
สวัสดีค่ะ ฉันชื่อปลาค่ะ แต่เพื่อนๆ เรียกปลากรอบด้วยเหตุผลบางประการ ซึ่งยังไงมันก็ดีกว่าปลาตายหรือปลาเน่าจริงไหมล่ะ คืองี้นะคะ ฉันน่ะเป็นเด็กสาวอายุสิบหกธรรมด๊าธรรมดาทั่วไป เป็นยัยจืดชืดประจำชั้นเรียนค่ะ ไม่ว่าจะผลการเรียนในระดับกลางๆ กีฬาในระดับกลางๆ บทสนทนาก็กลางๆ การมีตัวตนก็ค่อนข้างจืดจางอยู่พอสมควร เคยโดนลืมทิ้งไว้ที่ร้านคาราโอเกะบ้าง เกมเซ็นเตอร์บ้าง ห้องน้ำบ้าง นึกแล้วก็เศร้า เพราะแม้แต่ฉันเองก็ยังคิดเลยนะคะว่า ตัวฉันคงไม่มีวันเป็นได้ถึงนางเอกหรอกค่ะ แค่ตัวร้ายยังไม่ไหวเลย
“เอ๊ะ
!?!
” เสียงกรี๊ดกร๊าดซึ่งดังแว่วจากสนามโรงเรียนผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องดึงความสนใจฉันจากย่อหน้าข้างบนที่ทำให้ฉันนึกสงสัยว่าไอ้การแนะนำตัวงี่เง่านั่นน่ะมันอะไรกันแน่ “นั่นมัน...”
ฉันเดินไปเกาะขอบหน้าต่างก่อนจะมองลงไป ต้นกำเนิดของความวุ่นวายนั้นมาจากเด็กหนุ่มคนหนึ่ง หนุ่มร่างสูงโปร่ง ผมแดงเพลิงหยักศกยาวประบ่าในชุดเครื่องแบบนักเรียนประกอบด้วย
แจ็คเก็ต
แขนยาวสีดำ เสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงขายาว เขาเป็นผู้ชายหล่อเหลาอาจจะที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาในโรงเรียนนี้ ไม่สิ ในเมืองนี้เลยทีเดียว ขนาดแค่เดินเฉยๆ ยังเปล่งประกายระยิบระยับเลย(นั่นฉันค่อนข้างคิดว่าตัวเองกำลังมีอาการประสาทหลอน ไม่ก็กำลังอยู่ในเรื่องสั้นสักเรื่อง หรืออาจทั้งคู่) เด็กหนุ่มผู้นั้นเดินส่ายอาดๆ มาตามทางเดินคอนกรีตเลียบสนามหญ้าเขียวขจี โดยมีนักเรียนหญิงกลุ่มใหญ่จับกลุ่มกันระเบิดเสียงกรี๊ดจนแจกันในมือนักเรียนชายผอมแห้งผู้น่าสงสารที่อยู่ห่างไปราวยี่สิบเมตรแตกเป็นเสี่ยงๆ จากนั้นพวกหล่อนก็พร้อมใจเป็นลมกันเป็นแถบๆ ราวกับผู้ชมฟุตบอลกำลังลุกยืนเป็นคลื่นยังไงยังงั้น ก็ไม่แปลกหรอก เพราะแม้แต่ฉันที่ยืนส่องจากบนชั้นสองยังหวิดหวิดหัวใจหยุดเต้นเลย
ถึงอย่างนั้นหมอนั่นก็ยังเดินกร่างไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น แม้จะเป็นต้นเหตุของอาการหมดสติที่น่าจะทำลายสถิติโลกไปแล้วก็ตาม
“นั่นน่ะคือท่านอาสลัน เชอร์ชิล เบรเวน่า คาดิฟ ทายาทเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ นอกจากจะรูปหล่อพ่อรวยแล้วยังเก่งทั้งบุ๋นและบู๊อีกต่างหาก เล่นกีฬาได้ทุกชนิดขนาดที่ชมรมทุกชมรมต้องคลานมากราบกรานขอให้ไปช่วยแข่ง พูดได้สิบสามภาษา เล่นเครื่องดนตรีได้สิบเจ็ดชนิด สอบคะแนนเต็มทุกครั้ง แถมยังเป็นฮีโร่ช่วยเด็กหกขวบจากบ้านไฟไหม้อีกต่างหาก เท่านั้นยังไม่พอ ฉันได้ยินว่าหลังจากช่วยเด็กแล้วก็ยังย้อนกลับไปช่วยลูกหมาออกมาด้วย ลูกหมาเชียวนะ
!
นอกจากนี้ยังได้ยินว่าท่านอาสลันยังมีเกาะส่วนตัวจากการทำกำไรด้วยธุรกิจที่ก่อตั้งเองตั้งแต่อายุแปดขวบ ไม่รวมทรัพย์สินของพ่อตอนนี้ก็รวยเป็นพันๆ ล้านเข้าไปแล้ว ถึงอย่างนั้นท่านอาสลันก็ได้ฉายาว่า
เจ้าชายน้ำแข็ง
เนื่องจากความปากร้าย ไม่ชอบสุงสิงกับใคร และเย็นชากับคนรอบข้าง โดยเฉพาะกับสาวๆ นี่แหละที่จะโดนหนักหน่อย แต่ยังไงพวกเราก็ไม่เข็ดนั่นแหละจริงไหม”
ฉันหันไปมองผู้ที่เพิ่งร่ายยืดยาวเหมือนไม่ได้ใช้อากาศหายใจยังไงยังงั้น ยัยสาวผมดำมัดแกละสองข้างมีสัญลักษณ์คือชอบเป่าลูกโป่งหมากฝรั่งคนนี้เป็นเพื่อนซี้ของฉัน ยัยนี่น่ะมีชื่อว่า
ก้อนอิฐ ฉานิด
“นี่ ยัยอิฐฉา ทำไมอยู่ๆ ถึงมายืนพล่ามอย่างกับเป็นส่วนแนะนำตัวละครในนิยายอยู่ข้างๆ ฉันกันยะ
!
”
“แล้วไอ้ย่อหน้าแรกนั่นมันอะไรล่ะ” หล่อนตอบเสียงเซ็งๆ เป่าลูกโป่งแตกโพละ จากนั้นก็หันหลังเดินจากไปพร้อมโบกมือหยอยๆ ให้ฉัน “ขอตัวนะ ฉันต้องไปป่วนยัย
นิ้วนาง เอกเทศ
ที่ห้องสองสักหน่อย”
“เฮ้
!
” ฉันร้อง “ตกลงนี่มันช่วงแนะนำตัวละครจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย แล้วทำไมต้องพูดชื่อยัยนางเอกเต็มๆ ด้วยล่ะ นี่
!!!
”
ทว่าอิฐฉาไม่สนใจฉันอีก ฉันอยากวิ่งตามออกไปคุยกันให้รู้เรื่องถึงความรู้สึกแปลกๆ พิกลที่คอยรบกวนฉันมาตลอดตั้งแต่ย่อหน้าแรกแล้ว แต่ติดที่ว่านี่มันกำลังอยู่ในระหว่างคาบโฮมรูมน่ะสิ
!
“ถ้าเสร็จแล้วช่วยกรุณานั่งที่ด้วยคร้าบ” เสียงทุ้มๆ ของอาจารย์ประจำชั้นดังขึ้น ตามด้วยเสียงหัวเราะครืนของเพื่อนร่วมห้อง ฉันหันไปจะขอโทษที่อยู่ๆ ก็ลุกขึ้นเดินไปส่องหนุ่มหล่อโดยไม่ได้ขออนุญาตก็ถึงกับต้องผงะ เนื่องจากอาจารย์ประจำชั้นของฉันกลายเป็นหมีไปเรียบร้อยแล้ว หมีในชุดนินจาสีน้ำเงิน
!
แถมสวมแว่นตาเหมือนคลาร์ก เค้นท์อีกต่างหาก
“
เหวอ
!?!
”
ฉันร้องลั่น ถอยพรวดพราดก่อนจะแข้งขาอ่อนล้มก้นจ้ำเบ้า “มะ มะ
มะ หมี
!!!
”
ดาวกระจายพุ่งเฉียดหัวไปปักกระดานข่าวสารหลังห้องฉึก นี่ถ้าฉันไม่ได้หงายหลังละก็ ป่านนี้คงหัวเป็นรูไปแล้ว
“คุมะจาต่างหาก” อาจารย์หมีร้อง น่าแปลกที่ไม่มีเพื่อนร่วมห้องคนไหนเลยที่แสดงท่าทางเหมือนเห็นสิ่งผิดปกติแบบฉัน “ในเมื่อเจ้ารู้ความจริงแล้วก็จงตายซะเถอะ
!
”
อาจารย์หมีชักดาบแล้วกระโจนข้ามหัวนักเรียนโต๊ะแรกสุดมาหาฉัน
เพล้ง
!!!
ร่างหนึ่งปลิวทะลุกระจกเข้ามา เรือนผมสีแดงเจิดจ้ายิ่งกว่าแสงตะวัน ท่านอาสลันประทับบาทากับใบหน้าหมีนินจาส่งมันบินออกนอกห้องอีกฟาก ความหล่อของเขาทรงพลังเสียจนนักเรียนในห้องสลายเป็นไอ ยกเว้นฉัน
ทำไมล่ะ ทำไมฉันถึงยังไม่กลายเป็นไอเหมือนคนอื่นๆ
ฉันประหลาดใจจนหายใจไม่ออก เด็กหนุ่มร่อนลงกับพื้น ใช้มือเสยผมไปด้านหลังเหมือนโฆษณาแชมพูขจัดรังแค(ฉันเกือบหัวใจวาย) จากนั้นจึงเดินช้าๆ ตรงมาหา นัยน์ตาสีเหลืองเย็นชาจับจ้องยังฉันเขม็งราวกับสัตว์นักล่ามองเหยื่อตัวเล็กๆ ของมันก็ไม่ปาน เสียงฝีเท้ากุกกักดังก้องทำเอาฉันสะดุ้งทุกครั้งที่เขาเหยาะย่าง
“นี่มัน... ท่าทางตอนนี้ดูเหมือนกำลังจะตัดเข้าฉากโรแมนติกแล้วสินะ” ยัยอิฐฉายืนพูดเบื่อๆ ข้างฉัน และแน่นอนว่าทันทีที่ฉันหันขวับไปมอง ยัยนั่นก็วิ่งปรู๊ดหายออกจากห้องไปอีกครั้งโดยไม่พูดไม่จาอีก
“แต่ว่าได้ยังไง มันเป็นไปไม่ได้ เพราะว่าฉันน่ะเป็นแค่ปลากรอบจืดๆ เท่านั้นเอง
!
” ฉันพูด ไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่ากับใคร
“ยัยตัวปลากรอบสามัญชนน่าสมเพช
!
”
ท่านอาสลันโพล่งออกมา เกือบจะเป็นตะคอก
“
คะ
!!!
” ฉันร้อง
ตกใจจนตัวแข็ง “ไม่ใช่ปลากรอบค่ะ ประกอบต่างหาก เอ๊ะ? ก็ถูกแล้วนี่หว่า”
“มาเป็นทาสของผมซะดีๆ” เขาพูดต่อ ดวงตาเปล่งประกายยิ่งขึ้นสื่อเป็นนัยชัดเจนว่าไม่ต้องการคำปฏิเสธ
ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่มีโอกาสได้ปฏิเสธ ไม่สิ ฉันได้แต่ยืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่ตรงนั้นต่างหาก ฉับพลัน กลุ่มชายชุดดำก็กรูกันเข้ามาทุกทิศทาง ทั้งประตูห้องเรียนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โรยตัวลงมาทางหน้าต่าง เสียงเฮลิคอปเตอร์ดังหูแทบแตกตอนที่มันบินขึ้นมาจากด้านล่าง
เดี๋ยวก่อนนะ ทำไมฉันถึงไม่เห็นมันมาก่อนตอนที่ชะโงกมองผ่านหน้าต่างล่ะ?
“เอาล่ะ เซ็นชื่อตรงนี้นะ แล้วสัญญาทาสของเธอก็จะสมบูรณ์” ชายชุดดำคนหนึ่งยัดปากกาใส่มือฉัน ส่วนอีกคนลากโต๊ะซึ่งมีเอกสารแผ่นหนึ่งวางอยู่มาตั้งตรงหน้า ฉันก้มลงมอง และพบว่าเอกสารสัญญาทาสนั้นก็คือ
ทะเบียนสมรส
“เอ๊ะ” ฉันร้อง เงยหน้าขึ้นหลังจากเพิ่งถูกจับมือให้ตวัดลายเซ็นลงในช่องลายมือชื่อของฝ่ายหญิงแล้วเรียบร้อยโดยไม่ทันรู้ตัวสักนิด “เอ๊ะ” ฉันร้องอีกครั้งเมื่อท่านอาสลันก้าวฉับๆ มาช้อนร่างฉันขึ้นอุ้มในท่าเจ้าหญิง เสียงหัวเราะของเด็กหนุ่มดังลั่นแข่งกับเสียงเฮลิคอปเตอร์
“ไปกันเถอะ” เขาก้มมองฉัน ใบหน้าหล่อเหลาในระยะประชิดกับสัมผัสร้อนระอุดั่งดวงตะวันหวิดทำให้ฉันสลายเป็นไอเช่นเดียวกับเพื่อนร่วมชั้นเสียแล้ว
“ปะ ไป? ไปไหนงั้นหรือ”
“เราจะไปฮันนีมูนกันที่ดาวอังคารน่ะสิ ยัยโง่
!
”
แล้วเขาก็พาฉันกระโดดไปหาเฮลิคอปเตอร์ ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของฉัน “นี่มันเรื่องสั้นบ้าบอคอแตกอะไรเนี่ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
!!!
”
จบดีกว่า
แนะนำผลงานอื่นๆ ของนักเขียน

คาร์ลิน คริสตัลวิงก์ไม่เคยรู้ชาติกำเนิดแท้จริงของตนเองเลย จนกระทั่งวันหนึ่งที่เธอดันไปเจอเข้ากับหญิงสาวผู้ร่วงหล่นดั่งอุกกาบาตโดยบังเอิญ แถมเจ้าหล่อนยังอ้างว่าตัวเองเป็นปิศาจจากต่างมิติซึ่งข้ามมายังโลกมนุษย์เพื่อร่วมเกมสงครามชิงเก้าอี้ราชา(ราชินี)อีกต่างหาก เท่านั้นยังไม่พอ คาร์ลินกลับต้องพบว่าชีวิตของตนตกอยู่ในอันตรายใหญ่หลวงจากสายเลือดของตนเอง แล้วเธอควรทำอย่างไรดีล่ะเมื่อต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับ
ทั้งแวมไพร์ ซัคคิวบัส แม่มด ปลาไหลไฟฟ้า วานรอัคคี และสาวๆ ปิศาจมากมายที่ยกโขยงกันมาป่วนชีวิตเธอไม่หยุดหย่อน! ขอเชิญร่วมผจญภัยไปกับเด็กสาวซึ่งเป็นที่หมายปองจากปิศาจผู้น่ารักในนิยายแอ็กชั่นแฟนตาซีสุดระทึก และปั่นป่วนไปด้วยกลิ่นอายแห่งทุ่งยูริเรื่องนี้ด้วยกัน!

"เมแกน ควินน์ก็เหมือนกับวัยรุ่นทั่วๆ ไปที่มีความลับ เพียงแต่เธอไม่ได้สูบบุหรี่ ไม่ได้หนีเรียนไปเที่ยวเกมเซ็นเตอร์หรือมั่วสุมกับพวกนักเลงหน้าร้านสะดวกซื้อ เธอแค่เป็นอัจฉริยะจอมวายร้ายที่หวังครองโลก(แต่ไม่เคยสำเร็จเลยสักครั้ง)เท่านั้นเอง"
เมื่อฟิวเจอร์ซิตี้ เมืองหลวงอันเป็นสัญลักษณ์ของซูเปอร์ฮีโร่ถูกคุกคามโดยนักมายากลโรคจิตที่ต้องการขโมยอาวุธสุดล้ำเพื่อทำลายล้างโลก ความลับของเมแกนก็ดันแตกดังโพละให้กับหนุ่มนินจาสุดฮ็อตที่เกลียดเธอเข้าไส้จนต้องถูกบังคับให้รับหน้าที่เป็นผู้ดูแลหอพักชายล้วนไปเสียนี่ แต่ที่ร้ายกว่านั้นคืออะไรรู้ไหม เด็กสาวดันใจเต้นตึกตักไม่เข้าเรื่องกับซูเปอร์ฮีโร่หนุ่มที่ต้องดูแลซะงั้น ทีนี้เธอจะทำยังไงดีละ ระหว่างการตามความฝันเพื่อที่จะเป็นวายร้ายตัวจริงเสียงจริงให้ได้หรือฟังเสียงหัวใจแล้วร่วมมือกับซูเปอร์ฮีโร่ปกป้องเมืองกับครอบครัวที่เธอรัก

เชิญพบกับจอมโจรสาวแฟรี่แฟรี่ เธอทั้งสวย ทั้งเซ็กซี่ หน้าอกหน้าใจแทบไม่มี แล้วก็ยังเป็นพวกโรคจิตสวมชุดว่ายน้ำกับถุงน่องตาข่ายไปตะลอนๆ บนหลังคายามค่ำคืนอีกต่างหาก...
เ
ตรียมหน้ากากกับผ้าคลุม(และถุงน่องตาข่าย)ให้พร้อม แล้วร่วมฝ่าอันตรายไปกับอีเลียน่า เรนดอลหรือจอมโจรสาวแฟรี่แฟรี่กับการตามหาอัญมณีที่สามารถทำลายคำสาปแห่งคำพยากรณ์จุดจบของมวลมนุษยชาติ ก่อนที่เด็กสาวจะอายุครบสิบเจ็ดปีและกลายเป็นต้นเหตุของหายนะตามคำทำนาย แต่ยิ่งอีเลียน่าเข้าใกล้สิ่งที่ค้นหามากขึ้นเท่าใด เธอก็ยิ่งตระหนักว่าท้ายที่สุดแล้วการเอาชีวิตรอดจากศัตรูเหนือธรรมชาติอาจเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ และผู้เดียวที่สามารถช่วยเหลือเด็กสาวอาจมีเพียงมังกรหนุ่มสุดเร่าร้อนผู้ปรารถนาที่จะทำลายสิ่งสำคัญทุกอย่างของอีเลียน่าเพื่อให้ได้ครอบครองเธอเท่านั้น
***จากปลายปากกาของนักเขียนมือรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 จากโครงการ
Enter Books Writer Episode
4
และ
Punica Dream Catcher

"เมื่อนิยายไม่ใช่แค่เรื่องราวในหน้ากระดาษอีกต่อไป ยามนั้นหมายถึงความตายของผู้เขียน"
ตอนที่
อามายะ คาร์ลิน
ตระหนักว่าตนเองเพิ่งจะทำอะไรลงไปมันก็สายไปแล้ว ด้วยอำนาจมหัศจรรย์ที่สามารถเนรมิตจินตนาการให้เป็นความจริงได้ของบันทึกพิศวงซึ่งตัวเขาในอนาคตดันไปเขียน
นิยายแอ็กชั่นแฟนตาซีเลือดสาด
ใส่ลงไป ทำให้สุดยอดวายร้ายที่หมายทำลายโลก(แน่นอนว่าเจ้านั่นอยู่ในต้นฉบับ)หมายหัวเขาให้ตาย แต่ปัญหาก็คือมันดันทำสำเร็จด้วยเนี่ยสิ เพราะงั้นความซวยจึงตกแก่คาร์ลินคนปัจจุบันที่ต้องกระโดดข้ามมิติเวลาสู่นิยายที่ตนเองยังไม่ได้เขียนและร่วมมือกับเหล่าตัวละครเพื่อหยุดยั้งเทพผู้เจ้าแห่งหายนะก่อนที่ชีวิตเขาจะถึงคราวอวสานไปพร้อมๆ กับดินแดนนิยายและโลกแห่งความเป็นจริง

ยามเศษเสี้ยวแห่งจันทราร่วงหล่นสู่ผืนพิภพ นั่นคือสัญญาณแห่งภยันตราย
จิอา เด็กสาวชาวทาสวัย 16 ปีต้องหนีหัวซุกหัวซุนจากบ้านเกิดเมืองนอน และกระโจนเข้าสู่อันตรายในการเดินทางเพื่อหลบหนีการตามล่าของนักฆ่านอกรีตผู้ชั่วร้ายและตามหาความหมายแท้จริงของการมีตัวตนของเธอ แต่ใครเล่าจะรู้ว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเอาชีวิตรอดของเด็กสาวคนหนึ่งเท่านั้น ทว่าเป็นการเดิมพันอนาคตของทุกเผ่าพันธุ์เลยทีเดียว
Coming Soon!

