มินทิรา สาวเก่งวัยยี่สิบห้า ทำงานเป็นฝ่ายวิเคราะห์และนักการตลาดฝีมือดีในบริษัทส่งออกสินค้ารายใหญ่ของอเมริกาในประเทศไทย ที่ถูกความจำเป็นบังคับให้ต้องแต่งงานกับ กานต์ ลูกชายคนเดียวของ เจ้าสัวเกื้อ หรือประธานเกื้อแห่งบริษัท KK กรุ๊ป
พ่อม่ายนักธุรกิจวัย
45
ปี ที่ทำกิจการเกี่ยวกับการส่งออกสินค้าเช่นกัน
แต่เนื่องจากบิดาของเธอ
“
มนตรี
”
ได้ทำงานผิดพลาด ทำข้อมูลของบริษัทรั่วไหล ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงกับบริษัท แต่ด้วยความที่บิดาของมินทิราได้ทำงานกับเจ้าสัวเกื้อ มานานและบิดาของมินทิราพิสูจน์ได้ว่าความผิดพลาดทั้งหมดไม่ได้เกิดจากการคิดคดโกง แต่เป็นเรื่องของความผิดพลาดอย่างไม่ตั้งใจ แต่ทั้งนี้บิดาของเธอก็ต้องชดใช้ค่าเสียหายจากการทำงานผิดพลาดให้กับบริษัทเป็นเงินจำนวนมหาศาล
เจ้าสัวเกื้อ เห็นแก่ความดีและฝีมือการทำงานของบิดามินทิรา ประกอบกับความต้องการที่จะหาใครสักคนมาเป็นมือขวาในการช่วยเหลืองานบริษัทที่ตอนนี้กำลังขยายตัวไปในแถบเอเชียและยุโรป แต่ก็ไม่ไว้ใจใครมากพอ ส่วนลูกชายคนเดียว
“
กานต์
”
ก็ดีแต่เสเพลไปวันๆ ทำให้เจ้าสัวตัดสินใจยื่นข้อเสนอให้กับนายมนตรี ให้ส่งตัวลูกสาวมาแต่งงานกับลูกชายจอมเสเพลของเขาแลกกับหนี้มูลค่ามหาศาล
นายมนตรีปฎิเสธข้อเสนอเหล่านั้น และยืนยันว่าจะขอทำงานใช้หนี้ให้อย่างเดียว แม้ว่าจะต้องชดใช้ไปตลอดชีวิตก็ตาม แต่เจ้าสัวเกื้อต้องการตัวของมินทิรามาช่วยงานและหวังจะให้เป็นผู้สืบทอดกิจการต่างๆของบริษัทอันยิ่งใหญ่ของเขา และเขาก็คิดว่าการที่นายมนตรีปฏิเสธนั้นเป็นการหมิ่นเกียรติและเริ่มไม่มั่นใจว่าข้อมูลบริษัทที่รั่วไปคราวที่แล้ว เป็นเพราะนายมนตรีทรยศเขาอยู่หรือไม่ ดังนั้นเจ้าสัวจึงนำเรื่องเงินจำนวนมหาศาลมาขู่พร้อมกับข้อหาอีกร้อยแปดในการจะลากคอนายมนตรีเข้าคุก แต่นายมนตรียืนยันว่าตัวเองยินดีที่จะถูกจองจำดีกว่าที่จะให้ลูกสาวตัวเองต้องมาถูกจองจำในคุกของการแต่งงาน
เจ้าสัวเกื้อเห็นว่าคุยกับนายมนตรีไม่ได้ผลจึงนำเรื่องนี้ไปคุยกับมินทิราโดยตรง มินทิราจึงอาสาเข้ามาแก้ไขเรื่องนี้เอง โดยหญิงสาวขอเวลาในการกู้ชื่อเสียงและสร้างรายได้มหาศาลให้ทดแทนที่เจ้าสัวเคยสูญเสียไป แต่เจ้าสัวเกื้อเห็นมินทิราก็ชอบใจและไม่อยากปล่อยให้คนเก่งไปอยู่กับคนอื่น จึงเสนอให้มินทิราแต่งงานกับกานต์ ลูกชายของตน แต่มินทิราปฏิเสธ เพราะเธอคิดว่ามันไม่ยุติธรรมกับทั้งตัวเธอและครอบครัว
มินทิรามั่นใจในความสามารถของตัวเอง เจ้าสัวเกื้อให้เวลา
3
เดือนในการเพิ่มยอดขายและผลกำไร ถ้ามินทิราทำได้มากกว่า
50%
การแต่งงานจะถูกยกเลิกและแทนที่ด้วยสัญญาจ้างในตำแหน่งที่ปรึกษาทางการตลาดแทน มินทิราจึงยอมตอบตกลง
กานต์ หนุ่มเพลบอย เอาแต่ใจ ถูกบิดาเรียกตัวด่วนเพื่อมารับรู้เรื่องที่บิดาเตรียมจับเขาคลุมถุงชนกับสาวแปลกหน้า ตอนแรกกานต์ไม่ยอมรับ แต่เจ้าสัวเกื้อจับจุดลูกชายถูก นั่นก็คือเรื่องสมบัติ โดยหากไม่ยอมแต่งจะถูกตัดเงินเดือนและสิทธิ์ในมรดก แต่ถ้าหากยอมแต่งงานและมีหลานชายไว้สืบสกุลได้ กานต์จะได้ทุกอย่างในสิ่งที่ต้องการ
“ฉันให้เวลาแก
3
เดือน ช่วงที่ มินทิรา ทำงานกับเรา แกมีหน้าที่ทำยังไงก็ได้ให้เธอตกหลุมรักแก และยอมแต่งงานกับแก ฉันอยากได้ยัยนี่ไว้สืบทอดกิจการของตระกูลเรา”
“แล้วทำไมพ่อไม่แต่งเองซะเลยล่ะ พ่อก็ยังไม่แก่สักหน่อย มาบังคับผมทำไม พ่อต่างหากที่อยากได้ แต่ผมไม่อยาก”
เจ้าสัวเกื้อนิ่งไป จริงอยู่ที่ว่าตัวเขาเองนั้นยังไม่แก่ ความผิดพลาดที่ทำผู้หญิงท้องตั้งแต่วัยรุ่น ทำให้เขาโหมทำงานหนักหวังสร้างตัวให้พ่อแม่สาวชื่นชม แต่หารู้ไม่ เมียของเขากลับหนีไปแต่งงานกับคนอื่นที่มีฐานะดี และทิ้ง กานต์ ลูกชายไว้ให้เขาเลี้ยง ตัวเขาเองที่ผิดหวังเสียใจจนแทบไม่เป็นผู้เป็นคน กลับได้รับโอกาสจากแม่ม่ายไฮโซคนหนึ่ง หล่อนให้เงินเขามาตั้งตัว เขาโหมทำงานสร้างบริษัทนี้มากับมือ แน่นอนว่าเงินจากเมียแก่ของเขาก็ทิ้งไว้ให้มากโขเมื่อหล่อนตาย ดังนั้น กานต์ จึงเติบโตขึ้นด้วยน้ำมือพ่ออย่างเขา และแม่เลี้ยงที่ใช้เงินโอ๋ เสียจนทั้งเจ้าสัวเกื้อและกานต์ ใช้เงินเปลืองพอๆกับผู้หญิง
เกื้อปฏิเสธลูกชายทันที ... ยี่สิบปีที่ผ่านมา เขาไม่อยากผูกมัดกับผู้หญิงคนไหนอีกแล้ว กานต์เองก็คงคิดอย่างเดียวกัน แต่ขอโทษที ข้าเป็นพ่อเอ็งว่ะ ข้าสั่งเอ็งได้
“เอ็งมีทางเลือกหรือวะกานต์ เงินทองทุกอย่างข้าเซ็นแกร๊กเดียว เองจะมีใช้สุขสบายหรืออดอยากปากแห้ง ... หลอกผู้หญิง เอ็งเก่งไม่แพ้ข้าหรอกน่า”
“แหมเฮียคร้าบบบบ ถ้าเฮียเปิดมาขนาดนี้ ผมจะจัดให้ เอาแบบจัดเต็มนะ งานเฮียทำให้เต็มที่เลย เรื่องหญิงปล่อยผม”
กานต์แกล้งประชดบิดา แต่ก็ทำจริงอย่างที่ปากว่า ชายหนุ่มเดินหน้าจีบมินทิราไม่ยั้ง แต่หญิงสาวก็ดูจะไม่หวั่นไหว เธอดูตั้งใจทำงาน ชนิดทุ่มเกินร้อย เจ้าสัวเกื้อจับตาดูเงียบๆ มินทิราเก่งสมคำร่ำลือ และนั่นยิ่งเป็นเหตุผลที่ไม่ควรจะปล่อยเธอให้ไปอยู่กับบริษัทคู่แข่ง เจ้าลูกชายเขาคงปราบไม่อยู่ งานนี้สงสัยต้องลงสนามเองแล้ว
