เกราะรัก พันธนาการหัวใจ
3
ตอน
418
เข้าชม
5
ถูกใจ
0
ความคิดเห็น
2
เพิ่มลงคลัง

บทนำ

บนถนนสายหลักเมืองหลวงของประเทศไทย

ร่างสมส่วนเกินมาตรฐานชายไทย ในชุดสูทราคาแพงนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด กับการจราจรบนถนนสายหลัก

เฮริค

มิลลส์ตัล

วัย

32

ปี

นักธุรกิจหนุ่มเลือดร้อน

หรือในวงการเดียวกันตั้งฉายาไว้ว่า

เสือร้ายนัยน์ตาสีฟ้า

กำลังเร่งรีบเดินทางเคลียร์ปัญหาธุรกิจที่เขามีหุ้นส่วนดูแลอยู่

เมลสัน

หากนายขืนช้าไปกว่านี้

ฉันจะให้นายออกไปวิ่งแข่งกับรถเลยนะ

ความไม่ได้ดั่งใจ เฮริคจึงพาลเอากับคนสนิท

อีกฝ่ายส่งยิ้มเจื่อนๆ

ผ่านกระจกหลัง

จะให้ผมทำไงล่ะครับก็รถมันติด

คนตัวโตแต่ใจเย็นเอ่ยบอกเสียงราบเรียบ

เออน่า

ทนรับไปหน่อยสิ

แล้วคำว่าครับเลิกพูดได้มั้ย

อยู่กันสองคน

จะครับทำไม

เมื่อไม่ได้อยู่ต่อหน้าธารกำนันคนอื่นๆ

เฮริคต้องการให้เพื่อนรักกึ่งบอดี้การ์ดอย่างเมลสัน

ปฏิบัติตัวให้เป็นปรกติ

นาย

/

ฉัน

เท่านั้น

แม้มีบ้างบางครั้งที่เพื่อนสนิทคนอื่นๆถามถึงความเป็นมาระหว่างที่คบหาเพื่อนคนละระดับ

เขาเลือกให้คำตอบกลับไปว่า

เพื่อนจริง

คือเรากำหนดไม่ได้ว่าเขาจะมีฐานะและภูมิหลังยังไง

ฉันรู้แค่ว่า ตอนนี้ เขาซื่อสัตย์และพร้อมสู้อุปสรรคไปกับฉัน

ติดได้ติดดี

...”

น้ำเสียงเขายังคงหงุดหงิด

พร้อมมือจัดการลดกระจกด้วยความอึดอัด

เรื่องปรกตินี่ครับ

ไม่ชินอีกหรือ

?”

น้ำเสียงติดขำของบอดี้การ์ดที่เคยมีใบหน้าเหี้ยมเป็นนิจเอ่ยเย้า

ทำให้อีกฝ่ายเห็นว่าฝ่ายนั้นตั้งใจกวนเขา

คนร้อนใจ

เขาว่าให้

พร้อมทิ้งสายตาไปยังคนขับอย่างเสียไม่ได้

แม้ไม่ใช่ลูกครึ่งไทยอังกฤษอย่างคนเป็นนาย

แต่เมลสัน

แมคคอน

วัย

32

ปี

สมุนมือขวามาเฟียหนุ่มพูดคุยสำเนียงไทยชัดเจน

เพราะใช้ชีวิตอยู่เมืองไทยมานาน

แผ่นหลังกว้างเอนพิงเบาะหลัง

สีหน้ายังเต็มไปด้วยความกังวล

สิ่งที่สะกิดใจดึงดูดให้ฝ่ามือหนาขยับล้วงหยิบจับบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทราคาแพง

กล่องกำมะหยี่สีแดงสด

หากเป็นสิ่งที่เขาต้องการได้ จากใจจริงคงไม่เป็นปัญหา

...

มือเรียวหนาที่ไม่เคยหยิบจับงานหนัก

กดลงบนกล่องกำมะหยี่บรรจงเปิดออกช้าๆ

ความหนักใจตีแผ่บนใบหน้าหล่อเหลาดังเทพบุตรตามมา

แสงวาววับของประกายเพชรวูบวาบจับตายามกระทบแสง

ทำให้เมลสันอดใจไม่ไหว

มองผ่านกระจกด้านหลัง

ด้วยความชื่นชมไปด้วยอีกคน

สงสัย

มาดามต้องการได้ลูกสะใภ้เต็มแก่

เขาแกล้งเย้า

เท่าที่รู้มา

ว่ามาดามหรือแม่ของเจ้านายได้ส่งแหวนพร้อมกับคำสั่ง

...

หาเจ้าสาวไว้รอท่าน

ใครบอก

!

เสียงทุ้มเอ่ยขัดทันควัน

ทำเอาคนที่รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างเกี่ยวกับเรื่องนี้ขมวดคิ้วหนาเป็นปม

ไม่เห็นจะยาก

เมลสันบอกสั้นๆ

เรียกสายตาคมเข้มที่กำลังเหม่อมองสองข้างทาง ให้หันเข้ามามองด้านในทันที

อะไร

ของนายเมลสัน

อะไรยากอะไรง่าย

?”

เฮริคถามเพื่อนรักกึ่งบอดี้การ์ดที่ทำหน้าที่อยู่ประจำกับตัวเองมาหลายปีอย่างไม่เข้าใจ

สีหน้าเรียบแฝงไปด้วยความจริงจังเป็นครั้งแรกที่ไม่ใช่เกี่ยวกับธุรกิจ

เรียกรอยยิ้มจากเพื่อนสนิทอย่างเมลสันได้เป็นอย่างดี

เมียไง

นายมีผู้หญิงในสต็อกตั้งมากมาย

เลือกเอาสักคนสิ

คนปัจจุบันที่นายกำลังไปเจอไง

ยอมสละเวลาไปหาทั้งที่มีเรื่องอื่นต้องเคลียร์รออยู่อีกเยอะ

มันต้องมีดีอยู่บ้างสิน่า

เพื่อนกึ่งบอดี้การ์ดเอ่ยแนะอย่างรู้ดี

เพราะคู่ขาที่เจ้านายหรือเพื่อนรักของตน

เคยควงบ่อยๆ

มีทั้งนางแบบ

ลูกสาวนักการเมือง

และไฮโซโนเนมทั้งหลายแหล่รอคิวให้เรียกใช้

24

ชั่วโมง

เฮ้ย

!!

จะบ้าหรือไง

แม้ประโยคที่เมลสันได้แนะนำออกมา

จะทำให้เฮริคตกใจอยู่บ้าง

แต่ถึงอย่างนั้นก็เรียกรอยยิ้มและนัยน์ตากรุ้มกริ่มของเขาไปได้ชั่วครู่

เพราะสาวสวยที่เขาเลือกควง

เป็นสิ่งเรียกความกระชุ่มกระชวยยิ่งกว่าบรั่นดีที่หมักไว้แรมปีเสียอีก

แต่ผู้หญิงคนปัจจุบันที่เพื่อนเอ่ยถึง

เขาไม่คิดจะยกตำแหน่งนี้ให้หล่อนเลย

แม้แต่ความต้องการทางร่างกายอย่างชายหญิงเขาก็ไม่มีให้เธอ

...

เมลสันห่อปาก

เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง

“...

อย่างนั้นก็หาผู้หญิงที่มีคุณสมบัติพอจะเป็นแม่ศรีเรือนให้

ชั่วคราวสิ

คำแนะนำที่ได้ยินทำเอาเฮริคหนุ่มไฟแรงหยุดชะงัก

ละสายตาจากของในมือ

มองสบตาคนแนะนำอย่างต้องการความกระจ่างอีกนิด

ชั่วคราว

...”

เฮริคเอ่ยเบาๆ

พลางคิดตาม

แล้วตาลุกโพลงขึ้นอย่างเห็นด้วย

ความคิดเข้าท่า

แต่จะหาแบบนั้นได้ที่ไหน

เอ่อ

...

อันนี้

...

ก็ไม่รู้

นาทีนี้คนเสนอแนะทำหน้าเหลอหลา

เพราะไม่รู้จริงๆ

ว่าจะหาผู้หญิงแบบนั้นได้ที่ไหน

หากแต่ความคิดของเฮริคเป็นอันต้องสะดุดลง

เมื่อรถที่นั่งเหวี่ยงเหมือนหักหลบอะไรบางอย่างด้านหน้ากะทันหัน

จนผิดจังหวะ

อะไร

?...”

เฮริคที่ไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัยร้องถาม

โดยที่ตัวเองเกือบหัวคะมำไปด้านหน้า

เกือบเสียบไปตรงกลางระหว่างเบาะ

ดันตัวเองให้กลับมานั่งจุดเดิมที่เลื่อนออกไป

ก่อนจะขยับเสื้อสูทราคาแพงเข้าที่

ใบหน้าฉงนคิ้วหนาผูกปมจนนูนสูง

เฮ้ย

...

!

แย่แล้ว

...”

“อะไร?

!

” เฮริคถามซ้ำ เมื่อเมลสันยังคงอุทานออกมาโดยไม่บอกกล่าวอะไรออกมาเสียที

เมลสันยังคงอ่ำๆอึ่งๆ หน้าซีดเหงื่อแตกซิบๆ

กับการละสายตาจากท้องถนน

ไม่กี่วินาทีก่อนจะหันกลับมาอีกครั้ง ก็เห็นร่างของใครคนหนึ่งในระยะกระชั้นชิด

พร้อมเสียงกระแทก ในจังหวะที่เขาแตะเบรกให้รถหยุดอย่างกะทันหัน

ไม่น่าเล้ย

!

เมลสันเริ่มสบถออกมาอีกครั้ง และนั้นทำให้คนที่นั่งอยู่เบาะหลังเริ่มหมดความอดทนกับการรอคอยคำตอบ

หากนายไม่ตอบฉันมาอีกคำเดียว ฉันเตะนายแน่ ตกลงเกิดอะไรขึ้น?

!

เอ่อ

สงสัยชนใครเข้าแล้วล่ะ

...”

เมลสันหันมารายงาน

ใบหน้าจืดเจือน

หือ

...

ลงไปดูหน่อยสิว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

!!

เฮริคสั่งทันที

พร้อมโน้มตัวไปด้านหน้าเพื่อดูเหตุการณ์

แต่ก็มองเห็นไม่ถนัด

จึงตัดสินใจ เปิดประตู ลงไปดู

เมลสันรีบเปิดไฟกระพริบฉุกเฉิน เพื่อเป็นสัญญาณเตือนให้รถคันอื่นๆ รู้ว่ารถคันของตนกำลังมีปัญหา

ทำไมซวยอย่างงี้เนี่ย

น้ำเสียงตัดพ้อ

บ่นกับตัวเอง

เมื่อต้องลงไปนั่งแหมะอยู่บนพื้น

จากนั้นจึงรีบเก็บสิ่งของ ที่หล่นกระจัดกระจายเกลื่อนบนถนนอย่างรวดเร็ว

รติกาล

คลี่ยิ้ม

สายตาจับจ้อง

อย่างโล่งใจเมื่อเก็บจนเหลือชิ้นสุดท้าย

ก่อนจะยื่นแขนไปสุดเอื้อม เพื่อหยิบชิ้นที่อยู่ไกลสุด

แต่สิ่งนั้นเจ้าสิ่งที่หมายตาไว้ กลับกระเด็นไปอีกด้าน

จนทำให้เธอหงุดหงิด เพราะจังหวะที่ยื่นมือออกไปคาดคะเนไว้ว่าต้องจับ

แล้วยัดเข้าถุงพลาสติกให้ได้

แต่กลับกลายเป็นว่า ส่วนที่เธอจับได้ เป็นหัวรองเท้าหนังสีดำสนิทมันปราบจนเกิดเป็นเงาสะท้อน

สายตากลมจึงมองไต่ขึ้นไปเรื่อยๆ

จนเห็นใบหน้าเจ้าของรองเท้าหนังราคาแพงนั้น

อ่ะ?

....”

ดาราลูกครึ่งคนไหนเนี่ย

?

เคยเอามาเป็นอิมเมจในนิยายหรือปล่าวหนอ

?...

คิ้วเรียวขมวดมุ่น

ก่อนจะดึงมือกลับ

เฮริคที่จับจ้องใบหน้าเกลี้ยงเกลามีไรผมปรกลงมาเล็กน้อย

เพราะผมถูกเกล้าไว้อย่างง่ายๆ

โดยใช้ไม้คล้ายตะเกียบเสียบผมไว้

ปล่อยให้ผมตกลงมาข้างๆ

ขับใบหน้าเรียวมนให้ดูสะดุดตา

แม้จะมีเหงื่อเม็ดใสผุดเต็มใบหน้า

หากแต่ความสวยยังคงน่ามองจนเขาเองเกือบแสดงอาการเหมือนคนตะลึง

อย่างกับเจอเครื่องประดับที่ถูกตาต้องใจ

และนั้นสายตาเข้มยังจ้องริมฝีปากบางที่อ้าค้าง

แม้จะเป็นสภาพไม่น่ามอง

ที่ผู้หญิงมองผู้ชายอย่างไม่ไว้ตัว

แต่ปากบางจิ้มลิ่มสีชมพู

เย้ายวนชวนให้น่ากดทับน่าสัมผัส

จนเขาต้องรีบถอนสายตาจากดวงหน้าและริมฝีปากน่าพิสมัยนั้น

เพราะหากขืนมองไปนานๆเขาไม่แน่ใจว่า

คนอย่างเขาที่ชอบเอาแต่ใจ

จะห้ามใจไม่ดึงหล่อนเข้ามาบดจูบซับหาความหวานหอม

อย่างคนไร้สามัญสำนึกได้หรือไม่

เพราะแค่เห็นดวงหน้าก็ทำให้น้ำลายที่มีอยู่น้อยนิดถูกกลืนลงท้องอย่างยากลำบากแล้ว

แม่มดชัดๆ

...

เฮริคบริภาษกับตัวเองในใจ

เขานึกชื่นชมหล่อนมากกว่าด่าทอ

หล่อนทำให้ไฟในกายเขาลุกโชนได้อย่างน่าแปลก

ทั้งที่ไม่ได้สัมผัสผิวกายกันแม้แต่น้อย

ผิดกับผู้หญิงคนอื่นๆหากหล่อนไม่เปลื้องผ้ากระโดดค้อมใส่เขาก่อน

หรือเขาอดอยากปากแห้งมาเป็นแรมคืน

อย่าหวังว่าเขาจะเล่นด้วยกับพวกหล่อน

ยิ่งคิดยิ่งอยากปลดปล่อย

...

เฮริคถอนหายใจหนักหน่วง

ก่อนจะรีบสลัดความคิดทิ้ง

เมื่อเป้ากางเกงส่วนกลางเริ่มพองขยายตัวจนน่าเกลียด

ดีที่ว่าเสื้อสูทตัวยาวบิดบังส่วนนั้นไว้ได้

รติกาลเริ่มปรับสมองประมวลภาพหนุ่มหล่อตรงหน้า

สายตากลมโตเพ่งกว้างขึ้น

สำรวจคนตรงหน้าใหม่อีกครั้งไม่ว่าการแต่งกายรูปร่างหน้าตา

หัวใจรติกาลเต้นแรง

ไปพร้อมๆกับสายตาที่ลากผ่านไปตามร่างกายที่มีเสื้อผ้าราคาแพงปิดทับ

ดารานายแบบฮอลลีวูด

ยังต้องชิดซ้าย

...

เมลสันเดินตามลงมาติดๆมองสาวสวยแล้วนึกขำ

ต่างกันกับสายตาคมเข้มของเฮริคที่จับจ้องใบหน้าเกลี้ยงเกลามีไรผมปรกลงมาเล็กน้อย

สำหรับเขามองหล่อน

ว่าเป็นภาพที่น่ารักและน่าทะนุถนอมนัก

สำหรับผู้หญิงท่าทางซื่อๆตรงหน้า

และดีใจที่หล่อนผู้นี้ ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร อย่างที่กลัว

ผิดกับเจ้านาย ที่เป็นผู้ชายด้วยกันมองดูก็รู้ ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่

...

คุณ

เมื่อยิ่งเพ่งมองเฮริคตัดสินใจเอ่ยเรียก

ด้วยความรู้สึกบางอย่างเมื่อเขาเจอประกายตาประหม่าอยู่ภายในดวงตาคู่นั้น

ฮะ

?”

สีหน้าอีหลักอีเหลื่อขานตอบพร้อมกระพริบตาปริบๆ

เตรียมพร้อมอย่างดุษฎีหากอีกฝ่ายจะต่อว่าอะไรออกมา

แต่สิ่งที่ทำให้ตะลึงไปมากกว่านั้น

คือภาษาที่ชายหนุ่มรูปงาม เอ่ยออกมาเป็นภาษาเดียวกับเธอต่างหาก

!

สาธุ

ขอให้พูดได้ไม่กี่ประโยคด้วยเถอะ

...

รติกาลแอบภาวนาให้ฝรั่งนัยน์ตาสีฟ้าเอ่ยภาษาของเธอ ให้ได้น้อยที่สุด

เจ็บตรงไหน

เป็นอะไรบ้างหรือป่าว

?”

เสียงทุ้มนุ่มลึกเอ่ยสำเนียงไทยอย่างกับเจ้าของภาษามาเอง

ทำเอาคนฟังอึ้งค้าง

ตากลมโตเบิกกว้างอีกครั้ง

ตกลงคุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม

?”

เฮริคเขาถามซ้ำอีกครั้ง

เมื่อท่าทางเจ้าหล่อนเหมือนคนตกใจอะไรสักอย่าง น่าขันแท้...เฮริคคิด จ้องมองใบหน้านวลเนียนสีแดงเรื่อ อย่างพินิจ

“อ่ะ...” รติกาล

กลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอ

ก่อนจะรู้สึกตัวแล้วดีดตัวลุกขึ้นเต็มความสูงโดยไม่ลืมหยิบสิ่งของชิ้นสุดท้ายติดมือมาและยัดใส่ถุงทันที

โดยไม่กล่าวตอบอีกฝ่ายไป

ด้วยว่าลิ้นชาไปชั่วขณะ

เมลสันยืนอยู่อีกด้านเมื่อเห็นว่าหญิงสาวลุกขึ้นยืนได้เองอย่างคล่องแคล้ว

ก็มองสำรวจเพื่อความแน่ใจด้วยสายตาตัวเองและเมื่อมองไปดีๆก็พบว่า

บนพื้นมีสิ่งของเป็นหลักฐานอย่างดี

ว่าต้องมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดกระทบหน้ารถเป็นแน่

และสิ่งนั้นคงเป็นสิ่งของที่หญิงสาวหิ้วอยู่ในมือ

เป็นอะไรมากหรือเปล่าคุณ

?”

เสียงทุ้มที่เปล่งดังของอีกคน

เรียกสติสัมปชัญญะ

ทุกส่วนของร่างกายรติกาลกลับมาปรกติเหมือนเดิม

อะ

อ้อ

ไม่เป็นไรค่ะ

จากที่มองหน้าอีกคน

รติกาลก็หันมายังอีกต้นเสียงหนึ่งและตอบคำถาม

ท่าทางเงอะงะของหญิงสาวผู้นั้นทำให้

นัยน์ตาสีฟ้าต้องหรี่มองอย่างพินิจใหม่อีกครั้ง

แต่ภายในใจรู้สึกหงุดหงิดที่เขาถามไปหลายครั้งแต่ไม่คิดตอบ แต่เมื่อเมลสันถามไปแค่ครั้งเดียว

หล่อนก็ตอบทันที

มาวิ่งตัดหน้ารถ

หรือคิดจะหาเงินโดยวิธีการนี้หรือ

?”

อารมณ์ที่มาแบบไม่รู้ตัวโพลงออกมา

คุณว่าไงนะ

?”

ทั้งที่หูไม่ฝาด

แต่เธออดถามซ้ำไม่ได้  นี่หรือคำพูดของคนก่อนหน้านั้นที่เธอหลงซาบซึ้ง

ไหล่หนายกขึ้นอย่างไม่แคร์

อีกทั้งไม่คิดพูดซ้ำ เมลสันหน้าเจื่อนลง

ไม่คิดว่าคำพูดนั้นจะเป็นของเฮริค

ดิฉันไม่ได้คิด

รติกาลตัดสินใจตอบกลับ และเขาก็สวนกลับมาทันที

จะให้ผมเชื่อได้ไงว่าคุณไม่ได้คิดแบบนั้น

สายตายังไม่ละจากร่างอรชรบอบบางในเสื้อผ้ารัดกุม

ริมฝีปากบางกัดเม้มจนสนิทแน่น

...

คำพูดอาจจะไม่เชื่อกันได้ เธอเข้าใจ

เพราะคนสมัยนี้อยู่บนความหวาดระแวงไม่ว่าเวลาใด

ไม่เลือกเพศเลือกเวลา

พวกมิจฉาชีพอยู่ได้ทั่วทุกพื้นที่

หากแต่สำหรับเธอมันไม่ใช่

!

ยิ่งสายตาที่มองอย่างดูถูก ทำให้เธอรู้สึกกลายเป็นคนชั้นต่ำในสายตาเขา

ส่งผลให้คนที่มีศักดิ์ศรีอย่างเธอ กล้าพอโต้กลับไป

เมื่อสิ่งที่เขากล่าวหามา ไม่จริง

หึ

หากคุณเอาความคิดคุณมาเป็นบรรทัดฐานในการถามดิฉัน

ขอให้คุณกลับไปคิดใหม่นะคะ

เพราะดิฉันยังมีงานต้องทำและมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบอีกเยอะ

ไม่ยอมเอาตัวเองมาเสี่ยงกะแค่ผลที่จะตามมาแบบไม่รู้ว่าจะคุ้มหรือไม่คุ้ม

มาเฟียหนุ่มรูปงาม

ออกอาการเหวอ ก่อนจะแปลเปลี่ยน โกรธเคือง

นิเธอ

!

นิ้วชี้เรียวยาวชี้ไปยังคนปากกล้าตรงหน้า

เมลสันที่ยืนอยู่ใกล้รู้สึกบรรยากาศไม่ค่อยดี

เขารู้สึกฉงน

ผิดคาด

ทั้งที่จริงก่อนหน้า เฮริคดูจะสนใจผู้หญิงคนนี้ด้วยซ้ำ

...

จะห้ามรึ

?

เมลสันก็ไม่กล้าเสี่ยง

เอ่อ

...

นาย

แม้จะมีเสี่ยงกลับลูกหลงอยู่บ้าง

แต่เมลสันไม่อาจปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น

อีกทั้งไม่ต้องการให้เพื่อนรัก

ยืนทะเลาะกับผู้หญิงในที่สาธารณะโจ่งแจ้งแบบนี้

ไม่เหมาะ

ที่ สำคัญเขาเห็นว่ากล่องสีแดงสดเปิดอ้า

?

อย่ามาเรียกนะเมลสัน

คนถูกขัด

ร้องห้ามเสียงขุ่น

หากมีอะไรเข้ามาขวางตอนนี้

เขาอาจยั้งใจไม่อยู่กระชากสิ่งกวนใจมาลงทัณฑ์ให้หนำใจ

แต่เมื่อคิด ว่าเมลสันคงหวังดีถึงได้เรียก จึงปรับอารมณ์และเอ่ยถาม

มีอะไร ว่ามา

ผมขับรถไม่ดูทางเองครับ

และนั้น

เฮริคได้แต่ขบกรามแน่น เพราะนั่น เท่ากับว่า

เขาเป็นคนไม่มีเหตุผลและหาเรื่องผู้หญิง

!

เมลสันหลุบตาต่ำ ลุแก่โทษ ก่อนจะหันไปกล่าวกับสาวสวย

ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว

ผมละกลัวคุณจะเจ็บ

ขอโทษนะครับ

เมลสันเอ่ยอย่างสุภาพ เป็นการตัดจบ

และนั้นทำให้เฮริครู้สึกขัดนัยน์ตาเป็นอย่างมาจนต้องเบนสายตาไปทางอื่น

ขอบคุณค่ะที่ถาม

ดิฉันไม่ได้เป็นอะไร

แต่ที่เป็นมากคือใจของคนบางคนมากกว่า

หากไม่มีอะไรแล้วดิฉันต้องขอตัวก่อน

รติกาลอดเหล่ตา

และอดทิ้งน้ำหนักเสียง

ให้ไปกระแทกอีกคนที่กำลังมองฟ้ามองอากาศ

อย่างกับไม่เคยเห็นบรรยากาศแถวนี้ไม่ได้

เธอนี่มัน

!

คนโดนกระแทกด้วยคำพูดและสายตา

รู้ตัวดี

ร่ำๆ

จะบีบคองามระหงที่บังอาจทำให้เขาเสียเวลา

เมลสันได้แต่กดยิ้ม

พร้อมส่งสายตาห้ามเพื่อนชายไปในตัว

คุณไม่เป็นอะไรจริงๆหรือครับ

เมลสันถามย้ำอีกครั้ง

พร้อมใช้สายตาสำรวจไล่ไปตามร่างบางระหง

ด้วยความเป็นห่วงจากใจ

อ้อ

ค่ะ

ไม่เจ็บ

เธอบอกตามความเป็นจริงพร้อมยิ้มบางๆให้

หึ

ให้ค่าทำขวัญไปหน่อยสิ

เมลสัน

คนถูกเมินแทรกขึ้น

อย่างหมั่นไส้

หะ

ครับ

สิ่งที่ไม่คิดว่าจะได้ยิน

ทำเอาเมลสันอึ้งไปแต่ก็รีบทำตามทันที

เมื่อเห็นอีกฝ่ายล้วงกระเป๋าหนังใบเล็กออกมา

รติกาลจึงรีบร้องห้ามออกไปเช่นกัน

ไม่ต้อง

บอกว่าไม่ได้เป็นอะไรไง

ขอโทษนะคะดิฉันขอตัว

เธอตัดปัญหาจึงรีบเบี่ยงตัวเพื่อเลี่ยงออกไป

ที่สำคัญเธอไม่ต้องการเงิน

แค่อีกฝ่ายน้ำใจไต่ถาม

มันก็มากพอสำหรับเธอ

จะไปไหน

?

หยิ่งก็เป็น

ประโยคแรกเหมือนจะเป็นคำสั่งที่จะรั้งให้อีกฝ่ายอยู่ต่อ

หากแต่กลับต่อประโยคหลังให้อีกฝ่ายเจ็บใจเล่น

พร้อมแขนแกร่งยื่นกั้นห่างแค่เพียงนิดหน้าอกเต่งตึงคู่งามเกือบสัมผัสแขนนั้นอย่างไม่ตั้งใจ

เท้าเรียวหยุดกึก

อะไรของคุณ

?”

เสียงแหลมร้องถาม พร้อมมือเรียวสะบัดแขนตรงหน้า ออกห่างจากหน้าอก

ด้วยความตกใจ

ตุ้บๆๆ

!

...

เสียงสิ่งของกระเด็นกระดอน

เรียกสายตาบุคคลทั้งสาม ให้ตะลึงค้าง และจับจ้องเจ้าสิ่งนั้น ที่กระเด็นกระดอนหลุนๆ

ในสภาพฝาเปิดอ้า

โดยเฮริคและเมลสันใจหายวาบ แต่เวลานั้น ไม่อาจทำให้ใคร ก้าวขาออกไปคว้าไว้ได้

จนกระทั้ง หล่นลงไปในคูระบายน้ำต่อหน้าต่อตา ก่อนจะหายลับไปจากสายตา และชั่วอึดใจหลังจากนั้น สติทุกคนกลับมา

นิเธอ

ทำอะไรลงไป

!

?

เสียงแข็งกระด้างเอ่ยกร้าวพร้อมตาคมเข้มจิกมองจนน่ากลัว

เมลสันที่ยืนอยู่ไม่ห่างก็ตกใจไม่แพ้กัน

เริ่มร้อนๆ

หนาวๆ

เตรียมรอเสือใหญ่อาละวาด

ฮะ

?”

ตากลมโตเกือบถลนมองเป็นเครื่องหมายคำถาม

คุณทำของผมตกลงท่อ

มะ

มันเกี่ยวอะไรกับดิฉันด้วยล่ะ

เธอตอบน้ำเสียงขลุกขลัก

ไม่เข้าใจ พวกแต่งตัวดีขึ้นมาครามครัน

ก็เธอเป็นคนปัดของ ของฉันกระเด็นตกลงไป

แล้วรู้ไหมว่าของของฉันราคาเท่าไหร่

เพชรที่ใช้กี่กะรัตเธอรู้เปล่า

ห๊ะ

?”

รติกาลได้แต่เบิกตากว้าง เธอไม่ได้ตกใจกับราคาเพชรกี่กะรัต

แต่ตกใจที่อีกฝ่ายยัดเยียดข้อหาให้

ทั้งที่ไม่ใช่ความผิดของเธอ

เขาเองต่างหากที่ไม่ระวังหรือเรียกว่าเซ่อซ่าเอาของมีค่ามาถือไว้จนเป็นเหตุ

ฉันจะไปรู้ราคาของคุณเหรอ

ฉันไม่เกี่ยว

ฉันต้องไปแล้วล่ะ

ฉันมีงานต้องทำ

...”

เมื่อคนตรงหน้ากลายเป็นคนไม่มีเหตุผล

เธอก็เป็นได้เช่นกัน

หลีกค่ะ

เธอบอกอีกครั้ง

รู้สึกอึดอัด

เริ่มไม่สบอารมณ์คนตรงหน้าที่พยายามทำให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่นั้น

เธอยังไปไหนไม่ได้

!

เสียงนั้นคล้ายคำสั่งที่อีกฝ่ายต้องทำตาม

และเขาไม่ได้พูดเพียงอย่างเดียว

มือคว้าหมับบนข้อมือเรียว พร้อมบีบกระชับเหมือนเป็นการบีบบังคับให้อีกคนทำตามคำสั่งของเขา

เมลสันได้แต่อ้าปากค้าง

ไม่คิดว่านายของตนจะคิดว่าสาวสวยเป็นคนก่อเรื่อง

หากแต่จะร้องห้ามกลัวเป็นการกระตุ้นให้ต่อมโทสะเจ้านายสูงขึ้น

เพราะคิดว่าคนของตนเองกำลังปกป้องคนอื่นที่ไม่ใช่เจ้านายของตัวเอง

...

เจ็บนะ

ปล่อย

!

เธอบอก

หากแต่สายตากวาดไปเห็นว่าพวกตนกำลังเป็นจุดสนใจของคนที่เดินผ่านไปผ่านมา

จึงเบาเสียงลง

แหวนฉัน

...

เธอต้องชดใช้ให้ฉัน

ไม่เช่นนั้นเธอกลับไปหน้าไม่สวยแน่

เขาขู่กระซิบน้ำเสียงกดต่ำขยับบอกชิดริมหูขาวสะอาด

กลิ่นหอมอ่อนๆ

ตามไรผมที่สะบัดไหวตามสายลมพร้อมกลิ่นหอมจางๆปะทะจมูกโด่งเป็นสัน

จนเจ้าของจมูกโด่งอดใจไม่ไหว

เผลอสูดเข้าไปจนเต็มปอด

เลือดลมในกายตีแผ่กระจายตอบสนองกลิ่นสาบสาวข้างกาย

จนรู้สึกว่าหัวใจของตนเองเต้นผิดจังหวะ

ยิ่งกว่าตอนเขาเพ่งมองริมฝีปากหล่อนเสียอีก

เฮริครีบผละห่าง

เมื่อนึกได้ว่าตนเองเสียเวลามามากพอแล้ว

ที่สำคัญเขามีนัดถึงสองแห่ง

“....”

ตากลมโตตะลึงนิ่งไปเป็นครู่

ก่อนจะเอ่ยขึ้นเมื่อได้สติ

อย่าเอาความป่าเถื่อนของคุณมาใช้กับคนอย่างพวกเรา

น้ำเสียงหนักแน่นเอ่ยบอก

ตอนนี้แค่หน้าตาหล่อเหลา

ก็ไม่สามารถเรียกความรู้สึกปลาบปลื้มก่อนหน้ากลับมาได้

เธอรู้หรือว่าฉันไม่ใช่คนไทย

ไม่

...

หรือถึงเป็นก็แค่ลูกครึ่ง

ลูกครึ่งแล้วทำไม

มันไม่ดีตรงไหน

?”

ก็แล้วมันดีหรือเปล่าล่ะ

มายัดเยียดข้อหาแถมขู่กรรโชกทำร้ายร่างกาย

มันน่าภูมิใจหรือไง

หากคนไทยมีนิสัยแบบนี้

จะปากดีมากไปแล้วนะ

กรามหนาบดเข้าหากันจนสันนูน

แม้หน้าตาจะไม่ใช่ไทยแท้แต่เขาก็รักความเป็นไทยที่คนเป็นแม่สอนไว้เสมอ

เกิดเป็นคนไทยแม้จะครึ่งหนึ่งแต่ก็มีหัวใจดวงเดียวเหมือนกัน

รักสามัคคีไม่เบียดเบียนคนที่อ่อนแอกว่าเป็นใช้ได้

คำสอนที่เขาจำขึ้นใจ

แต่กับผู้หญิงคนนี้

ไม่รู้สินะ

เขาจะเห็นเธออ่อนแอกว่าหรือไม่

ในเมื่อหล่อนเถียงคำไม่ตกฟาก

และตอนนี้เขามีเกมเล่นใหม่อีกแล้ว

...

สายตาคมเชือดเฉือนต่างไม่ยอมกัน

ก่อนจะหันไปสั่งอีกคนอย่างกลั้นอารมณ์ไว้ขีดสุด

เมลสัน

จัดการโทร

.

ให้มิกซ์มารับ

ฉันต้องทิ้งนายไว้ที่นี่

จัดการเช็คข้อมูลผู้หญิงคนนี้ไว้ให้ดี

ไม่เช่นนั้นฉันจะถือว่านายไม่ทำตามคำสั่งฉัน

เมลสันที่โดนเปลี่ยนคำสั่ง หน้าเหวอพอๆ

กับคนที่กำลังโดนข้อหาทั้งที่ไม่รู้ว่าเธอได้ทำอะไรลงไป

นายๆ

/

ว้าย

!

คนโดนรับงานใหม่

ร้องออกมาอย่างตกใจพร้อมกับเสียงหวานแหลม เมื่ออยู่ๆ

รางของเธอ ก็ถูกเหวี่ยงไปอยู่ในอ้อมแขนแกร่งของอีกคน

โดยที่ต่างฝ่ายต่างก็ไม่ทันตั้งตัว

จัดการซะ

แล้วฉันจะรอฟัง

เสียงเหี้ยมเอ่ยย้ำ

พร้อมเดินอ้อมไปอีกฝั่งอย่างไม่ใส่ใจ

อาการมึนงงมองท้ายรถเมอร์ซิเดสเบนซ์คันหรูเคลื่อนออกไปด้วยความเร็วเมื่อถนนโล่งเหมือนเป็นใจ

เมลสันค่อยๆ

ดันร่างบางสมส่วนที่ยังอยู่ในอาการตกใจค้าง ออกห่างจากอกของตนเองอย่างแผ่วเบา

พร้อมเอ่ยขึ้นว่า

เอ่อ...

ผมขอโทษด้วยนะครับ

เพราะเขารู้ดีว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สาวสวยผู้นี้ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก

บ้าที่สุด

!

เธอสะบัดเสียงใส่ โดยไม่ได้ตั้งใจต่อว่าชายหนุ่มร่างโต ที่ยื่นทำหน้าบุเลี่ยนอยู่ตรงนี้...

แสดงเพิ่มเติม

รีวิว (0)

เรื่องนี้ยังไม่มีรีวิว