ชายปริศนารับเอาความหวานทั้งจากผลไม้สีม่วงและรสจูบแสนนุ่มนวล จากริมฝีปากสีหวาน คนที่ออกมาพบพวกเขาและเห็นภาพไม่น่าดูเท่าไรนักคือคนทั้งสามที่เกือบเอาชีวิตไม่รอดจากชั้นใต้ดิน แน่นอนเสียงแรกที่แผดออกมาไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากแพททริเซีย ร่างบางมิอาจทนต่อความร่านได้อีกต่อไปเธอถลาตัวไวยิ่งกว่าความเร็วแสงแล้วฟาดมือเข้าที่ใบหน้า หญิงร่านที่รักการจุมพิตกับใครต่อไปทั่ว ร่างเคซี่ถลาจนเกือบล้มจากการถูกตบ แต่ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือร้ายกันแน่เพราะแพททริเซียทำให้ชายปริศนาต้องประคองร่างสาวสวยนั้นไว้ก่อนเธอจะล้มลงไปรวมกับเศษดิน
"
เธอจะฆ่าเราใช่มั้ยเคซี่ "
แพททริเซียกางเล็บทั้งห้าออก เหมือนอยากจะเข้าไปข่วนเอาความสวยมาเป็นของตัวเอง หญิงสาวที่ถูกตบทำหน้าเหว๋อ ๆ อยู่ในอ้อมแขนชายหนุ่มสุดหล่อใส แทบไม่มีใครสนใจเขาเลยหรืออาจมองไม่เห็นเขาด้วยซ้ำถึงได้ไม่มีคนพูดถึง
15
นาทีก่อนหน้านี้
ระหว่างแพททริเซียกับอัสนียังจ้องตากันเขม็งแบบไม่มีใครยอมใคร ภูตสีขาวแห่งความบริสุทธิ์ก็ออกมาบอกให้หยุดการกระทำไร้สาระนั้นเสียที ก่อนที่จะตายกันหมด ท่าทีของทั้งสองยังคงเดิมภูตน้อยเฮร่าจึงบินไปหาเจ้านายเก่าที่ดูมีสติมากกว่าเจ้านายในตอนนี้
"
บราวน์ ... บราวน์ ... บราวน์ " เฮร่าส่งเสียงเรียกคนที่กำลังนั่งหลับตาใช้ความคิด ทว่าเขาไม่ตอบนี่สิ
"
บราวน์ ... " ยังไร้เสียงตอบรับอยู่ เฮร่าคิดว่าคราวนี้ต้องเอาให้หนักไปเลย เธอบินไปข้างหูแล้วจัดไปสุดเสียง
"
บราวน์
~ "
เด็กหนุ่มสะดุ้งหลุดภวังค์ห้วงความคิด เขาลืมตาขึ้นมาพบเฮร่า
"
อะ เอ่อ มีอะไรเหรอเฮร่า " สายตาบราวน์ดูล้ามากเมื่อใช้ความคิดในความฝัน
"
บราวน์นายใช้พร็อบอะไรเปิดเข้ามาชั้นใต้ดิน "
"
ไม่ใช่พร็อบหรอก คือว่าเอ่อ ... มันเป็นเป็นคำสั่งเสียงที่ลุงโจนส์ทำไว้น่ะ "
บราวน์ตอบเสียงแผ่ว ๆ ราวกับไม่อยากบอกความลับนี้ออกไป
"
งั้นนายก็ลองใช้คำสั่งเสียงนั้นอีกที "
ในที่สุดความคิดดี ๆ ก็ถูกเสนอออกมาโดยภูตตัวน้อย สองคนที่กำลังเขม่นกันได้ยินเสียงแว่ว ๆ จึงหันไปสนใจ
"
ฉันไม่เคยทำจากข้างในเลยนะ แต่ว่าจะลองดู " ว่าแล้วบราวน์ก็ทำตามที่ภูตเฮร่าเสนอแนะให้
"
ภูตแห่งดินเอ๋ยจงเบิกทางให้แก่ข้า "
ครืน ... มันได้ผลทางเข้าเปิดออกแล้วจริง ๆ ถึงบราวน์จะไม่รู้ระบบการทำงานของประตูทางเข้านี้ก็เถอะ แต่มันก็เปิดออกแล้วจริง ๆ แพททริเซียกับอัสนีที่โกรธกันอยู่เหมือนได้เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ แพททริเซียยื่นมือออกไปให้อัสนีจับเพื่อลุกขึ้น ทว่ากลับหันหน้าหนีเหมือนยังเหลือความโกรธค้างอยู่ในใจอีกเสี้ยวนึง เขาดึงมือเธอเพื่อลุกขึ้นมา และไม่ยอมปล่อยออก ยิ้มมุมปากยียวนเหมือนกำลังเชิญชวนแพททริเซียให้เดินขึ้นบันไดทางออกไปพร้อมกัน
แสงที่ส่องลงมามันคล้ายกับ แสงที่สาดประตูโบสถ์ยามคู่บ่าวสาวกำลังเข้าพิธีมงคงสมรถ หากมีเสียงเพลงหวานซึ้งลอยมาเบา ๆ และชายชราหัวล้านเมื่อก้าวขึ้นบันไดขั้นสุดท้ายแล้วถามพวกเขาสองคนขึ้นว่า คุณและคุณจะยอมเป็นสามีภรรยาหรือไม่
อัสนีและแพททริเซียอมยิ้มขึ้นมาแล้วหัวเราะคิกคัก ราวกับกำลังคิดอะไรที่คล้ายกันอยู่ บราวน์มองชาย - หญิงคู่นี้ด้วยสายตาแปลก ๆ
'
บ้ารึเปล่าเนี่ย อยู่ๆก็หัวเราะ
'
อัสนีรับรู้ได้ถึงสายตานั้นจึงรีบหยุดสิ่งที่ตนเองคิดและทำอยู่ จะมีก็แต่ แพททริเซียที่กำลังวาดภาพฝันโดยไม่สนใจใคร จนภูตน้อยเฮร่าต้องเตือนสติเธอ
"
แพท .. จะบ้าหรือไงอยู่ ๆ ก็ขำออกมาไม่หยุด "
"
ผิดหรือไง ที่ฉันมีความสุข "
"
เธออยากแต่งงานกับอัสนีสินะ "
ปลายเท้าอัสนีหยุดกึกนิ่งอยู่กับที่ก่อนจะก้าวขึ้นบันไดขั้นสุดท้าย เขาปล่อยมือเธอและก้าวเท้าต่อ ...
'
เฮร่ารู้ได้ยังไง
'
แพททริเซียถามตัวเองขึ้นมาในใจ
"
ฉันน่ะ อ่านใจคนได้นะ ความคิด แล้วก็ภาพในหัวด้วย "
เฮร่าไม่ผิดที่จะบอกความสามารถของตัวเองให้แก่ผู้เป็นนายได้รับรู้ แต่ก็ไม่ใช่เวลาหากอัสนีได้ยินประโยคเมื่อสักครู่ล่ะก็ แพททริเซียคงอายจนต้องม้วนหางหาหนทางกลับโลกมนุษย์ให้เร็วที่สุด แต่โชคยังเข้าข้างแพททริเซียอยู่ครึ่งนึงเพราะอัสนีไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว และโชคอีกครึ่งนึงอยู่กับอัสนีที่ยืนอยู่อีกฟากของทางเข้าใต้ดินซึ่งเป็นต้นไม้ใหญ่ ใต้เท้าเขาเป็นที่ฝังศพของเจ้าของเรือนกระจกซึ่งเคยได้รับพลังจากเค-ออสและตายอย่างน่าสลด
บราวน์ตามหาเคซี่ไปทั่วเรือนกระจกที่รกทึบไปด้วยแมกไม้ แต่ไม่เจอเขาจึงชวนแพทริเซียกับอัสนีไปหาข้างนอก
"
พี่อัสนี พี่แพทครับ ผมไม่เจอพี่เคซี่เลยบางทีอาจจะอยู่ข้างนอก "
"
เชอะ ! ยัยนั่นอาจจะขังพวกเราไว้แล้วหนีไปไหนต่อไหนแล้วก็ได้ "
ถึงแพททริเซียจะยังว่าร้ายให้เคซี่อยู่ ทว่าก็ยังเดินตามบราวน์ออกไป ตามด้วยอัสนีที่อยู่ด้านหลังสุด ภาพที่ปรากฎต่อหน้าต่อตาพวกเขาก็อย่างที่รู้ ๆ กัน เคซี่กำลังมอบจุมพิตให้กับใครบางคนซึ่งมากด้วยความหล่ออย่างนายแบบ
"
ทำไมคุณต้องทำร้ายคนรักของผมด้วย "
ชายปริศนากล้าพูดออกมาว่าเคซี่คือคนรัก ทั้งที่คุยกันเพียงไม่กี่นาทีและจูบกันไปเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
"
ว่าไงนะ " อัสนีแทรกตัวขึ้นมาจากด้านหลัง เขาอยากได้ยินอีครั้งเพื่อเช็กว่าหูตัวเองไม่ได้ฝาด
"
อย่ามาทำร้ายคนรักของผมอีก "
ชายปริศนายังยืนยันด้วยเสียงหนักแน่น แววตาเขาดูเปลี่ยนไปคล้ายราชสีห์แห่งท้องนภา น่าแปลกสิ่งที่
ชายปริศนาพูดนั้นไม่ได้เป็นความจริงเลย ทว่าเคซี่กลับยังอยู่ในอ้อมกอดชายคนนั้นโดยไม่ได้ดิ้นรนหรือขัดขืนใด ๆ
ปานโดนมนต์สะกด หรือไม่รู้ว่าโดยความหล่อเกินห้ามใจกันแน่ที่ทำเอาเคลิบเคลิ้มจนต้องหยุดนิ่งไม่ไหวติงต่อสิ่งใดแม้จะโดนตบอย่างแรงก็คงลืมความเจ็บปวดไปหมดแล้ว
"
เธอเป็นคนขังพวกเราไว้ชั้นใต้ดินใช่มั้ย "
แพททริเซียพูดแทรกขึ้นมาบ้าง ผู้ชายปริศนาที่หล่อเอามากๆ ถูกเมินและปัดทิ้ง ราวกับเป็นเรื่องรองเท้าแตะที่หายไปข้างนึงจะหาให้เจอหรือซื้อคู่ใหม่ทีหลังก็ย่อมได้ ประเด็นหลักที่เธออยากรู้ก็คือเคซี่เป็นคนขังเธอเอาไว้รึเปล่า
"
ฉันจะทำแบบนั้นทำไมเล่า " เคซี่ตอบอย่างเคลิบเคลิ้ม ขณะที่ใบหน้าสวยซบลงแผงอก ดึงดูดความอบอุ่น
"
คุยเรื่องอะไรกัน ผมไม่รู้หรอกนะแต่อย่ามาทำร้ายคนรักผมอีก "
ชายปริศนาย้ำแล้วกระชับแขนแน่น นั่นยิ่งทำให้เคซี่เคลิบเคลิ้มและตกเป็นทาสความรักเขาได้ง่าย ๆ ... สายตาคู่นึงที่มองอยู่นานสังเกตและวิเคราะห์ชายปริศนา ถึงแม้จะไม่เคยเห็นหน้าตาแต่ที่หลังมือซ้ายนั่นมัน ....
บราวน์เดินขึ้นหน้ามาหนึ่งก้าว มือสองข้างจับดาบไขว้กันอยู่ที่เอวโดยใช้มือซ้ายจับดาบขวาและใช้มือขวาจับดาบซ้าย ทุกคนด้านหลังบราวน์มองเขาแปลกแต่คนละคนถามตัวเองขึ้นมาในใจ ว่าเกิดอะไรขึ้น .. เขาเป็นอะไรไป
"
แก ! เป็นคนมอบพลังบ้า ๆ นั่นให้กับลุงโจนส์ใช่มั้ย "
อัสนีเหมือนจะได้คำตอบขึ้นมาพร้อมกันกับแพททริเซีย ชายปริศนาทำหน้าไม่รู้เรื่อง ความเคลิบเคลิ้บถูกสลาย
เมื่อเคซี่ได้ได้ยินประโยคที่บราวน์พูด
'
หากเป็นอย่างที่เขาพูดจริง คนที่กอดเราอยู่ก็คือ ...
'
อ้อมแขนนั้นยิ่งกระชับแน่นขึ้น คราวนี้เขารัดเธอจนรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดจนต้องร้องออกมา ถึงเคซี่จะรู้ตัวแต่เธอก็ไหวตัวไม่ทันซะแล้ว ใบหน้าหล่อเหลากำลังหลุดลอกดั่งงูที่กำลังลอกคราบ สายตาเปลี่ยนไปกลายเป็นตาคมดุจเหยี่ยวเจ้าแห่งท้องนภา เมื่อโฉมหน้าที่แท้จริงเผยออกมาความเกรี้ยวกราดของฟาร์มเมอร์วัยสิบสี่ก็ยิ่งทวีคูณ สองมือกำดาบสีดำแน่นและมันกำลังสั่นเครือด้วยความอาฆาต
บราวน์สามารถฟาดฟันคนตรงหน้าได้อย่างไม่ลังเลหากไม่ติดว่าเขากำลังกอดเคซี่ คนสนิทของลุงโจนส์อยู่ล่ะก็
"
แกเป็นคนมอบพลังให้กับลุงโจนส์ ... แกฆ่าลุงโจนส์ ฉันจะฆ่าแก "
"
ถูกต้องฉันมอบพลังให้เขา แต่เขาตายเองต่างหากเพราะใช้พลังพร่ำเพรื่อ "
ชายปริศนายอมรับเรื่องการมอบพลัง แต่การตายของโจนส์ก็เป็นความจริงที่เขาใช้พลังพร่ำเพรื่อ
"
ถ้าแกไม่มอบพลังบ้า ๆ นั่นให้กับลุงโจนส์ เขาก็คงไม่ต้องมาตายแบบนี้ "
"
ฉันไม่ผิด "
ชายปริศนายิ้มกว้างแบบตัวร้าย แววตาเปลี่ยนจนดูน่ากลัว ความฉุนเฉียวของบราวน์มันทะลุเกินคำว่าอดทนเขาชักดาบสองเล่มออกมาพร้อมกัน และยื่นมันไปข้างหน้าพุ่งตัวตรงหาชายคนนั้นเหมือนกระทิงคลั่งที่โดนล่อด้วยผ้าแดง อัสนีกับแพททริเซียไม่อาจจะห้ามได้ทันอีกต่อไป ข้างหน้าบราวน์คือเคซี่สาวสวยที่ตอนแรกเคลิบเคลิ้มกับหนุ่มสุดหล่อ แต่ตอนนี้กลับพยายามดิ้นรนหาทางหลุดออกจากแขนแกร่ง ๆ นี้ด้วยเหตุผลใดเหตุผลนึงที่ไม่ใช่เหตุผลเดียวกับบราวน์
ขณะที่บราวน์เข้าใกล้ชายปริศนาขึ้นทุกที เขาเพียงแค่ยกมือขึ้นเหมือนห้ามคนเข้าใกล้บราวน์ก็กระเด็นถอยหลังเหมือนวิ่งชนมวลอากาศที่รวมตัวกันเป็นกำแพงปกป้องเคซี่และชายปริศนา
"
ฉันไม่ได้จะมาหาเรื่องนะ ฉันแค่มารับคนรักก็เท่านั้น " ชายปริศนายังคงย้ำว่าเคซี่เป็นคนรักของเขา
"
ไม่จริง ฉันไม่รู้จักแก ไม่เคยเห็นหน้าแกด้วยซ้ำไอ้ปีศาจ "
เคซี่พยายามปฏิเสธ ทั้งที่ใจเธอรู้ดีว่าคนที่กอดเธอนั้นเป็นใครกันแน่
"
ฉันไม่อยากคุยกับสวะอย่างพวกแกแล้ว "
ทันใดนั้นความมืดก็ปกคลุมไปทั่วเมืองแห่งทะเลทราย เมื่อแสงสว่างกลับมาอีกครั้ง ชายปริศนานั้นได้หายตัวไปพร้อมกับเคซี่คนรักของเขา
____________________
ท้ายบท [ คุยกับนักเขียน ]
เป็นอย่างไรกันกันบ้าง เรื่องก็ดำเนินมาถุงตอนที่
11
แล้ว เนื้อเรื่องเริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเคซี่สาวสวยค
คู่แข่งของแพททริเซีย ก็ดันมาโดนลักพาตัวกันไปแล้ว เรามาดูกันต่อไปว่า อัสนีจะตามไปช่วย หรือ แพททริเซียจะใช้โอกาสนี้
งาบอัสนีที่หมายปองกันแน่
สำหรับ บางท่านที่อาจจะงงใจชื่อตอนนะครับ ขอแจ้งเลยว่าเป็นการตั้งง่ายๆดังนี้
ปริศนา ก็คือชายปริศนาครับผม รักคงไม่ต้องพูดถึงความรักนั่นเอง สุดท้ายอย่างที่รู้ เคซี่โดนพาตัวไปแล้ว
______________
สุดท้ายนี้นะครับ ไม่ว่าจะสนุกหรือไม่อย่างไร ก็ติชมคอมเม้นต์กันได้ไม่ว่ากัน
________________
______________ 1
คอมเม้นต์
1
ล้านกำลังใจครับผม ขอบคุณครับ
_______________