Charpter.0
Introduce
ให้ตายสิ
!!!......
ทำไมชีวิตของผมถึงต้อง....
มี
‘
หมอนั่น
’
เข้ามายุ่งเกี่ยวกับชีวิตผมด้วย.....
....
♪♫
นั่งคนเดียวแล้วมองกระจก ที่สะท้อนแสงจันทร์วันเพ็ญ โดดเดี่ยวกับความเหงา อยู่กับเหงาที่พูดไม่เป็น
*
♫♪
......
“
อ้าว
!!!
มีสายเรียกเข้านิ
”
หญิงวัยกลางคนๆหนึ่งกำลังจัดเตรียมอาหารอยู่ในครัวของเธอ เธอจึงตะโกนเรียกหลานชายของเธอ
“‘
หลาน
’
จ๋า มีสายเรียกเข้านะ
”
“
ครับ
‘
อา
’
สงสัยจะเป็น
‘
กามิล
’
แน่ๆเลย
”
ผู้เป็นหลานชายของบ้านนี้ออกมาในสภาพที่กำลังสวมเข็มขัดที่มีตราประจำโรงเรียนของโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง วิ่งโล่ออกมาจากห้องของตัวเองรับโทรศัพท์ของตัวเอง
สายเรียกเข้า
; Gamil
“
สวัสดีครับ
”
ผมตอบรับปลายสาย
“
ไง...
‘
เจ้าหลาน
’
นายแต่งเสร็จหรือ
?”
ปลายสายตอบกลับมาด้วยเสียงทุ้มมีเสน่ห์ นี้ถ้าพวกสาวๆที่ปลื้มหมอนี้อยู่คงเป็นอันกรี๊ดสลบแน่ๆเลยละครับ
“
ครับ... เสร็จละ กำลังจะทานอาหารเช้าอยู่ครับ
”
ผมตอบปลายสายด้วยความสุภาพ คือผมเป็นคนชอบใช้ภาษาที่สุภาพ เพราะผมได้รับการสอนที่ดีมาจากอาหญิงนะครับ และอีกอย่างผมก็ก็ชอบที่จะพูดด้วย เพราะมันไพเราะดี (คนเขียน
;
มนุษย์ลุงโลกสวยจิมๆ)
“
โอเค... งั้นอีก 3 นาทีเจอกันหน้าบ้านละ
”
จากนั้นปลายสายก็ตัดไป
“
กามิลมารับใช่ไหมจ้ะ วันนี้
”
อาหญิงถามขณะจัดอาหารใส่จาน ผมจึงยกจานที่จัดอาหารแล้วไปไว้
*เพลง ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ ของ ป๊อบ ปองกูล
feat.
ดา เอ็นโดฟิน
บนโต๊ะอาหรที่ห้องอาหาร
“
โอ้โห
!!!!
ไข่ดาวกับไส้กรอก น่าทานมากเลยครับ งั้นทานเลยนะครับ
”
“
จ้า.... รีบทานซะนะ เดี๋ยวกามิลมารับแล้วจะไม่ทัน
”
อาหญิงบอกจากนั้นเราสองคนก็ลงมือทานอาหารเช้าด้วยกัน
จากนั้นผมก็ออกมารอกามิลอยู่ที่หน้าบ้าน กามิลกับผมเราสนิทกันมาแต่เด็กแล้วละครับ เพราะว่าพ่อแม่ของเราสองคนนั้นรู้จักมักคุ้นกันมานานละ
เอ้อ
!!!
จริงสิ.... ผมนิลืมไปเสียสนิทเลย ลืมแนะนำตัวเองให้ฟัง ผมชื่อ
“
เจ้าหลาน
”
นะครับ อายุ 15 ย่าง 16 ปี กำลังศึกษาต่อ ม. 4 ที่โรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งครับ ตอนที่เลือกแผนการเรียนนั้นผมตั้งใจไว้แล้วว่าจะลงเรียน วิทย์– คณิต ซึ่งผมชอบเรียนคณิตกับวิทย์มาก ส่วนกามิลนะหรอ รายนั้นนะผมลากเขามาเรียนแผนการเรียนเดียวกัน หมอนั่นรำพึงเบาๆให้ผมฟังว่า
“
ดีนะที่เจ้าหลานลากมาลงสายเดียวกัน ไม่งั้นโดนลากไปศิลป์เยอรมัน
”
เขาชอบบ่นว่าที่บ้านอยากให้เรียนศิลป์ภาษาจีน เพราะเชื้อสายของกามิลเป็นคนจีน พ่อแม่ของเขาอยากให้เรียนภาษาจีน กามิลก็มักจะทำหน้ามุ่ยแล้วตอบกลับไปว่า
“
ทุกวันนี้ม่าก็พูดจีนให้ฟังทุกวัน จนผมละเบื่อจริง
”
ใจจริงหมอนี้อยากเรียนวิทย์– คณิต เหมือนกันกับผมนี้แหละ ก็เลย เลยตามเลยกับผมซะ ได้ยินว่าม่าของหมอนั่นนั้นบ่นเรื่องแผนการเรียนให้ฟังตลอดทั้งอาทิตย์ที่รู้ข่าวเลยละครับ
ส่วนเรื่องความสนิทสนมกันนั้น ต้องบอกก่อนเลยครับว่าเราซี้ปึกกันมาก คือไปไหนต้องไปด้วยกัน คือถ้ามีผมต้องมีกามิล แต่ถ้าเวลาเห็นกามิลอยู่คนเดียววันไหนละก็ไม่ต้องสงสัยนะครับ คือผมต้องไม่สบาย หรือไม่ว่าง (เช่น อ่านหนังสือ ทำการบ้าน อะไรประมาณนี้) แต่ส่วนมากเราจะไปตะลอนด้วยกันตลอด จนเพื่อนๆในคนพากันเรียกว่า
‘
ดูโอ้ขาว – ดำ
’
เพราะผมขาวมาก ส่วนกามิลนะดำ แต่เข้ม มีเสน่ห์ แบบว่ามีสาวๆติดเขาตรึม แค่เสน่ห์ของหมอนี้ก็มีเสน่ห์ละ พูดง่ายๆคือ คมขำไงครับ พูดถึงสาวๆเนี้ย กามิลเขาออกจะฮอตมากเลยครับ เป็นที่สนใจของสาวๆมากเลยละครับ ส่วนผมนะเหรอ ฮึ....พูดแล้วก็ขึ้นครับ หมอนั้นชอบค่อนขอดผมเวลามีสาวๆมาขอเบอร์แล้วปฏิเสธว่า
“
เฮอะ....อย่างเจ้านี้นะเหรอ มีแฟนเป็นผู้ชายยังจะรุ่งกว่าอีก
”
แหม..... พ่อรูปหล่อสูงโปร่ง (จริงๆแล้วผมสูง180 ครับ แต่ไม่รู้กามิลไปกินอะไรเลยสูง 189 ) ใครจะไปสู้กามิลได้ ทั้งพูดหยอดคำหวาน เสร็จแล้วก็ให้เบอร์ไป แต่หมอนี้คบกับใครไม่เกินอาทิตย์เดียวหรอกครับ จะมักจะเลิกไปกันหมด ผมก็ไม่ถามหรอกอไรมากหรอกครับ แต่ถ้าถามหมอนั้นก็มักจะตอบกลับมาว่า
“
จริงๆนะ เราไม่ได้จริงจังอะไรกับเธอหรอก เพราะกูมีตัวจริงอยู่ละ
”
พอถามกลับไปว่าคนนั้นเป็นใคร หมอนั้นก็หน้าแดง และพูดเฉไปว่า
“
น่า...เดี๋ยวก็รู้เอง
”
ผมก็งงว่าเป็นใครเหมือนกัน เพราะส่วนใหญ่ผมกับเขาตัวติดกันมาก เลยข้องใจว่ามันไปเจอสาวที่ใช่คนไหนเมื่อไรนั้นแหละ
ส่วนผมนะเหรอ ฮึๆ.....ผมไม่สนใจเรื่องรักๆใคร่อะไรมากมายหรอกครับ จริงผมเคยมีแฟนเหมือนกันนะครับ แต่บอกไว้ก่อนว่าไม่ใช่ผู้ชายแบบที่นายกามิลแซวแน่นอนครับ555555 เขาเป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนเดียวกันนี้แหละครับ เขาชื่อข้าวฟ่าง เป็นรุ่นน้องผมปีหนึ่ง แต่เพราะผมมักจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับการเรียนและหนังสือ(รวมทั้งนายกามิล555555) เหตุผลง่ายๆเลยครับคือผมไม่มีเวลาให้เขา ผมและเขาต่างบอกเลิกกันแหละกัน คือจบกันอย่างสวยงามเลยละครับ ถามผมว่าเสียใจไหม ก็เสียใจนะครับ ส่วนใหญ่กามิลนี้แหละที่คอยปลอบใจ แต่จะว่าไปกามิลนี้ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ผมกับแฟนเก่าผมไม่ค่อยได้เจอกัน เพราะเวลาที่ผมว่างและกำลังจะไปเดทกับน้องเขา กามิลก็มักจะโทรมาชวนไปทำธุระกับมันตลอด จะว่ามันแกล้งก็ได้เพราะบางทีธุระของมันคือ ให้ผมไปนั่งรอมันเรียนพิเศษถึง 3 ชม. เลยละครับ มีอยู่ครั้งหนึ่งตอนนั้น มันหลอกผมให้ไปนั่งรออยู่ที่คาเฟ่ข้างๆติวเตอร์ภาษาจีนที่เขาเรียนอยู่ ผมโวยวายว่าหลอกให้ผมนั่งรอแทนที่จะจะได้ไปเดทกับน้องข้าวฟ่าง กามิลตอบแบบยิ้มๆว่า
“
เอาน่า....อย่างน้อยๆ นายก็ได้กินขนมเค้กฟรี 3 ชม. โดยที่กูเลี้ยงไง55555555
”
ผมโกรธมากเลยเดินกลับบ้านโดยไม่ฟังเสียงของกามิลที่เรียกใอยู่อาทิตย์นั้นผมไม่ยอมพูดกับกามิลเลยสักคำ จนหมอนั่นต้องมาง้อขอโทษอยู่ที่หน้าบ้าน จนอาหญิงต้องมาเจรจา ผมถึงยอมหายโกรธบ้าง หลังจากนั้นหมอนั่นจนไม่กล้าเล่นแพลงๆอะไรแบบนี้อีก (คนเขียน
;
สมควรแล้วละ5555)
จากนั้น
KSR
คันสีเขียวนั้นก็พาเราทั้ง 2 คนเข้าเขตโรงเรียน กามิลขับมอเตอร์ไซค์คันงามไปจอดที่โรงรถข้างๆอาคารตึกที่เราจะขึ้นเรียนขณะที่ผมกำลังถอดหมวกกันน็อกออกจากหัวของผมนั้น ขาแว่นสายตาของผมนั้นดันไปคล้องกับสายรัดคางหมวกจนหลุดออกจากหน้าผม กระเด็นไปตกข้างๆเท้ากามิล
“
อ๊ะ... กามิล
!!!
เก็บแว่นให้ผมหน่อยครับ
”
“
ไหนๆ....
”
กามิลมองหาแว่นตา และก้มลงเก็บ
“
อ่ะ.... คอนแทคเลนส์ก็มีทำไมไม่ใส่ล่ะ
”
กามิลยื่นแว่นตามาให้แต่ชะงัก
“
ม่ะ... เดี๋ยวใส่
”
“
เอามา ผมใส่เอง เดี๋ยวกามิลใส่ผิดอีก
”
ผมหยิบแว่นสายตากรอบทรงวงกลมจากมือกามิลมาใส่ จริงๆแล้วผมเป็นคนสายตาค่อนข้างสั้น ด้วยความที่ผมรู้สึกว่าพอใส่แว่นแล้วทำให้ผมรู้สึกว่ามีความมั่นใจมากขึ้น (มั้ง 55555)
“
ผมขี้เกียจใส่เลนส์มา นายก็รู้นิว่าผมนะชอบลืมหยอดตาเวลาตาแห้ง และชอบเผลอหลับด้วย
”
ผมบอกเหตุผลที่ไม่ยอมใส่เลนส์
“
เอ้า ให้เราคอยเตือนก็ได้นิ
”
“
ไม่เอา ขี้เกียจไปที่ห้องเอากระเป๋าไปเก็บดีกว่า เดี๋ยวคอยลงมาซื้อน้ำเปล่า
”
ผมรีบตัดบทแล้วเดินผละออกมาจากโรงจอดรถ เร่งฝีเท้าเพื่อเร่งให้กามิลรีบเดิน
บรื้นนนนนนนนนนนนน
“
เฮ้ย
!!!!!
เจ้าหลาน ระวังรถ
”
กามิลตะโกนจนสุดเสียง แล้วกระโดดจากที่จอดรถแล้วกระชากผมที่กำลังจ่ำอ้าวโดยไม่ได้
พลั่ก
!!!!!
ร่างของเจ้าหลานปลิวตามแรงกระชากของคนร่างสูงจนคนตัวเล็กกว่าเสียการทรงตัว เซถลาล้มทับกามิล หัวของเจ้าหลานไปชนเข้าที่แผ่นอกหนาๆของกามิลอย่างจังจนทำให้แว่นตาของเจ้าหลานเอียงกระเท่เร่แทบหลุดออกจากหน้า
“
โอ้ยยยยย เจ็บหัวง่ะ
”
ผมบ่นออกมาอย่างเจ็บปวด พลางลูบหัวที่เจ็บ
“
ไม่เป็นไรใช่ไหม
?
หลาน
”
กามิลถามพลางลบหัวบริเวณที่ผมเจ็บ
“
เพี้ยง... หายละๆ
”
หมอนั่นเบาลมใส่แผลของผม แล้วทำหน้าทะเล้นก่อนจะพาร่างของตัวเองและฉุดร่างผมขึ้นมา แล้วพวกเราก็เดินไปหาคู่กรณีที่ขับมอเตอร์ไซค์เฉี่ยวผม
“
คอยดูนะ ฉันจะเอาให้หมอบเลย
”
กามิลหัวบ่นออกมา
“
อย่านะครับ อย่ามีเรื่องตั้งแต่วันแรกของการมาเรียนเลยนะครับ
”
ผมเห็นท่าไม่ดีเลยร้องห้าม
“
ไม่ได้ นายเกือบโดนมันเฉี่ยวแล้วนะ
”
กามิลหันมา หน้าท่าทางเอาเรื่องมาก
“
พอเหอะ กามิล
!!
ผมบอกแล้วไงว่าไม่ได้เป็นอะไร ไปกันเหอะ
”
ผมเหนี่ยวกามิลไว้และพยามออกแรงดึง
“
แต่นายเจ็บนะ
”
“
อ้อ
!!!!
นี้หรอ.... ก็ไปโขกกับอกนายไงล่ะ ป่ะ
!!!!
ไปดีกว่า เราไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย
”
จากนั้นพวกเราสองคนก็ผละจากคู่กรณีแล้วพากันเดินขึ้นตึกไปพร้อมๆกัน
อีกฝ่ากหนึ่งของเหตุการณ์นี้ คู่กรณีที่เกือบเฉี่ยวเจ้าหลานก็ลงจากบิ๊กไบค์สีดำมะเมี่ยม พลางถอดหมวกกันน็อกแบบนักแข่งรถมอเตอร์ไซค์ออก เผยให้เห็นเค้าโครงหน้าอันหล่อเหลาคมคาย เป็นใบหน้าที่มีการผสมกันระหว่างไทยกับอังกฤษ แต่โดยรวมแล้วจัดว่าหน้าไทยเลยก็ว่าได้ สวมชุดมัธยม ม. ปลาย แบบเดียวกับเจ้าหลานและกามิลคู่กรณีของเจ้าหลานฉีกยิ้มแบบเจ้าเล่ห์ จ้องมองเจ้าหลานที่เดินขึ้นตึกไปพร้อมกับกามิล จากนั้น
‘
เขา
’
ก็ถอดแจ็กเก็ตหนังสีดำ
“
ฮึ
!!!!
น่าสนใจดีนิ
”
จากนั้น เด็กชายก็เดินเข้าไปที่ห้องพักครู เพื่อจัดการเรื่องการเรียนของเขาต้องไป
หารู้ไม่
.....
หลังจากนี้ ชีวิตของพวกเขาทั้งหมดจะต้องพบกับความวุ่นวาย ความอลเวง
และอีกหลากหลายอย่างที่จะเข้ามาผจญในชีวิตของพวกเขา
......
นี้เป็นเรื่องแรกเลยละที่ลองเอาลงดู ชอบ - ไม่ชอบยังไงติชมได้นะ
Newy