บทนำ
“หากลมพัด ไม่ปลิวปลิดใบไม้ไหว เธอนั้นแค่เดินผ่านไป
อาจเป็นเสี้ยวนาที ที่ฉันและเธอคลาดกัน”
ปิ๊น
!!!
ปิ๊น
!!!
ปิ๊นนนนนนน
!!!
บรื้นนนน
!
เสียงจราจรในตอนเช้าของคนในเมืองกรุงที่วุ่นวาย ซึ่งไม่มีอะไรที่น่าแปลก ไม่มีอะไรที่แตกต่างในแต่ละวัน ถือเป็นเรื่องปกติของคนในเมืองใหญ่ที่ต้องใช้ชีวิตบนความเร่งรีบ ไม่ว่าจะเป็นการจราจรที่ติดขัด ป้ายรถเมล์ที่เต็มเสียจนไม่มีพื้นที่ว่างจะให้ยืน ทางม้าลายที่ผู้คนเดินกันขวักไขว่ แม้ในวิถีชีวิตของคนเมืองกรุงที่เร่งรีบนั้นก็ยังมีชายหนุ่มรูปร่างสันทัดคนหนึ่งซึ่งกำลังเดินเรื่อยๆบนทางเท้าริมฟุตบาทด้วยท่าทีที่ไม่ได้รีบร้อนเท่าไหร่นัก ถึงแม้ว่ารอบตัวของชายหนุ่มจะมีแต่ความวุ่นวายก็ตาม
“นา”
ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษา หน้าตาอยู่ในเกณฑ์ที่จัดว่าหล่อเหลา ผิวขาวตามแบบลูกคนจีนที่ถอดแบบกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ เขาเดินไปเรื่อยๆ ตามทางเท้าริมฟุตบาท จุดหมายของชายหนุ่มคือ มหาวิทยาลัย ซึ่งอยู่ถัดไปอีกแค่ 300 เมตรเท่านั้น เขาไม่เข้าใจวิถีชีวิตที่เร่งรีบของคนเมืองกรุงเอาซะเลย ทั้งที่เขาเข้ามาเรียนในเมืองกรุงได้ 7-8 ปีแล้ว พื้นเพชายหนุ่มเป็นคนต่างจังหวัด ฐานะทางบ้านก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีทีเดียว เขาเป็นลูกชายคนเล็กมีพี่ชายหนึ่งคนซึ่งตอนนี้แต่งงานมีครอบครัวไปเรียบร้อยแล้ว และตอนนี้กำลังดูแลกิจการของครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมหรู และ รีสอร์ตสวยงามหลายแห่งในประเทศ ในชีวิตของชายหนุ่มที่ดูเพียบพร้อมไปทุกสิ่งอย่าง แต่เขากลับชอบที่จะชีชีวิตติดดินแบบคนธรรมดาทั่วไป ไม่ได้ใช้ของแบรนด์เนมหรือเสื้อผ้าหรูหรา ไม่ได้กินอาหารมื้อละเกือบหมื่น ไม่ต้องให้คนรับใช้ตามประกบคอยรับใช้ทุกฝีก้าว เขาชอบเดินที่สวนสาธารณะและสนามหญ้า มากกว่าเดินตากแอร์ในห้างสรรพสินค้าซะอีก เค้าชอบเดินและปั่นจักรยานมากกว่าขับรถหรูๆ เขาไม่เคยบอกหรือแสดงให้ใครๆเห็นว่ารวย เพราะเขาคิดไม่ออกว่ามันจะมีประโยชน์อะไรต่อชีวิต เขาใช้สินค้าทั่วไปที่ขายตามตลาดนัดราคาสบายกระเป๋า และอยู่หอพักธรรมดาแบบพัดลมแทนคอนโดมิเนียมหรูหรา แค่นี้ชายหนุ่มก็คิดว่าเขามีความสุขแล้ว เขาเลือกเองที่จะใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาทั่วไป
“แต่บางครั้งเราอาจจะไม่รู้เลยว่าคนแปลกหน้าที่เดินผ่านเรา อาจจะไม่ใช่แค่คนธรรมดา เขาอาจจะมีความพิเศษที่เราคาดไม่ถึง รวมทั้ง “นา”ชายหนุ่มที่ใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาทั่วไปคนนี้ด้วยจริงไหม?”
มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
ลานม้าหินอ่อน
“นา มารอนานยังเนี่ย?”
เสียงของ
“ไออุ่น”
เพื่อนคนนึงในกลุ่มของนาเอ่ยทักเขา ในขณะที่เขากำลังทบทวนวิชาเรียนที่อาจารย์สอนเมื่อวาน หญิงสาวเป็นผู้หญิงที่นิสัยดี เรียบร้อย และน่ารักคนหนึ่งที่เดียว เป็นเรื่องปกติที่เขาจะต้องมาก่อนเวลาเรียนเพื่อเตรียมตัวเข้าเรียนและรอเพื่อนอยู่แล้ว ชายหนุ่มคิดว่าการตื่นสาย และเข้าเรียนสายไม่เห็นจะเท่เลยซักนิด มีหน้าที่เรียนก็เรียนสิไม่เห็นจะยาก เป็นตรรกะที่ง่ายมาก
“แหม นาเนี่ยขยันเสมอต้นเสมอปลายจริงๆเลยนะ ฮ่าฮ่าฮ่า”
“ก็ไม่ได้ขยันอะไรนะ มันเป็นสิ่งที่ทุกคนควรทำอยู่แล้ว”
“จ้าๆ พ่อคนเก่งของบ่าว” ชายหนุ่มเพียงแค่ยักไหล่ และส่งยิ้มไปให้เท่านั้นก่อนจะก้มหน้าทบทวนบทเรียนต่อไป
“นาๆ เราไม่เข้าใจเนื้อหาตรงนี้พอดีเลย นาช่วยอธิบายให้เราฟังหน่อยสิ” หญิงสาวพูดพร้อมกับก้มหน้าลงมาใกล้บทเรียน ในขณะที่นาเงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อย ทำให้ปลายจมูกของชายหนุ่มเฉียดแก้มนวลของหญิงสาว ส่งผลให้แก้มนวลของเจ้าหล่อนแดงปลั่ง พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ชายหนุ่มก็ยังมีท่าทีปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ได้สิ เดี๋ยวเราอธิบายให้ฟัง” ชายหนุ่มพูด
“ขะ..ขอบคุณนะ” หญิงสาวพูดเสียงสั่น หัวใจเจ้ากรรมกำลังเต้นระรัวไม่หยุด
‘
ให้ตายสิ
!!
จะเป็นโรคหัวใจไหมเนี่ย
’
หญิงสาวคิดในใจ
“เอ่อ.. นา เราขอโทษนะ” ชายหนุ่มรู้ดีว่าหญิงสาวหมายถึงเรื่องอะไร
“ไม่เป็นไร” พร้อมส่ายหน้า และส่งยิ้มให้หญิงสาวกลับไป
ทำไมชายหนุ่มจะไม่รู้ว่าหญิงสาวคิดกับเขาเช่นไร เพราะเขาเป็นผู้ชายเขารู้ดี และรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของหญิงสาวน่ารักคนนี้ หลายครั้งที่เธอพยายามแสดงออกให้เขาเห็นและรับรู้ว่าเธอคิดเช่นไร แต่เป็นเขาซะอีกที่พยายามวิ่งหนีความรู้สึกเหล่านั้น และทำเป็นไม่รับรู้สิ่งที่หญิงสาวพยายามจะสื่อ เขาไม่อยากให้ความหวังกับเธอ เขาปฏิบัติกับเธอเหมือนกับปฏิบัติกับเพื่อนทุกคนในกลุ่ม แต่ไออุ่นกลับดีต่อเขามากเหลือเกิน จึงทำให้เขาตอบแทนเธอ เป็นความห่วงใย และความเอาใจใส่ ที่เขาสามารถทำให้ได้ตามประสาเพื่อน แต่ไม่ใช่ความรักแบบหนุ่มสาวแน่นอน
เพราะเขารู้ดีว่าเขาไม่สามารถรักเธอแบบคนรักได้จริงๆ
และความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือ “นา” กำลังรอ “เขา”คนนั้นอยู่
ฝากนิยายไรต์ด้วยน้าาาาา นิยายเรื่องแรกของไรต์ค่ะ ติชมงานเขียนได้จ้าาาา ฝากเนื้อฝากตัวหัวใจกับผู้อ่านทุกท่านด้วยนะคะ
