สวัสดีค่ะรีดเดอทุกท่าน เนื่องจากนิยายเรื่องนี้ป็นเรื่องแรกในชีวิตของตัวผู้เขียน
(เรียกกระดานฝอย เจ้ รึเดี้ยนแล้วแต่เลย)
เลยนะเออ ก็อยากฝากถึงรีดเดอทุกคนที่เข้ามาอ่านเรื่องนี้กันนะค่ะ ถ้าหากมีข้อผิดพลาดประการใด หรือเนื้อหาไม่มัน ไม่เร้าใจ ยังไงก็คอมเม้นได้เลยนะค่ะ จะเม้นเบาหรือแรงก็ตามสบายเลยเน้อ "แต่ก็ถนอมน้ำใจเดี้ยนสักนิสสสนึงก็ดีนะคร่5555" วันนี้เดี้ยนก็จะมาฝากนิยายล่ก็มาแนะนำตัวละครให้ทุกคนได้รุ้จักกันคร่าวๆล่กันนะคร่ (ฝากติดตามด้วยนร้าาาจุฟฟฟ)

แนะนำตัวละคร

ทาริช พันธรินทร์ เอ โฮวากิ (ทิม)
ชายหนุ่มวัย
28
ปี ผู้มีความบึกบึน ล่ำสันอยู่ในตัว ทายาทนักธุรกิจนับหมื่นล้าน อนาคตเจ้าของธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ เป็นชายที่ไม่มีใครที่จะได้เห็นความอ่อนแอของเขาแม้กระทั่งคนในครอบครัว
(แข็งนอกอ่อนในประมาณนั้น
) เหตุอกหักจากรักครั้งก่อน ทำให้เขาต้องดูหมิ่นรักครั้งต่อจากนั้นอยู่เสมอมา
“เธอมันก็ผู้หญิงหิวเงินดีๆนี่เอง ทำไม
??
สิ่งที่ฉันให้เธอมันไม่เพียงพอต่อความร่านของเธอรึไงฮ่ะแพรวนรินทร์
??
”
เห็นโหดๆๆปากร้ายอย่างเนี่ยอย่าเพิ่งโกรธคุณเขาซ่ะก่อนนะค่ะเพราะทุกความโหดนั้นล้วนมีความอื่นแฝงทั้งสิ้น
แพรวนรินทร์ อศวัต (แพรว)
หญิงสาวผู้มีความแกร่งวัย
26
ปี ผู้รักครอบครัว รักความยุติธรรม มีความร่าเริงอยู่ที่ปากและดวงตาเพราะแค่เธอเอ่ยปากเท่านั้นแหละจากโลกที่ดูครึ้มๆก็สว่างขึ้นมาทันพริบตา เธอเกลียดความหมองหม่น เกลียดความเคียด ที่สำคัญเกลียดผู้ชายเพราะอะไรน่ะหรอก็เพราะพี่สาวของเธอมัวไปคลุกคลีอยู่แต่กับผู้ชายจนไม่สนใจคนทางบ้านเลยน่ะสิ
“น้องอยากรู้นักผู้ชายคนนั้นมันมีอะไรดีทำไมพี่ถึงเปลี่ยนไปเป็นผู้หญิงแบบนี้ไปได้” แพรวนรินทร์พูดปนบ่นให้พี่สาว “แหมมมมยัยน้อง......แกก็ลองได้ลิ้มลองสิ แล้วแกจะฟินนนนน” แพนตี้พูดไปก็อดที่จะยิ้มไม่ได้เมื่อพูดถึงชายหนุ่มของเธอ
$$$###&&%%
แพรวได้ฟังที่พี่สาวตัวเองพร่ำถึงผู้ชายก็ทำหน้าทำตารังเกียจ ขยะแขยงผู้ชายขึ้นมาอีกครั้ง “ไม่มีวันที่พวกผู้ชายพันธุ์นั้นจะได้ลิ้มลองรสชาติของน้องหรอก ไม่มีวัน”.
เขมมิกาการณ์ มิตซูคาว่า (ขิม)
สาวลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น จบทางด้านแฟชั่นจากฝรั่งเศสด้วยเกียตินิยมอันดับท็อป
5
ของมหาวิทยาลัย เธอผู้นี้มีความเอกซ์อึ๋มได้ส่วนอย่างสาวเอเชีย และที่สำคัญเธอยังเป็นน้องสาวต่างพ่อต่างแม่ที่แสนสนิทของทาริชชายผู้ทรงเสน่หาอีกด้วย สองคนนี้สนิทกันตั้งแต่เด็กๆๆจนเมื่อโตพอเข้ามหาวิทยาลัยถึงได้แยกจากกันเพื่อทำตามความต้องการของตัวเองและครอบครัว ขิมเป็นหญิงไม่ยอมใครแต่ต้องยอมจำนนต่อชายผู้ที่ไม่เคยจริงจังอะไรกับชีวิต นอกจากเรื่องรถเขาน่ะสู้ตายเชียวนะ “
นิ่อย่าดิ้นสิ
!!!
อยากโดนอีกรึไงฮ่ะ” เสียงขู่จากผู้ป่วยที่นอนอยู่บนเตียงห้องพิเศษของโรงพยาบาลฮับ ที่ตอนนี้กำลังดึงตัวพยาบาลจำเป็นจากทางด้านหลังขึ้นไปนอนกกกอดอยู่บนเตียง “ไม่ให้ดิ้นก็ปล่อยฉันสิ ไอ้บ้าจะมากอดฉันทำไมเนี่ยหายใจไม่ออกแล้วนะ” ขิมยิ่งดิ้นแซ๊งยิ่งกอดรัดแน่นขึ้นจนทำให้ขิมต้องหยุดดิ้นไปซะดื้อๆ “อ้าวหยุดแล้วหรอแม่หนอนน้อย” เสียงแซ๊งประชดประชัน เขายกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยแล้วเอามือข้างที่มีสายน้ำเกลือห้อยอยู่ใช้นิ้วชี้จิ้มเข้าไปที่เอวบางของพยาบาลสาว “อุ๊ย
!!!!
” ทำให้เธอสะดุ้งแล้วหันหน้ามาประชันหน้ากับแซ๊ง ใบหน้าทั้งสองจ้องมองกันและกันไม่มีใครเอ่ยคำใดออกมานานจนตัวของขิมเริ่มสั่น ลมหายใจเริ่มเข้าออกไม่เป็นจังหวะจนคนที่กอดรับรู้ได้ เธอพยายามใช้มือดันตัวของแซ๊งออกแต่แรงเธอรึจะไปสู้แรงชายอย่างเขาได้ “ขออยู่แบบนี้คืนนึงนะขิม ผมไม่รู้ว่าคุณคิดยังไง แต่ผมขอแค่คืนนี้คืนเดียวเห็นใจผมเถอะนะได้โปรด
!!!
” ขิมเงยหน้าขึ้นมองหน้าผู้ที่เปล่งเสียงอ้อนวอนนั้น (โหพ่อคุณช่างหน้าสงสารอะไรปานนั้น) “นายหมายความว่ายังไง
???
” แซ๊งมองหน้าขิมอยู่พักหนึ่งแต่ก็ไร้ซึ่งคำตอบใดๆ มีเพียงรอยยิ้มหวานๆส่งให้ ขิมได้แต่ทำตาล๊อกแล๊กไปมาเมื่อเห็นการกระทำของชายตรงหน้า จากนั้นแซ้งก็ค่อยๆโน้มตัวก้มลงไปที่ปากสวยได้รูปของขิม ตอนนี้ทั้งสองอยู่ในระยะใกล้ชิดมากกกกกกทำให้ขิมหลับตาลงเพื่อรอจูบบบอย่างอัตโนมัติ เป็นสัญญาณให้แซ๊งกดปากหนาลงบนปากสวยนั่นอย่างนุ่มนวล ทั้งสองเริ่มจูบกันอย่างดูดดื่มและซาบซึ้งมากขึ้นท่ามกลางอารมณ์ความต้องการ และบรรยากาศภายในห้องที่เงียบสงัดช่างเป็นใจเหลือเกิน ขณะนั้นเองขิมเริ่มหายใจไม่ถนัดเลยมีสติขึ้นมาผลักตัวของแซ๊งออกแล้วหันหน้าหนีอย่างเขอะเขิน แซ๊งรู้สึกว่าถูกขัดจังหวะเขาอมยิ้มแล้วมองอย่างเอ็นดูแล้วก้มลงจูบที่หน้าผากหญิงสาวหนึ่งครั้งอย่างละมุนก่อนจะเอาหน้าผากของตนมาแตะที่หน้าผากของขิมแล้วเอ่ยคำพูดจนทำให้ขิมหน้าแดงก่ำ “เห้อออ
!!...
อยากอยู่ด้วยนานๆจัง
^^
”
แซ๊ง กงจิ๋ว (แซ๊ง)
ชายไทยเชื้อสายจีน คนขี้เล่น เจ้าเล่ห์เพทุบายร้อยแปดพันธ์เหลี่ยม รักการแข่งรถเป็นชีวิตจิตใจ ถูกจับคุมถุงชนจนได้ดี (เอ่ะมีด้วยหรอว่ะแบบนี้ เอาเหอะตามเรื่องล่ะกันเนาะ) เพื่อนชายที่สนิทกับทิมรู้ใจกันไปซ่ะทุกเรื่อง ร่าเริงเฮฮา แต่ใครจะไปรู้นอกจากป๊าของเขาเขาก็ไม่เคยได้สัมผัสความรักจากคนที่ทุกคนเรียกกันว่าแม่ เพราะแม่เขาจากไปเมื่อตอนเขาคลอดออกมา เขาโทษตัวเองมาโดยตลอดกับการตายของคุณแม่ แต่คนในครอบครัวก็ไม่มีใครที่จะคิดว่าเป็นความผิดของเขาเลยนอกจากตัวเขาเอง
“แซ๊ง รึ้ไม่ใช่ว่ามีแค่ตัวรึ้คนเดียวเท่านนั้นนะ เพราะรึ้คือคนที่ม๊าฝากชีวิตไว้กะรึ้แล้ว รึ้จะทำอะไรให้คิดถึงป๊ากะม๊าไว้นะ เราคือครอบครัวเดียวกันอย่าทำเหมือคนอื่นคนไกลไป ทำไมต้องชอบออกไปซิ่ง ทำไมไม่ฟังป๊าบ้างฮะ ป๊าม๊าและทุกคนอยากให้รึ้มีความสุขนะ อยากให้รึ้ใช้ชีวิตเหมือนคนอื่นๆเค้า ถือว่าป๊าขอล่ะอย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงกับเรื่องความเร็วนี้อีกได้ไหม
???
” ถึงครานี้น้ำตาลูกผู้ชายของผู้เป็นพ่อถึงกับไหลเมื่อเห็นลูกชายคนเดียวต้องนอนซมอย่างกะผีฟื้นคืนชีพอยู่ในโรงพยาบาล
“
โห่
!!
ป๊าแค่นี้ก็มาทำซึ้งผมยังไม่ตายซะหน่อย” แซ๊งพูดแหย่ป๊าเล่นๆพร้อมทั้งยื่นมือที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผลที่พันไว้ตั้งแต่ข้อนิ้วมือจนถึงข้อศอกเอื้อมไปปาดน้ำตาที่แก้มสากของป๊าสองสามที ยิ่งปาดน้ำตาป๊ายิ่งไหลริน ทำให้คนที่กลั้นน้ำตาอยู่กลั้นไว้ไม่อยู่อีกต่อไปแล้ว “แซ๊งรึ้ร้องไห้ทำไม ไม่ร้องนะ โอ๋ๆๆๆๆๆ......
;;;
” สองพ่อลูกปาดน้ำตาให้กันและกัน
ขวัญชีวา (ไข่หวาน )
หญิงสาวที่ไม่ยอมให้ตัวเองไร้ค่า ไร้ราคา ไม่ยอมให้ใครมาดูถูกคนอย่างเธอง่ายๆ ถึงเธอจะไม่ใช่คนที่ดีนักแต่เธอก็ไม่ใช่คนร้ายกราจไปซ่ะทุกเรื่อง แต่ถ้าถามถึงคุณธรรมกะคนอย่างเธอไม่มีซะหรอก เธอคนนี้มีเหตุการณ์ให้ต้องได้ฉายาคนรักหักเหลี่ยมสวาทตำแหน่งอดีตแสนจะอดีตคนรักของทิม ที่ตอนนี้ได้ควบทั้งตำแหน่งภรรยาสาวของน้าก้องผู้บริหาร
ULA landing company
เลขาส่วนตัวของคุณสามี อีกทั้งควบตำแหน่งน้าสะใภ้ของอดีตคนรักเก่าอีกด้วย
(อะไรจะปานนั้นน้อออ)
“ขอโทษนะค่ะทิม ที่หวานเป็นฝ่ายผิดสัญญา แต่ถึงยังไงเราก็ไม่มีทางที่จะได้แต่งงาน ได้อยู่กินกันแบบสามี ภรรยากันหรอกค่ะ” หวานพูดจากความรู้สึกในใจของเธอจริงๆ น้ำตาไหลอาบแก้มเนียน เสียงพูดจาสั่นคลอ “ฮึ
!!
ทำไมคุณถึงคิดแบบนั้นล่หวาน
???
ในเมื่อเราสองคนรักกันพร้อมที่จะอยู่กินแบบสามี ภรรยาด้วยกัน เพียงแค่ขอให้ผมได้ทำภาระกิจที่คุณแม่มอบหมายให้ผมทำ ขอเวลาผมอีกแค่
2
ปี
2
ปีเท่านั้น เพื่อทำมันให้เสร็จสิ้นซ่ะที แต่คุณมีเหตุผลอะไร อะไรมาดลใจคุณให้คุณต้องทิ้งผมไปหาน้าก้องฮ่ะ
!!???
” ทิมถามหวานอย่างใส่อารมณ์ เขาไม่เข้าใจทำไมนะ ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงใจร้ายนัก เธอมีอะไรทำไมไม่บอกกันดีๆ จะปล่อยให้เป็นไอ้โง่รึ่ไง
“เรื่องนั้นหวานรู้ดีค่ะ แต่.....” “แต่อะไรหวาน.... หรือว่าเรื่องคุณแม่ (ทิมส่ายหัวเมื่อนึกถึงคุณแม่) ไม่มีทางอ่ะคุณแม่ไม่มีทางที่จะมาขัดขวางความรักของสองเรา เพราะท่านก็เห็นด้วยกะเรามาโดยตลอด คุณมีเหตุผลอะไรกัน ที่รักทำไมคุณทำกับผมอย่างนี้
???
” คำว่าที่รักที่เอ่ยออกมาจากปากชายหนุ่มทำให้หญิงสาวผู้เป็นอดีตคนรักถึงกับอึ้ง ไข่หวานเงยหน้าขึ้นมองหน้าทิมที่ตอนนี้มีน้ำตาลูกผู้ชายไหลรินออกมา หู ตา จมูกแดงก่ำ เธอยิ่งเห็นยิ่งรู้สึกเสียใจกับการกระทำของตัวเอง อยากขอโทษเขา แต่เธอก็ทำได้แค่เพียงยืนมองให้เวลามันผ่านไปเฉยๆ โดยไม่มีคำเอ่ยใดๆ “อ้าว
!!
หวาน อ้าว
!!
ทิม นี่มาทำอะไรกันตรงนี้หรอ(น้าก้องมองหน้าไข่หวานสลับกับหน้าทิมเผื่อจะมีใครตอบคำถามเขาบ้าง แต่ก็ไร้ซึ่งคำตอบ) เอ่ออมีไรกันรึป่าวดูเคร่งเครียดเชียว
??
” เสียงของน้าก้องที่เดินมาจากทางด้านหลังของไข่หวาน พูดขึ้นพร้อมยกมือขวาขึ้นโอบที่ไหล่บางด้านขวาของไข่หวาน ไข่หวานได้แต่ยืนเก็บความรู้สึกไม่ให้สามีเธอจับอาการได้ “ไม่มีอะไรหรอกค่ะพี่ก้อง พอดีหวานเห็นคุณทิมเค้าทำงานเก่งน่ะค่ะเลยอยากจะถามเคล็ดลับจากเค้าหน่อยก็แค่นั้น” ทิมได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าแล้วเบี่ยงหน้าหนีภาพบาดตาบาดใจเขา “ขอตัวนะครับน้าก้อง คุณไข่หวานผมว่าคุณคงจะเจอครูที่ดีกว่าผมแล้วล่ะ” พอพูดจบทิมก็ก้าวเท้ายาวๆออกไปโดยไม่หันหลังกลับไปมอง
****อ่ะๆๆๆ...เป็นไงกันมั้งเล่าให้เดี้ยนฟังด้วยนะคร้า****เนื้อหา ตัวละครภาพต่างๆล้วนมาจากอิมเมจของเดี้ยนล้วนๆ ขอขอบคุณรีดเดอทุกท่านที่เข้ามาอ่านและเยี่นมชมผลงานของเดี้ยนนะคร่ และขอขอบคุณภาพสวยๆจากเว็บต่างๆด้วยคร่.*
****ฝากติดตามด้วยล่าาา****#รักรีดเดอร์ทุกคนคร้าาา#

รอติดตามค่ะไรท์