เรื่องนี้เป็นผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์เล่มล่าสุดในนามปากา "สวีตไวโอเลต" วางจำหน่ายในเซเวนทุกสาขานะครับ ราคาเล่มละ 99 บาท ตั้งใจว่าจะเอามาลงเป็นตัวอย่างให้อ่านสักเล็กน้อยเพื่อใช้ในการตัดสินใจว่าจะคุ้มค่ากับเงินที่จะเสียหรือเปล่า ฝากผลงานไว้ด้วยนะครับ รวมถึงพร้อมรับฟังคำแนะนำและคำติชมด้วยความยินดีและเต็มใจครับ
ศุภวิช
นักการตลาดหนุ่มผู้จัดการฝ่ายการตลาดของบริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ ในวันที่เขาดำเนินชีวิตประจำวันไปอย่างเรียบง่าย เขากลับพบกับ
อันนา
หญิงสาวกร้านโลกอย่างไม่คาดคิด เธอเมาและต่อว่าเขาประหนึ่งว่าเขาไปฟันเธอแล้วจะทิ้ง จึงต้องตกกระไดพลอยโจรพาเธอกลับห้องพักอย่างเลี่ยงไม่ได้
ชายหนุ่มที่ไม่เคยผ่านมือหญิง เพราะมีปมในใจที่ตนเองเป็นลูกเมียน้อย อีกทั้งแม่ตนเองเป็นเหตุให้ครอบครัวของผู้มีพระคุณต้องแตกแยก จึงให้คำมั่นกับตัวเองว่าจะไม่มีอะไรกับผู้หญิงที่ตนไม่รักอย่างเด็ดขาด แต่กลับเผลอตัวเผลอใจให้กับสาวเปื้อนราคี ที่หวังใช้เรือนร่างหาสามีรวยเพื่อพยุงฐานะทางบ้าน
อันนา เธอคือสาวกร้านโลกคนนั้น ทั้งที่ครอบครองเกียรตินิยมอันดับหนึ่งด้านการบริหารจากมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆ แต่กลับไม่เคยใช้ความสามารถตัวเอง เธอถูกผู้เป็นแม่บังคับให้ใช้เรือนร่างมากกว่าสมอง รวมถึงความอิจฉาริษยาทำให้เธอเป็นคนชอบเอาชนะ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใด หากทำให้เธออยู่เหนือกว่าคนอื่นแล้วละก็ เธอก็ยินดีที่จะแลก
และเพราะต้องการเอาชนะดาวิกาลูกพี่ลูกน้องที่เธอริษยามาตั้งแต่เล็ก เพราะเป็นหลานคนโปรดของย่า ในขณะที่เธอถูกชิงชังราวกับไส้เดือนกิ้งกือ ศุภวิช ที่เธอเข้าใจว่าเป็นคนรักของดาวิกา และคิดว่าเขาคือมหาเศรษฐีพันล้านเจ้าของบริษัท
TP
แลนดิ้งโฮม เขาจึงกลายเป็นเป้าหมายในการเอาชนะ และสิ่งที่เธอใช้เป็นเครื่องมือในการมัดใจนักการตลาดหนุ่ม ก็คือเรือนร่างของเธอเอง
หากทว่าศุภวิชนักการตลาดหนุ่มหวังให้เธอพึ่งสมองมากกว่าเรือนร่าง เขาจึงซ้อนแผนด้วยการรับสมอ้างเป็นมหาเศรษฐีหนุ่ม แล้วคอยผลักดันให้เธอยืนด้วยกำลังของตนเอง
“
หรือว่าคุณเป็นเกย์
”
ศุภวิชมองเธออย่างสงสัย รู้สึกแปลกใจกับคำถาม
“
ถ้าคุณไม่ใช่ เป็นไปไม่ได้ที่คุณเห็นฉันแล้วจะไม่หวั่นไหว
”
เมื่อเข้าใจที่เธอถาม นักการตลาดหนุ่มยิ้มน้อยๆ
“
ผมไม่ปฏิเสธว่าผมหวั่นไหว แต่ผมห้ามใจตัวเองได้
”
เธอยิ้ม
“
ที่แท้ก็ขี้อาย
”
เธอหยุดยิ้มน้อยๆ ก่อนจะพูดต่อ
“
ไม่เป็นไรคะ
”
คำว่าไม่เป็นไรของเธอคือ เขาไม่ต้องเป็นฝ่ายเริ่ม แต่เธอจะจัดการทุกอย่างเอง อันนาเปิดฉากเข้ากอดแล้วประกบริมฝีปากของเขาทันที ศุภวิชอึ้งจนตัวแข็ง ความที่ไม่เคยถึงเนื้อถึงตัวกับผู้หญิงบ่อยนัก เมื่อเจอรุกไล่แบบนี้ ด้วยความที่ไม่ประสา นักการตลาดหนุ่มจึงได้แต่ยืนนิ่ง ปล่อยให้อีกฝ่ายสะบัดลิ้นอุ่นในกระพุ้งแก้มจนเริ่มเคลิ้ม
อันนาเห็นอีกฝ่ายไม่ปฏิเสธ แถมยังเริ่มคล้อยตามด้วยการพริ้วลิ้นตอบเป็นบางครั้ง ผิดกับท่าทีนิ่งเฉยเมื่อครู่ เธอจึงยิ่งลุกหนักมากขึ้น ร่างผอมบางถูกผลักลงนอนกับโซฟาอย่างว่าง่าย ปล่อยให้สาวเจ้าของเดรสสั้นสีน้ำเงิน ขึ้นโถมตัวทับอยู่ด้านบน พร้อมกับพรมจูบทั่วต้นคอจนนักการตลาดหนุ่มตั้งตัวไม่ติด ต้นขาขาวที่เผยตัวเนื่องจากเดรสสั้นถูกรั้งขึ้นสูง เพิ่มบรรยากาศในห้องให้ร้อนระอุ จนมือผู้ชายที่บางและนุ่มราวกับมือผู้หญิงถูกดึงดูดให้สัมผัสต้นขาขาวนวลโดยที่ไม่รู้ตัว
“
พร้อมจะเป็นของฉันหรือ
”
เจ้าของเดรสสั้นสีน้ำเงินกระซิบถามด้วยเสียงแผ่วเบา พร้อมยิ้มอย่างเย้ายวน
