บทนำ
ณ.มหาลัยแห่งหนึ่งในเวลายามเที่ยงคืนเสียงนาฬิกาตีดังบอกเวลาที่บริเวณแห่งนั้นไร้ซึ่งแสงสว่างทุกตารางปกคลุมด้วยความมืดมิดไร้เสียงผู้คนสถานที่แห่งนั้นซึ่งมีอาคารสูงสิบกว่าชั้นเบื้องหน้าของอาคารมีสนานหญ้ากว้างมีเสาธงอยู่สุดปลายด้านบน
ทีนี่เป็นมหาลัย
ธนวณิชย์
ภายในอาคารความมืดมิดแห่งนี้มีเสียงเดินฝีเท้าเดินตามโถงทางเดินบรรยากาศน่าวังเวงเ
ป็นอย่างยิ่งยังกับดินแดนป่าช้าบุคคล
ที่เดินไปตางโถงทางเดินนั้นเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของมหาลัยแห่งนี้ซึ่งกำลังตรวจการรักษาความปลอดภัยแต่ภายในจิตใจของเขากำลังผวาอะไรบางอย่างที่เหมือนมีใครจ้องมองมาที่เขาทั้งที่ไม่มีคนอื่นอยู่เลยนอกจากตัวเขาเอง
เขาเดินก้าวเดินเป็นจังหวะอย่างช้าๆโดยไม่เร่งรีบจู่ๆเขาก็สะดุดสุดตัวจนหยุดใบหน้าของเขาถอดซีดหันมองไปมองรอบๆตัว ด้วยความหวาดระแวงเขาได้ยินเสี
ยงอะไรบางอย่าง
มันฟังดูแล้วเป็นเสียงที่เยือกเย็นจนน่าขนลุกน่ากลัว “นั้นใคร?
กันน่ะ
”
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทักถาม แม้ว่าจะไม่เห็นเจ้าของเสียงแต่กลับมีเสียงหัวเราะออกมาจากความมืดมิด “ฮิ ฮิ ฮิ” เสียงนั้นหลอกขึ้นมาอีกหนมันเสียงน่ารังเกียจขนลุก เจ้าหน้าที่รัก
ษาความปลอดภัยเห็น
ท่าไม่ดีเขาจึงตัดสินใจ
วิ่งเขาขนลุกซู่แข้งขาเขาดูจะอ่อนปวกเปียกขึ้นมาในทันใดแต่ร่างกายเขาพยายามฝืนวิ่งต่อไปถึงแม้ว่าไม่รู้ว่าจะต้องวิ่งไปถึงเมื่อไร ในจิตใจของเขาในตอนนี้จะต้องหนีไปให้ไกลจากที่นี้ให้ได้ เพราะว่า
กำลังมีบางสิ่ง
บางอย่างไล่ตามเขามาจากความมืดมันไล่ตามตามหลังเขาเข้ามาทุกทีทุกที
เขาวิ่งไปตามโถงทางเดินเรื่อยๆอย่างหวาดกลัวแต่เสียงก็ไล่ตามเขาใกล้เข้ามาประชิดทุกทีท่ามกลางบรรยากาศอันน่าขนลุกของความกดดันเขาวิ่งเข้าไปในห้องแห่งหนึ่งทั้งมืดไม่มีแสงสว่างมีเพียงแต่แสงไฟฉายของเขาที่เขาพกติดตัวมา
เขามองไปรอบๆห้องสาดไฟส่องจนไปเจอสิ่งที่น่าตกใจเกือบทำให้หัวใจวาย เขาล้มลงกับพื้นด้วยความหลัว เขาจึงหลับตา แต่สักพักเขาพยายามตั้งสติได้ เขาค่อยลืมตาตื่นสิ่งที่เขามองเห็นเป็นโครงกระดูกมนุษย์ที่เสียงชีวิตไปแล้วเขาพยายามลุกขึ้นคราวนี้ดูไปรอบๆห้องอย่างมีสติเหมือนจำได้ว่าห้องแห่งนี้แท้จริงแล้วเป็นห้องวิทยาศาสตร์
เขาทำหน้าโล่งอกโล่งใจเขาพูดปลอบใจกับตนเอง “นึกว่าเราคงเจอผีหลอกแล้วสักอีก” แต่ทว่าจู่ๆมีอะไรบางอย่างอยู่ด้านหลังของเขาหันไปดูท้ายหลังห้องวิทยาศาสตร์เขาพยายามเพ่งมองมองเข้าไปอีกครั้งเป็นเงาดำดวงตาของเขาเบิกโพลงอย่างตกใจและหวาดกลัวใบหน้าเงามืดได้พุ่งใส่เขาอย่างรวดเร็วจนหน้าประชิดจนขาทั้งสองข้างของเขาทำให้เข่าอ่อนล้มลงกับพื้น
แต่ตอนนี้บรรยากาศห้องมีแต่ความกดดัน เขารู้สึกหวาดกลัวด้วยความรุนแรงเป็นหลายเท่าตัวเขาตัวสั่นไม่หยุดก้าวเท้าขาไม่ออกเหมือนมีอะไรมาอย่างมาจับที่ขาเขาเอาไว้
เขาพยายามกระเสือกกระสนพาตนเองจะต้องออกจากห้องวิทยาศาสตร์ไปให้ได้แต่ทันใดนั้นเงาดำค่อยๆใกล้เข้ามาและได้พูดอะไร
บ้างอย่างจะเขา เมื่อเขาได้ฟังเรื่องราว
นั้นจบลง ดวงตาของเขานั้นเบิกโพลงขึ้นหวดกลัวอย่างสุดขีด
เขาพนมมือพร้อมกับน้ำตาเหมือนเขากำลังอ้อนว้อนไว้ชีวิตเขาด้วยเถอะความรู้สึกในใจของเขาเคยทำสิ่งนั้นลงไปโดยไม่คิดให้ดีแต่เมื่อถึงเวลาเขามาทวงคืนก็ไม่มีประโยชน์แล้วเขารู้สึกเสียใจหากมีโอกาสอีกสักครั้งเขาจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้วความมืดมิดแห่งนั้นก็ปรากฏแสงไฟลุกโชติ
เขาร้องรั้นในท่ามกลางความมืดด้วยความเจ็บปวด
และทุกข์ทรมาณท่ามกลา
งความมืดในมหาลัย
และร่างผู้เคราะห์ร้ายก็ดิ้นพราดๆความโหยหวน