
นางฟ้าฉุดรัก...ทิวลิป
ดูเอาเถิด เกิดเป็นหญิงใครว่าง่าย จะจีบผู้ชายโต้งๆก็ไม่ได้ ตอกเสาเข็มยื่นสะพานให้ก็ดูกระไร ทั้งที่สนใจแทบบ้าแต่ก็ต้องแกล้งทำเป็นไม่แคร์ หน้าตารึก็ห้ามทรุดโทรม ต้องเด้งๆขาวๆเข้าไว้ ขาน้อยๆก็ห้ามเป็นปล้องเหมือนไม้ไผ่ แต่ต้องเรียวยาวขาวสวยยิ่งกว่าหยวกกล้วย นมจากเต้ารึก็ต้องมี จะเหี่ยวๆย่นๆก็ไม่ได้ สิ่งที่ไม่ควรมีคือปากกรรไกร ที่ผู้ชายบอกว่ามีมากเกินไปก็หมดงาม
แต่...นะโมพุทธายะ! คราวนี้นางฟ้าอย่างหล่อนควรทำอย่างไร ในเมื่อคุณชายว่าที่สามีตรงหน้า พกพาใบหน้าหล่อเหลาบรรลัยไส้ แถมพวงท้ายด้วยชื่อสุดเร้าใจ ว่า
‘
เทพบุตร เศรษฐพรหมศาล
’
นี่พระพรหมท่านคงลิขิต ขีดชะตาชีวิตกำหนดเป็นเนื้อคู่ แล้วมารยาร้อยเล่มเกวียนก็ถูกรื้อ ถูกงัดพรวดออกมาใช้ให้ทันการ หล่อนพาร่างอรชรอย่างนางแบบ วิ่งกระแทกเข้าชนอกแกร่งเต็มแรง ก่อนจะแกล้งล้มฟุบตรงหน้าร่างแกร่ง ที่เซไปด้านหลังเล็กน้อย
‘
เอาอีกแล้วนะนางฟ้า!
’
เหตุไฉนจึงลืมตัวลืมตน ว่าที่มาวันนี้เพราะอยากล้มเลิกสถานะคู่หมั้น พ่นพร่ำว่าตนเองในใจอย่างนั้น หากอีกด้านกลับแก้ตัวพัลวัน
‘
ก็ไม่เสียหายอะไรนี่
’
...
ไม่ว่าจะกระชากหน้ากากหรือกระชากหัวใจ หล่อนก็ต้องพาตัวเข้าใกล้เขาเสียก่อน...จริงไหม
?
“
โอ้ยนี่คุณ! เดินประสาอะไร! ระวังๆหน่อยได้ไหม!
?
คนนะไม่ใช่ลม! จะได้ชนแล้วไม่ล้ม
…
ไม่เจ็บตัว!
”
ใบหน้าสวยแกล้งวีนเหวี่ยง ร่างบอบบางที่ทรุดฮวบกับพื้นกระเบื้อง ทำราวกับจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ข้อเท้าน้อยๆถูกกุมเอาไว้มั่น ทั้งที่แท้จริงแล้วให้ลุก! แล้ววิ่งตามรถไฟฟ้าแบบภาพยนต์
‘Fast and Furious’
ก็ยังไหว
“
เอ่อ...ผมขอโทษนะครับ คุณ...
”
หนุ่มหล่อท่าทางสง่าผ่าเผยเหลียวซ้ายแลขวา เสียงแวดๆแหลมปรี๊ดนั้น ทำให้สายตาหลายคู่ประณามเขา หากในใจก็เดือดดาล พาลคิดว่าหล่อนเป็นฝ่ายวิ่งมาชนเขาต่างหากล่ะ
‘
แต่ช่างเถอะ!
’
มันไม่ใช่วิสัยของสุภาพบุรุษ ที่จะบอกปัดความรับผิดชอบ คิดเช่นนั้น...เทพบุตรก็ยุบยอบกายลงนั่ง มองขาขาวๆที่โผล่พ้นจากกระโปรงสั้นๆ
‘
อย่างตั้งใจ เน้น อย่างตั้งใจ หล่อนตั้งใจให้เขาเห็นตั้งแต่โคนขาอ่อนถึงข้อเท้า
’
ชายหนุ่มลอบกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว ก็เจ้าหล่อนสวมสูทเนื้อดีเข้ารูป เน้นส่วนสัดจนเห็นส่วนโค้งส่วนเว้าเด่นชัดดั่งนาฬิกาทราย ทำให้สามารถคาดคะเนได้ว่า ภายใต้อาภรณ์นั้นถ้ามันไร้ซึ่งเสื้อผ้า...คงน่ามองนักเชียว เอ้ยยยยย
!
‘
เอาแล้วไง! ไอ้เวรเทพ!
’
เขาปรามาสในใจ เมื่อเลือดในกายจู่ๆก็ฉีดพล่าน หัวใจดวงคร้ามก็หวั่นๆพิกล อากาศวันนี้มันร้อนรนจนเหลือทน...ทำเอาเหงื่อในกายผุดพรายแต่เช้าเชียว!
“
ฉันชื่อฟ้าค่ะ นางฟ้า พิบูลโยธิน
”
หญิงงามรีบแสดงตน แล้วลอบมองเขาแวบหนึ่งอย่างไว้ท่า สังเกตอากัปกิริยา แต่เขาก็เอาแต่นิ่งเงียบ หากนางฟ้าอยากหงายเงิบ ตบหน้าผากเขาเสียจริง!
‘
ให้ตายเถอะ!
’
ในขณะที่หล่อนจดจำชื่อเขาเสียแม่น แต่ใบหูเขากลับไม่กระดิกสั่นไหว เมื่อได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของหล่อน
“
โอ๊ะ! โอ๊ย! เจ็บ
…
เจ็บบบบบบ!...ซวยแต่เช้าเลยฉ้านนน! แล้วอย่างนี้จะไปทำงานได้ยังไงละเนี่ย
?!”
ร้องโอดโอยเมื่อขยับข้อเท้า ก่อนช้อนขนตางอนงามมองเขาปริบๆ บอกให้รู้ว่าเขานั่นแหละที่
17
ผิดเต็มประตู!
เทพบุตรมองหน้าหวานก็ให้นึกสงสารไม่น้อย อย่างไรเสียเขาก็เป็นต้นเหตุแห่งอุบัติเหตุครั้งนี้
“
นางฟ้าเหรอครับ
”
เสียงทุ้มนุ่มครางแผ่ว คราวนี้หัวใจชายกระตุกแรงกว่าเดิม ใบหน้าคมคร้ามพิศเพ็งใบหน้าหวานเต็มตา ยอมรับว่าหล่อนสวยงามสมกับชื่อ หรือนางฟ้ากำลังหลงระเริงในแดนดินถิ่นโลก
“
ผมเทพ เทพบุตรนะครับ เอายังงี้...เดี๋ยวผมจะพาคุณฟ้าไปส่งโรงพยาบาลดีไหมครับ
”
สุภาพบุรุษแสดงความรับผิดชอบ แต่สุภาพสตรีส่ายหน้าพรืดๆ
“
ไม่เป็นไรค่ะ คุณแค่ไปส่งฉันที่ทำงานก็พอ วันนี้เริ่มงานวันแรก ฉันไม่ควรป่วย และไม่ควรไปสายอย่างยิ่ง!
”
สายตาคู่เฉี่ยวพราวระยับ รอยยิ้มที่มุมปากจิ้มลิ้มแย้มเผยนิดๆ ไม่มีใครหว่านพืชไม่หวังผล ในขณะเดียวกันถ้าหว่านพืชชนิดใด ก็ควรจะได้รับผลเช่นนั้น ในเมื่อลงทุนทอดสะพานเสริมใยเหล็ก เขาก็ควรเขยิบๆ แล้วสาวเท้าก้าวขึ้นสะพานไม่ใช่เหรอ
?
........................................................................................
เปิดไว้อีกเรื่องนะคะ แหะแหะ ขยันเปิดจริงๆ ^_^
ขอบคุณที่แวะเวียนเข้ามาอ่านค่ะ
ทักทายกันได้ที่เว็บเพจนะคะ...
