานว่าเราสองคนเป็นสามีภรรยาอย่างถูกต้องตามกฏหมาย
”
“
ฉัน เอ่อ ฉัน..ไม่นึกว่าคุณจะทำแบบนี้ คุณเอาจริงหรอ
?”
รินรดาก็ไม่แน่ใจกับสิ่งที่เขาหยิบยื่นให้ถ้าไม่ทำเธอก็ต้องไปแต่งงานกับที่แม่เลือกไว้แต่ถ้าเธอยอมจดทะเบียนสมรสกับกมลเธอก็ต้องอยู่กับเขา
“
สรุปมา ผมไม่ชอบรอ หนึ่ง สอง สา...
”
กมลยืนเอาแขนแกร่งสองข้างค้ำยันกับโต๊ะอาหารสายตาก็จ้องมองเธอพร้อมกับคำตอบ
“
โอเค โอเค จะนับทำไมเนี่ย
!
จดก็จดซิ จดกับคุณดีกว่าไปแต่งกับดนัย ไหนละปากกา เอามาสิยะ
”
รินรดารีบพูดออกมาทันทีหลังจากที่เขาเล่นสงครามจิตวิทยาด้วยการนับเลข กมลยื่นปากกาให้ จากนั้นเธอก็เซ็นชื่อลงไปในใบทะเบียนสมรสอย่างสมบูรณ์
“
ก็แค่นั้น ต่อไปเราก็เป็นสามีภรรยากันละ
”
กมลพูดจบก็คว้าเอกสารสองใบมาใส่ไว้ในซองเอกสารเหมือนเดิม
“
เอ่อ เราเป็นแบบนั้นแค่ต่อหน้าครอบครัวของฉันและคุณได้ไหมถ้าอยู่กันสองคนก็เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม
”
รินรดาไม่แน่ใจว่าเขาจะเห็นด้วยหรือไม่แต่เธอก็ขอพูดก่อนแล้วกัน
“
ไม่ได้
!!”
กมลจ้องตอบรินรดาและคำตอบที่ดังออกมาจากปากของเขาก็ทำให้รินรดาแทบจะเป็นลม
และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นการของการเป็นสามีภรรยาแบบหลอกๆ (มั้ง)



