บทที่ 1 เป็นข่าว
ปัง
!
เสียงนิตยสารบันเทิงเล่มดังถูกโยนลงตรงหน้า ทำเอามือหนาที่กำลังจะยกแก้วกาแฟขึ้นจิบกระตุกเพราะความสะดุ้งตกใจ จนของเหลวสีน้ำตาลเข้มหกเลอะเทอะเสื้อผ้าแบรนด์เนมยี่ห้อดังตั้งแต่หน้าอกเสื้อเลยไปจนถึงหน้าขา ใบหน้าหล่อเนี้ยบรีบเงยขึ้นมองร่างสูงภูมิฐานตรงหน้าทันที
“
ตาวิชญ์
!
ตกลงแกเป็นเกย์ตามที่หนังสือนี่มันลงข่าวจริงๆ หรือเปล่า ตอบฉันมาเดี๋ยวนี้นะ
!”
คุณพันเทพประมุขใหญ่ของบ้านตวาดเสียงห้วนถามลูกชายคนโตของเขาอย่างโกรธจัด ไม่รู้ว่าภานุวิชญ์ไปทำอีท่าไหน ถึงได้มีภาพทุเรศๆ ออกมาประจานบนสื่อบันเทิงไปทั่วประเทศแบบนี้ ถ้าภาพและข่าวนี้รู้ไปถึงไหนคงต้องอับอายเขาไปถึงนั่น
“
พ่อ
!
ผมเปล่าเป็นเกย์นะครับ ข่าวมันมั่ว พ่ออย่าไปเชื่อนะครับ
”
ภานุวิชญ์รีบปฏิเสธเสียงแข็ง แม้ในใจจะรู้สึกหวาดหวั่นผู้เป็นพ่อมากเพียงใด แต่ถ้าเรื่องไหนมันออกมาทางด้านลบและจะทำให้เขาเดือดร้อน ชายหนุ่มจะต้องรีบตอบปฏิเสธไว้ก่อนเป็นดีที่สุด
“
แต่หลักฐานมันก็เห็นอยู่ทนโท่ ว่าผู้ชายในรูปมันเป็นแก แล้วจะให้ฉันไม่เชื่อได้ยังไง
”
เสียงห้าวที่ทรงอำนาจเหนือกว่าโต้กลับทันควัน มองหน้าคนตกเป็นข่าวด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว
กี่ครั้งแล้วที่ไอ้ลูกชายตัวดีมีข่าวทำนองนี้ออกมา ดีหน่อยที่ผ่านมามันเป็นแค่น้ำจิ้มให้คนเม้าท์กันสนุกปากเล่น แต่ครั้งนี่มันคงไม่ใช่แค่ข่าวเม้าท์สนุกแน่ แต่มันกำลังเป็นข่าวทอล์กออฟเดอะทาวน์อยู่ในขณะนี้
“
แต่ว่า นั่นมันเป็นภาพตัดต่อนะครับ
”
ภานุวิชญ์เถียงคอเป็นเอ็น พยายามประสานสายตาคมกริบเข้ากับดวงตาวาวโรจน์ที่พยายามจ้องมองเขาอย่างจับผิด เพราะถ้าหลบตา มันก็เหมือนกับว่าเขายอมรับเป็นนัยๆ พ่อของเขาจะต้องปักใจเชื่อตามข่าวนี้แน่นอน
“
ภาพตัดต่ออะไรมันจะทำได้เหมือนขนาดนี้ แกกำลังโกหกฉันอยู่ใช่มั้ย
!”
นายทหารชั้นนายพลอย่างนายพลพันเทพ ไม่มีทางยอมรับเด็ดขาด ว่าลูกชายของตนเองเป็นเกย์
ลูกชายทั้งสองคนของเขา จะต้องเป็นชายแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีข่าวซุบซิบนินทาเกี่ยวกับลูกชายคนโตของเขาว่าสาเหตุที่มหาเศรษฐีหนุ่มไฮโซภานุวิชญ์ไม่ยอมแต่งงาน ก็เพราะว่าเขาไม่ชอบผู้หญิงแต่ชอบไม้ป่าเดียวกัน
“
กรี๊ด
!!
ไม่จริง มันต้องไม่ใช่เรื่องจริงแน่ๆ ลูกชายของฉันต้องไม่เป็นเกย์
”
คุณหญิงภารดีกรีดร้องเสียงแหลมออกมาจากในบ้าน ก่อนจะถือหนังสือพิมพ์ชื่อดังฉบับหนึ่ง เดินตรงรี่มาที่โต๊ะไม้สักทองที่สองพ่อลูกกำลังจะเริ่มปะทะคารมกันอยู่อย่างดุเดือด
“
ตาวิชญ์
!
ตอบแม่มาเดี๋ยวนี้นะ
!
ว่าข่าวนี่มันไม่เป็นความจริง
”
คุณหญิงผู้เฉิดฉายไฉไล ที่มีหน้ามีตาในแวดวงสังคมไฮโซ จ้องมองลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของนางเขม็ง ยังไงตอนนี้นางจะต้องเค้นเอาคำตอบจากปากของบุตรชายคนโตของนางให้ได้
!
ภานุวิชญ์อยากจะบ้าตาย ทำไมใครๆ ต้องคิดว่าเขาเป็นเกย์ด้วย เขาก็เป็นแค่ผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ยังไม่คิดจะมีความรักแบบธรรมดาก็เท่านั้นเอง เขาชอบอิสระ และเขาก็เบื่อความจู้จี้จุกจิกของพวกผู้หญิงด้วย สู้คบเพื่อนผู้ชายด้วยกันไม่ได้ สบายใจกว่า
และเขาก็เป็นผู้ชายประเภทที่ว่า การโอบกอดเพื่อนชายด้วยกันเป็นเรื่องปกติธรรมดา เพราะตอนอยู่ที่เมืองนอกเขาก็ทำแบบนั้นเป็นประจำ ก็ไม่เห็นว่าจะมีข่าวเสียๆ หายๆ อะไร แต่พอกลับมาอยู่เมืองไทยได้ไม่ถึงสองปี เขากลับถูกมองว่าเป็นเกย์ แล้วถ้าเขายอมรับว่าตนเองเป็นเกย์จริงๆ จะเกิดอะไรขึ้น
“
ไม่จริงครับแม่ พ่อกับแม่เลิกมองว่าผมเป็นเกย์สักทีได้มั้ยครับ
”
น้ำเสียงที่พูดเริ่มออกอาการหงุดหงิดเล็กน้อย
“
ไม่รู้ล่ะ แม่ชักทนไม่ไหวแล้วนะตาวิชญ์ ยิ่งภาพข่าวในวันนี้ แม่เห็นแล้วรับไม่ได้จริงๆ ใครได้อ่านได้เห็นก็ต้องคิดว่าแกเป็นเกย์แน่นอน มีวิธีเดียวที่จะกลบข่าวนี้ได้ แกต้องแต่งงานกับผู้หญิงสักคน
”
“
แต่งงาน
!!”
โอ้พระเจ้า เขาอยากจะดิ้นตายจริงๆ นี่แม่ของเขาคิดถึงขนาดจะจับเขาคลุมถุงชนเพื่อแก้ปัญหาเชียวเหรอเนี่ย ไม่มีวันเสียหรอก ยังไงเขาก็ไม่ยอม ไม่ยอมเด็ดขาด
!
“
ใช่ ผมเห็นด้วยนะคุณหญิง แกต้องหาเมียสักคนแล้วนะตาวิชญ์
”
นายพลพันเทพเห็นด้วยกับภริยาของเขา และหันมาออกคำสั่งกับตัวก่อเรื่องที่ทำให้ชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลเสื่อมเสียด้วยสายตาบังคับเอาจริง
“
คุณพ่อ
!!”
ภานุวิชญ์อุทานออกมาแทบจะเป็นเสียงกระซิบ ในใจเริ่มร้อนรนกระวนกระวายอยากจะบ้าตายเสียให้ได้ ไม่ๆ มันต้องมีทางออกที่ดีกว่านี้สิ คิดๆ เขาต้องคิดให้ออก
แล้วสมองอันชาญฉลาดปราดเปรื่องก็ทำงานเร็วจี๋ และคิดหาทางออกได้ในที่สุด
“
ใช่ค่ะคุณ เรื่องนี้เดี๋ยวดิฉันเป็นคนจัดการหาคู่ให้ตาวิชญ์เอง
”
คุณหญิงภารดีรีบขันอาสาอย่างกระตือรือร้น หันหน้ามามองบุตรชายคนโตที่นางตั้งความหวังกับเขาเอาไว้มากด้วยแววตาจริงจัง
“
แต่ว่าคุณแม่ครับ วิธีนี้มันโบราณไปนะครับ ผมมีวิธีใหม่ที่ง่ายและดีกว่าจะเสนอ
”
คนที่กำลังจะถูกผลักไปสู่แดนนรกรีบแย้งทันทีด้วยความคิดที่ดีกว่า เขาพอมีตัวช่วยอยู่บ้าง และรับรองเลยว่าตัวช่วยที่เขากำลังคิดถึงจะทำให้เขาไม่ต้องตกนรกทั้งเป็นแน่ แววตาที่มีฉลาดไหวพริบทอประกายอย่างมีความหวังเต็มเปี่ยม
คุณหญิงภารดีมองหน้าหล่อเหลาของบุตรชายอย่างไม่ค่อยไว้ใจนัก เพราะนางคิดว่าการกลบข่าวเกย์ของภานุวิชญ์ นอกจากวิธีจับเขาคลุมถุงชนกับผู้หญิงสักคนแล้ว ก็ไม่เห็นว่าจะมีวิธีไหนที่ดีกว่านั้น
“
วิธีใหม่ วิธีไหน แม่ยังมองไม่เห็นวิธีไหนที่จะกลบข่าวเกย์ของแกได้ดีเท่าวิธีของแม่เลยนะตาวิชญ์ ไหนลองพูดมาซิ
”
“
นั่นสิ ฉันก็อยากจะรู้วิธีของแกเหมือนกันตาวิชญ์
”
คนเป็นพ่อสมทบอีกคนด้วยความอยากรู้คำตอบของบุตรชาย ว่าจะมีวิธีไหนดีกว่าการแต่งงานกับผู้หญิงสักคนที่คุณหญิงจะเป็นผู้เลือกให้
“
ผมเคยดูละครบ่อยๆ เราก็จ้างผู้หญิงหน้าตาสวยๆ สักคนมาแต่งงานกับผมสักห้าหกเดือนหรืออย่างน้อยสักสองสามเดือน แล้วพอข่าวมันเงียบลง ก็เลิกกันไปแบบนี้ไม่ดีกว่าเหรอครับ
”
จริงๆ วิธีที่ภานุวิชญ์คิดก็ไม่ต่างกับวิธีของมารดาของเขานัก เพียงแต่ผู้หญิงที่เขาคิดจะจ้างเธอมาเป็นภรรยาหลอกๆ ของเขาจะต้องเป็นผู้หญิงที่เขาเลือกเองกับมือเท่านั้น
“
แล้วแกคิดว่าจะมีผู้หญิงสติดีๆ ที่ไหน เขาจะมาลงทุนแต่งงานกับแก เพื่อดับอนาคตตัวเองล่ะตาวิชญ์
”
ประมุขใหญ่ของบ้านยังมองหาทางออกไม่เห็นอยู่ดี
“
มันก็คงจะมีอยู่หรอกค่ะ ผู้หญิงที่หน้าเงิน ยอมทำได้ทุกอย่างเพื่อความเป็นอยู่สุขสบาย
”
คุณหญิงภารดีเบะปาก คิดดูถูกผู้หญิงคนนั้นตั้งแต่ยังไม่ลงสนาม
ก็มันเรื่องจริง มีผู้หญิงหน้าตาดีๆ จนๆ หลายคนคิดอย่างรวยทางรัด สามารถยอมทำทุกอย่างเพื่อความสุขสบายของตนเองและครอบครัว ยอมแม้กระทั่งเป็นเมียเล็กเมียน้อย นับประสาอะไรกับเมียหลอกๆ ที่แกล้งเป็นเมียชั่วคราวแล้วได้เงินก้อนโตไปใช้อย่างสบายๆ เผลอๆ อาจได้เป็นเมียตบเมียแต่งขึ้นมาก็สบายไปทั้งชาติ แต่อย่าหวังว่าคุณหญิงภารดีจะยอมรับลูกสะใภ้ไร้สกุลง่ายๆ ไม่มีทางเสียหรอก
“
อืม ก็คงจะเป็นอย่างที่คุณหญิงพูดนะ ผู้หญิงหน้าเงินเท่านั้นแหละที่จะยอมแต่งงานกับตาวิชญ์เพื่อกลบข่าว
”
คนเป็นสามีเห็นด้วยกับภริยาของเขาอีกครั้ง
ภานุวิชญ์ทำท่าครุ่นคิดเกือบนาทีแล้วก็นึกออก
“
ผมนึกออกแล้วครับ ว่าจะเอาใครมารับงานเมียหลอกๆ ของผม
”
คนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นเกย์กำลังนึกถึงใบหน้าหวานๆ ของสาวน้อยคนหนึ่งที่เขารู้จักเธอเป็นอย่างดี และตอนนี้ชายหนุ่มก็มั่นใจแล้วว่า ผู้หญิงคนนี้แหละเหมาะที่จะเป็นตัวช่วยที่ดีที่สุดของเขา
“
ใคร?
!”
สองสามีภรรยาอุทานขึ้นเกือบจะพร้อมกัน มองหน้าบุตรชายเขม็งด้วยความอยากรู้ ภานุวิชญ์ยิ้มก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจว่า
“
เด็กในอุปการะของผมเองครับ
”
ชายหนุ่มตอบ นัยน์ตาเป็นประกาย ดีเหมือนกันเขาจะได้รู้ใจตัวเองเสียทีว่าเขาไม่ได้พิศวาสผู้หญิงจริงๆ และเชื่อมั่นว่าสาวน้อยคนนี้ไม่มีทางปฏิเสธเขาแน่นอน
ผู้เป็นบิดามารดาหันมามองหน้ากันด้วยแววตาครุ่นคิด ก่อนที่คุณหญิงภารดีจะกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังเชิงออกคำสั่ง เพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลมว่า
“
แกจะเอาผู้หญิงคนไหนมาทำเป็นเมียหลอกๆ ของแกก็ได้ แต่แม่ขอร้อง อย่าให้ผู้หญิงคนนั้นมาทำให้ชื่อเสียงของวงศ์ตระกูลเราต้องเสื่อมเสียเกียรติอย่างเด็ดขาด และที่สำคัญแกห้ามตกหลุมรักเมียหลอกๆ ไร้สกุลของแกเด็ดขาด
!
เข้าใจมั้ย?
!”
ภานุวิชญ์ถอนหายใจหนักๆ ออกมา เขาไม่ห่วงหรอกว่าตนเองจะตกหลุมรักว่าที่เมียหลอกๆ ของเขาหรือเปล่า แต่เขาชักเป็นห่วงสาวน้อยคนนั้นที่จะต้องเข้ามาอยู่ในบ้านอัครากรณ์ในฐานะ
‘
เมีย
’
ของเขามากกว่า ว่าเธอจะรู้สึกอึดอัดมากแค่ไหนหากต้องมาอยู่ในสายตาของบิดามารดาที่ค่อนข้างเจ้ายศเจ้าอย่างของเขาตลอดระยะเวลาที่ตกลงกัน และนอกจากนั้นชายหนุ่มยังมีอีกเรื่องที่ต้องห่วง
“
เข้าใจครับแม่ แต่ว่าผมมีเรื่องอยากจะขอร้อง ให้พ่อกับแม่เก็บเรื่องที่ผมจะจ้างเด็กในอุปการะของผมมาเป็นเจ้าสาวเป็นความลับ อย่าให้เจ้าคีย์มันรู้เด็ดขาดนะครับ พ่อกับแม่ก็รู้ว่าเจ้าคีย์น่ะ พอเหล้าตกถึงท้องเมื่อไหร่ความลับมักรั่วไหลประจำ
”
นายพลพันเทพหันมามองหน้าภรรยาคู่ชีวิตของเขาแวบหนึ่งก่อนจะตอบว่า
“
โอเค พ่อกับแม่จะเก็บเรื่องที่แกขอร้องไว้เป็นความลับ แต่แกจะต้องทำความเข้าใจกับเมียหลอกๆ ของแกให้ดีนะ อย่าให้เขาทำตัวล้ำเส้นเมื่อเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้
”
ร่างสูงใหญ่ที่แม้ว่าวัยจะล่วงเลยไปหลายสิบปีแล้ว แต่ก็ยังดูหล่อเข้มภูมิฐานน่าเกรงขาม ออกคำสั่งกับบุตรชายอีกครั้ง ซึ่งคุณหญิงภารดีก็เห็นดีด้วย
“
ได้ครับ พ่อ แม่
”
ภานุวิชญ์รับปากเสียงเรียบ แต่สีหน้ายังมีแววกังวลฉายชัดออกมา เพราะรู้สึกสังหรณ์ใจว่าอีกไม่นานต้องมีเรื่องวุ่นๆ ตามมาแน่
“
แล้วแกจะไปคุยเรื่องนี้กับผู้หญิงคนนั้นเมื่อไหร่ แม่อยากให้แกจัดการโดยเร็วที่สุด
”
คนใจร้อนที่อยากจะให้ข่าวเกย์ของลูกชายถูกกลบไวๆ ถามตัวก่อเรื่องด้วยแววตาคาดคั้นจริงจัง เพราะอยากได้คำตอบที่น่าพอใจก่อนที่จะไปธุระข้างนอกไวๆ
“
ไม่เกินสามวันครับ แล้วผมจะให้ข่าวอย่างเป็นทางการกับสื่อบันเทิงทุกแขนง
”
“
ดี ฉันจะคอยดู เราไปกันเถอะคุณหญิง ป่านนี้ลูกค้าคนสำคัญของเราคงจะทยอยกันมาถึงโรงแรมกันเกือบครบทุกคนแล้ว
”
นายพลพันเทพชิงตอบก่อนเมื่อได้ฟังคำตอบที่น่าพอใจจากปากของลูกชายตัวปัญหา คุณหญิงภารดีจึงได้แค่จิกสายตาแหลมคมมองใบหน้าหล่อเนี้ยบของลูกชายเท่านั้น ก่อนจะตวัดสายตามามองหน้าสามีสุดที่รัก
“
ค่ะ
”
ก่อนจะก้าวขาขึ้นรถที่คนใช้เดินมาเปิดประตูรอรับ เพื่อเดินทางไปเปิดตัวสินค้าตัวใหม่
ร่างสวยสง่าสมวัยก็หันมาส่งค้อนให้ลูกชายตัวแสบของนางอีกครั้งอย่างแสนงอน ทำให้ภานุวิชญ์ต้องส่งยิ้มหวานไปให้คนเป็นแม่อย่างประจบเอาใจ เพราะแม่ของเขาจะงอนแบบนี้ทุกครั้งที่เขาก่อเรื่อง
มันช่วยไม่ได้จริงๆ ก็คนมันดัง ทำอะไรก็มักจะเป็นข่าวไปเสียหมด นี่ขนาดเขาไม่ใช่ดารานะ...ยังเป็นข่าวดังมากขนาดนี้ ภานุวิชญ์ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าเขาไปเป็นดาราจริงๆ ชื่อเสียงของเขาจะฉาวโฉ่มากกว่านี้อีกสักกี่ร้อยกี่พันเท่า
ตู๊ด
!
ตู๊ด
!
ตู๊ด
!
คล้อยหลังเบนซ์สปอร์ตคันหรูไม่ถึงนาที เสียงโทรศัพท์เครื่องเล็กในกระเป๋ากางเกงสแล็กสีเข้มก็ดังขึ้น ร่างสูงล้วงหยิบเอาไอโฟนรุ่นล่าสุดขึ้นมากดรับสายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เพราะรู้ว่าใครโทร.เข้ามา พร้อมทั้งกับกรอกเสียงทุ้มๆ นุ่มๆ ลงไป
“
ว่าไงจ๊ะ เด็กดีของคุณวิชญ์
”
แล้วเสียงใสๆ ก็ตอบกลับมา
“
คุณวิชญ์ขา พรุ่งนี้อิ๊งจะรับปริญญาแล้วนะคะ คุณวิชญ์จะมาถ่ายรูปกับอิ๊งมั้ยคะ
”
สาวน้อยที่เพิ่งเรียบจบปริญญาตรีหมาดๆ ถามผู้มีพระคุณของเธอด้วยเสียงหวานใส ในใจก็อยากให้เขามาร่วมแสดงความยินดีกับเธอด้วย
ภานุวิชญ์คือคนสำคัญคนแรกที่สาวน้อยอยากให้เขามาร่วมถ่ายรูปด้วยในวันรับใบปริญญาของเธอในวันพรุ่งนี้
“
ไปสิจ๊ะ วันรับปริญญาของนิสิตสาวสวยคนดีของคุณวิชญ์ทั้งคนไม่ไปได้ยังไง
”
เสียงทุ้มนุ่มกรอกไปตามสายอย่างเอาใจ เขาเองก็ตั้งใจจะไปแสดงความยินดีกับเด็กในอุปการะที่เป็นเด็กดีเรียบร้อยของเขาคนนี้อยู่แล้ว ไม่ได้ไปหาเธอเพราะเหตุผลที่จะไปพูดเรื่องสำคัญของเขาเพียงอย่างเดียวหรอก
“
เย้
!
ดีใจที่สุดเลย
”
สาวน้อยที่เคยอยู่ในสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า อุทานออกมาด้วยความดีใจสุดซึ้ง
ใบหน้าหวานยิ้มจนแก้มแทบปริ ที่จะได้ถ่ายรูปในยามที่เธอกำลังสวมชุดครุยคู่กับผู้ชายที่เธอรักและเคารพเขาประดุจพ่อ หรือพี่ชายที่แสนดี เพราะถ้าเขาไม่รับเธอมารับอุปการะส่งเสียให้ได้ร่ำเรียนในวันนั้น เด็กกำพร้าไร้ญาติขาดมิตรอย่างเช่นเธอก็คงจะไม่มีวันนี้
อิงอรอยากจะเรียกภานุวิชญ์ว่าพี่ชาย แต่ชายหนุ่มกลับชอบให้เธอเรียกคุณนำหน้าชื่อของเขามากกว่า หญิงสาวจึงไม่คิดที่จะขัดใจผู้มีพระคุณของเธอ อะไรที่ทำให้เขามีความสุขและยิ้มได้เธอก็ยินดีที่จะทำทุกอย่างเพื่อผู้ชายที่แสนดีคนนี้
“
ถ้างั้นแค่นี้ก่อนนะสาวน้อย ฉันต้องไปทำงานแล้ว
”
เมื่อมองดูนาฬิกาที่ข้อมือก็เห็นว่าได้เวลาไปทำงานแล้วชายหนุ่มจึงรีบจบการสนทนาทันที
“
ค่ะ
”
ภานุวิชญ์กดวางสายอย่างอารมณ์ดี ตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่แม่ของเขาคิดจะเลือกให้แล้ว และเขาก็ไม่ต้องอึดอัดใจที่จะต้องทนอยู่กับผู้หญิงน่ากลัวพวกนั้น แค่นึกภาพก็สยองแล้ว นั่นเพราะชายหนุ่มพอเดาออกว่ามารดาของเขาจะเลือกคนไหนให้บ้าง เพราะเข้างานสังคมบ่อยๆ เขาจึงได้มีโอกาสเห็นหน้าค่าตาผู้หญิงไวไฟพวกนั้น
พวกหล่อนชอบมาเลื้อยเกาะแกะเขาทุกครั้งที่มีโอกาส แต่อิงอรเป็นเด็กสาวน่ารักเรียบร้อย คุยเก่ง ออกจะซื่อๆ จริงใจไร้พิษสง อยู่ด้วยแล้วสบายใจ ไม่ต้องคอยเก๊กหน้าหล่อมาดเข้มเป็นคุณชายตลอดเวลา
“
อิงอร เธอเหมาะสมที่สุดที่จะมาเป็นเมียหลอกๆ ให้กับฉัน
”
ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองเบาๆ
เทพบุตรสุดหล่อที่สาวๆ หลายคนหมายปอง ยืนขึ้นเต็มความสูง สอดมือเข้ากระเป๋ากางเกง ทอดสายตาคมกริบที่ซ่อนความรู้สึกบางอย่างที่ไม่มีใครสามารถที่จะอ่านออกได้ไปไกลเกินที่จะหยั่ง ก่อนที่จะเดินขึ้นไปบนบ้านเพื่อเปลี่ยนชุดเตรียมตัวออกไปทำงานที่บริษัท
ขณะที่ขับรถ ในหัวของชายหนุ่มก็คิดเรียบเรียงคำพูดที่จะพูดกับสาวน้อยในอุปการะของเขาไปพลางๆ เขาคงจำเป็นต้องบอกถึงเหตุผลที่เขาต้องขอร้องให้เธอมาเป็นเจ้าสาวหรือมาเป็นภรรยาหลอกๆ ของเขาให้เธอเข้าใจ เขาจะไม่พูดเชิงข่มขู่บังคับ แค่จะขอร้องให้เธอทำเพื่อเขาสักครั้งเท่านั้น หากเธอจะไม่รับงานนี้จริงๆ ก็ต้องดูเหตุผลก่อน แต่ภานุวิชญ์ก็เชื่อว่าอิงอรปฏิเสธเขาไม่ลงหรอก
บริเวณ
สนามหญ้าหน้าอาคารหลังใหญ่ในรั้วมหาวิยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง หน้าตึกสีขาวครีมเต็มไปด้วยบัณฑิตหญิงชายทุกคณะสวมชุดครุยยาวคลุมเข่าดูสง่าสวยงามน่าภาคภูมิใจทั้งกับตัวบัณฑิตเองและญาติสนิทมิตรสหายที่มาร่วมแสดงความยินดี ร่างระหงในชุดที่สวมมงกุฎดอกไม้กวาดสายตามองหาใครคนหนึ่งตลอดเวลา
“
อิ๊ง ถ่ายรูปคู่กับวัฒน์สักรูปสิ
”
นิวัฒน์ คือเพื่อนชายที่สนิทมากที่สุดของอิงอร เขาเรียนอยู่คณะเดียวกับเธอแถมยังเรียนสาขาเดียวกันอีกต่างหาก ทั้งสองจึงเป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก บัณฑิตหนุ่มแอบมีใจให้กับเพื่อนสาวคนนี้ของเขานานแล้ว แต่ทว่าอิงอรดูเหมือนจะคิดกับเขาแค่เพื่อนเท่านั้น
“
ได้สิ หลายรูปก็ได้นะวัฒน์
”
อิงอรยิ้มหวานให้เดินเข้ามาใกล้ ทำเอาหัวใจของชายหนุ่มที่แอบหลงรักสาวเจ้ามานานแทบละลาย
“
ว่าแต่จะให้ใครถ่ายรูปให้ดี
”
ทั้งสองหนุ่มสาวสอดส่ายสายตามองหาเพื่อนร่วมคณะร่วมสาขา ก็เห็นแต่ละคนพากันโพสท่าถ่ายรูปกันแบบไม่มีใครว่างจะถือกล้องถ่ายรูปให้เลย แล้วร่างบางของใครคนหนึ่งก็เดินลิ่วๆ ตรงเข้ามาหาพร้อมกับร่างสูงของผู้ชายคนหนึ่งหน้าตามีส่วนคล้ายกับเธอเดินตามมาติดๆ
“
ยัยอิ๊ง วัฒน์ เรายังไม่ได้ถ่ายรูปด้วยกันเลย ฉันมัวแต่ไปถ่ายรูปกับพ่อกับแม่แล้วก็ญาติๆ เพิ่งว่าง มะ... มาถ่ายรูปด้วยกัน เดี๋ยวพี่ก้องถ่ายรูปให้
”
แก้มนวลเพื่อนรักของอิงอรนั่นเอง เธอเดินมาอยู่อีกข้างของนิวัฒน์เตรียมโพสท่าสวยๆ หันไปมองตากล้องพร้อมออกคำสั่งกับก้องหล้า พี่ชายสุดที่รักของเธอยิ้มๆ
“
พี่ก้องถ่ายรูปพวกเราให้สวยๆ ด้วยนะคะ
”
“
จ้า แต่เราขี้เหล่กว่าเพื่อนจะถ่ายมุมไหนดีล่ะเนี่ย
”
ตากล้องหนุ่มจำเป็นจึงอดไม่ได้ที่จะแขวะน้องสาวสุดที่รักอย่างหมั่นไส้
อิงอรหัวเราะที่ก้องหล้าแขวะน้องสาว ส่วนแก้มนวลทำหน้าเง้าส่งค้อนไปให้พี่ชายทีหนึ่งเหมือนขัดใจ แต่ก็ชินแล้วเพราะพี่ชายคนนี้ของเธอชอบแกล้งแหย่และแขวะเธอเป็นประจำที่ได้โอกาส
นิวัฒน์แค่ยิ้ม แต่หันมามองอิงอรด้วยสายตาหวานซึ้ง แก้มนวลทันได้เห็นสายตาหวานเยิ้มของร่างสูงที่อยู่ข้างๆ เธอหันไปทางเพื่อนรักก็อดที่จะอิจฉาไม่ได้ แต่ลึกๆ ก็รู้สึกเห็นใจชายหนุ่มมากเหมือนกันที่รู้ความจริงมานานแล้วว่าอิงอรไม่ได้คิดอะไรเกินเลยกับเขามากไปกว่าคำว่า
‘
เพื่อนกัน
’
“
ยืนชิดๆ กันหน่อยครับ หนึ่ง... สอง... สาม
”
แชะ
!
แล้วอีกหลายรูปก็ตามมา หนึ่งหนุ่มสองสาวผลัดกันอยู่กลางอยู่ขอบ เปลี่ยนเป็นมุมนั้นมุมนี้และมีบ้างที่ถ่ายรูปแจมกับเพื่อนๆ คนอื่น แต่ถึงแม้บรรยากาศรอบๆ ตัวจะคึกคักสนุกสนานแต่อิงอรก็แอบเหม่อในบางครั้ง เมื่อมองไปทางไหนก็ยังไม่เห็นเงาของคนที่เธอเฝ้ารอคอยเดินทางมาถึงสักที
“
อิ๊งๆ ฉันเกือบลืมไป วันนี้เธอบอกว่าพี่ชายสุดที่รักของเธอจะมาแสดงความยินด้วยไม่ใช่เหรอ แล้วมาหรือยังล่ะ ฉันอยากเห็นอยากรู้จักพี่ชายคนนี้ของเธอจัง
”
แก้มนวลโพล่งถามออกไปเมื่อนึกบางอย่างขึ้นมาได้
“
ยังไม่มาเลย
”
คนตอบทำเสียงอ่อยๆ แววตาดูหม่นลงเล็กน้อยแต่ก็แค่แวบเดียวเท่านั้นก็สดใสขึ้นเมื่อเห็นร่างสูงเพรียวในชุดสูทสีเข้มของใครคนหนึ่งเดินตรงเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้ม
เขาสวมแว่นตากันแดดสีดำทรงสี่เหลี่ยมแฟชั่นเสริมให้ใบหน้าที่ดูหล่อเหลาอยู่แล้วดูเข้มทรงเสน่ห์มากขึ้นไปอีกเท่าตัว จนสาวๆ พากันมองไปยังหนุ่มหล่อผู้มาใหม่เป็นจุดเดียวด้วยความสนใจใคร่รู้ว่าเขาเป็นใคร แล้วเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มมีที่หมายคืออิงอร สาวน้อยหน้าใสที่ยืนยิ้มอย่างรอคอย หญิงสาวคนอื่นๆ ก็หน้าจ๋อยไปตามๆ กัน
“
คุณวิชญ์มาแล้ว
”
ใบหน้าสวยหวานยิ้มกว้างเดินเข้าไปหาชายหนุ่มที่เธอรอคอยมาเกือบชั่วโมง หญิงสาวยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อมด้วยความเคารพเทิดทูน
แก้มนวลมองพี่ชายต่างสายเลือดของเพื่อนรักด้วยสายตาชื่นชม พอได้สบตาก็รู้สึกใจเต้นรัวขึ้นมา เผลอจ้องมองตาไม่กะพริบ จนพี่ชายของเธอต้องสะกิดแขนเบาๆ ให้รู้สึกตัว ทั้งที่ก่อนหน้านั้นแก้มนวลได้บอกกับตนเองว่าเธอชอบผู้ชายธรรมดาๆ คนหนึ่ง ซึ่งก็คือนิวัฒน์นั่นเอง แต่ทว่าตอนนี้ใจเจ้ากรรมกลับหวั่นไหวเมื่อพบเทพบุตรสุดหล่อตรงหน้า
ส่วนทางฝ่ายนิวัฒน์กลับมองพี่ชายสุดที่รักของอิงอรด้วยแววตาอิจฉา หึงหวง เพราะใครๆ รวมทั้งเขาก็รู้ว่าภานุวิชญ์ไม่ใช่พี่ชายแท้ๆ ของอิงอรนั่นเอง
“
สวัสดีค่ะคุณวิชญ์
”
อิงอรกล่าวทักทายร่างสูงสง่าด้วยความดีใจ เธอยิ้มกว้างสดใสอย่างมีความสุข ไม่ว่าใครจะมองพี่ชายคนนี้ของเธอเป็นคนยังไง เธอก็รักเคารพเขา เทิดทูนเขาเป็นที่หนึ่งในใจของเธอเสมอ
“
สวัสดีจ้ะ เธอแต่งตัวด้วยชุดนี้สวยมากเลยนะ
”
ชายหนุ่มรับไหว้ พร้อมกับเอ่ยชมสาวน้อยจากใจจริง
“
คุณวิชญ์ก็หล่อมากค่ะ
”
ร่างระหงเอ่ยชมพร้อมกับเดินเข้าไปคล้องแขน
“
แก้ม ถ่ายรูปฉันกับคุณวิชญ์ให้หน่อยสิ เอาหลายๆ รูปนะ
”
“
ได้เลยจ้ะคุณเพื่อน พี่ก้องเอากล้องมายืมหน่อยค่ะ
”
แก้มนวลยื่นมือไปรับกล้องถ่ายรูปดิจิตอลจากมือพี่ชายที่ยื่นมาให้ แล้วสวมวิญญาณเป็นตากล้องมืออาชีพทันทีอย่างสนุกสนาน
อิงอรกับภานุวิชญ์ถ่ายรูปคู่กันด้วยท่าทางที่สนิทสนม มีการอิงแอบแนบซบราวกับคู่รักหวานชื่น มันเป็นภาพที่น่ารักสำหรับคนอื่น แต่มันช่างเป็นภาพที่บาดตาบาดใจนิวัฒน์ยิ่งนัก แต่บัณฑิตหนุ่มก็ต้องเก็บอาการอิจฉาตาร้อนเพราะอารมณ์หึงหวงทั้งหมดที่กำลังรู้สึกเอาไว้ให้มิดชิดในใจ
“
อิ๊ง ฉันอยากถ่ายรูปกับคนหล่อด้วยคนอะ ได้เปล่า
”
“
ได้สิ
”
แก้มนวลมากระซิบที่ข้างใบหูเพื่อนรักอย่างเขินๆ ทำให้อิงอรหัวเราะคิกคัก พยักหน้ารับแล้วดึงแขนภานุวิชญ์มาถ่ายรูปคู่กับเพื่อนรักที่ขี้อายนิดของตนเองอย่างถือวิสาสะ
“
คุณวิชญ์ถ่ายรูปกับดาวคณะหน่อยนะคะ
”
“
ได้จ้ะ
”
คนเนื้อหอมตอบรับยิ้มๆ แล้วขยับไปใกล้
‘
ดาวคณะ
’
ซึ่งก็คือแก้มนวลนั่นเอง
หญิงสาวเป็นดาวคณะจริงๆ นั่นแหละ เพราะแก้มนวลแต่งตัวเก่งและชอบแต่งตัวสวยๆ มาเรียนทุกวัน ขณะที่อิงอรมักจะแต่งตัวเรียบๆ ใส่แว่นตาอันเบ้อเริ่มมานั่งเรียน แต่วันนี้หญิงสาวใส่คอนแทคเลนส์จึงได้ดูสวยผิดหูผิดตา
ภานุวิชญ์แอบชื่นชมเด็กในอุปากระของเขาบ่อยๆ เมื่อเห็นใบหน้าสวยใสตามวัยนั้นยิ้มแย้มกับผู้คนรอบข้าง อิงอรสวยมากจริงๆ และเขาก็เพิ่งเห็นความสวยน่ารักของสาวน้อยชัดๆ ก็วันนี้ตอนนี้นี่เอง แล้วเขาก็ค่อนข้างรู้สึกภูมิใจในตัวอิงอรมากๆ
หลังจากถ่ายรูปจนจุใจแล้ว และได้เวลาเข้าไปรับใบปริญญา บัณฑิตทุกคนก็เดินเข้าไปในอาคารหลังใหญ่
ร่างสูงของนักธุรกิจหนุ่มในสูทสีเข้มมองตามร่างระหงของสาวน้อยที่โบกมือให้เขาไหวๆ จนวินาทีสุดท้ายก่อนจะเดินลับเข้าไปในห้องโถงกับเพื่อนๆ ชายหนุ่มส่งยิ้มพร้อมโบกมือให้
มันคือความสุขที่ได้เห็นเด็กกะโปโลในอุปการะคนหนึ่งเติบโตขึ้นมามีอนาคตที่สดใส อีกไม่กี่นาทีอิงอรก็จะเข้าไปรับใบปริญญาแล้ว ต่อไปเขาจะได้ให้เธอมาช่วยงานที่บริษัท แต่ข่าวดีนี้เขายังไม่ได้บอกเธอ รอให้ถึงเย็นนี้ก่อนแล้วค่อยบอกข่าวสำคัญ ซึ่งแน่นอนว่าหนึ่งในข่าวสำคัญนั้น หญิงสาวอาจจะไม่ถูกใจเสียทั้งหมด
