ด้วยเหตุการณ์คับขันที่ทำให้เธอแอบอ้างเอาชื่อเขา ผู้ชายที่ไม่รู้จัก หน้าตาเป็นยังไงก็ไม่รู้ แต่เพราะอยากเอาตัวรอดจากการกลายเป็นนางบำเรอของคู่ค้าต่างแดน ที่พี่ชายไปตกลงกับเขาเอาไว้ เธอจึงไม่ลังเลที่จะเอ่ยชื่อนั้นออกมา
แต่วันรุ่งขึ้นกลับกลายเป็นว่าเธอต้องมาติดห้วงที่เป็นคนก่อจนถอนตัว ถอนใจไม่ได้ แล้วก็ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวาย ยุ่งเหยิงไปกันใหญ่เมื่อต้องมาเจอศัตรูคนเดียวกันอีก เขาและเธอจะรอดหรือร่วงกันหนอ
…
ยิ่ง
‘
จาก
’
ก็ยิ่ง
‘
เจอ
’
ยิ่ง
‘
หนี
’
ก็ยิ่ง
‘
ตามติด
’
ยิ่ง
‘
ไม่อยากคิด
’
ก็ยิ่ง
‘
ติดตรึง
’
……………………
ชุด
Men Of Lion
ขอรักรัฐภูมิ สิงห์ตัวที่
1
รัฐภูมิ ฟรานเซส
(
รอฟ) + ปานรีย์ กิจสาโรจน์ (ปาน)
อุ้มรักรัฐภพ สิงห์ตัวที่
2
รัฐภพ ฟรานเซส
(
ลุค) + อ้อมเดือน วงศ์อัคร (อ้อม)
พบรักรัฐภาม สิงห์ตัวที่
3
รัฐภาม ฟรานเซส
(
คริส) + นุชนารี วายาไทย (นุช)
ตามรักรัฐภาค สิงห์ตัวที่
4
รัฐภาค ฟรานเซส
(
ดอม) + สมานุช ศิตาศาสตร์ (สมา)
ล่ารักรัฐภัทร สิงห์ตัวที่
5
รัฐภัทร ฟรานเซส
(
เจท) + เมฆณา กานต์บดินทร์ (เมย์)
………………………………………..
By.
มาดามส้มหล่น
ฝากทั้ง
5
เรื่อง ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจนักอ่านทุกคนด้วยนะคะ
^___^
.................................................
ขอรักรัฐภูมิ
(
สิงห์ตัวที่
1)
รัฐภูมิ ฟรานเซส
(
รอฟ)
ร่างสูงใหญ่ตามเชื้อชาติพันธุ์สามประเทศ ไทย
-
บราซิล
-
อเมริกา ผู้กุมบังเหียนโรงแรมฟรานเซสและธุรกิจน้อยใหญ่อีกมากมายเอาไว้ในมือ
หยิบจับธุรกิจตัวไหนก็รุ่งเกินหน้าคู่แข่งคนอื่นไปไกลหลายสิบโยค จนบางคนนึกหมั่นไส้และอิจฉาความเก่งของเขา มองธุรกิจเฉียบขาดมาก โดยเฉพาะ
‘
โรงแรมฟรานเซส
’
ที่มีสาขาอยู่ทั่วทุกมุมโลก ใครก็ตามที่ได้ย่างกายเข้าไปพักต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันถึงความหรูหราและการให้บริการระดับพรีเมี่ยม ทั้งนี้เขาไม่ได้เน้นกลุ่มลูกค้าเป็นพิเศษ เพราะเขาคิดว่าคนทุกคนต่างมีสิทธิ์ที่จะได้รับบริการที่ดีที่สุดว่าคนนั้นจะจนหรือรวยล้นฟ้า ด้วยเหตุนี้วงในจึงยกให้เขาเป็น
‘
คิงโฮเตล
’
ปานรีย์ กิจสาโรจน์
(
ปาน)
เจ้าของเรือนร่างสูงโปร่ง ปราดเปรียว ทะมัดทะแมง ตามสมัยนิยม
เธอยอมทำทุกอย่างเพื่อรักษาสิ่งที่บิดาสร้างไว้ ซึ่งก็คือ
'
เคเอส
'
แต่ทุกอย่างกำลังจะพังเพราะพี่ชายเห็นแก่ตัว แลกสิ่งที่มีกับเศษเงินไม่กี่บาท จนเธอต้องตกที่นั่งลำบากต้องหาทางเพื่อที่จะรักษาดวงใจที่บิดาฝากไว้ เหตุการณ์คับขันจนเธอต้องอ้างเอาชื่อเขาเพื่อเอาตัวรอด โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นคนยังไง และก็ต้องมาตกกระไดเจอศัตรูคนเดียวกันอีก ความวุ่นวายมากมายจึงตามมา เขาและเธอจึงต้องร่วมกันสะสางมันให้จบ
“
ต้องขอโทษด้วยที่ให้รอนาน วันนี้เกิดเรื่องยุ่งทั้งวัน ฉันเลยปลีกตัวมาคุยด้วยไม่ได้ คุณคงจะมาคุยเรื่องข่าว
”
ปานรีย์เดินถือแก้วกาแฟและขนมเข้าไปให้ ไรอันรับมาถือ ก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปจัดใส่จานมาให้นายหนุ่ม
“
คุณเป็นคนให้ข่าวหรือเปล่า
”
“
งานฉันมีล้นหัว เรื่องที่ต้องจัดการมีเป็นร้อยเป็นพันอย่าง จะหาเรื่องมาใส่หัวเพิ่มทำไม ฉันยอมรับว่าเคยเอาชื่อคุณไปแอบอ้าง แต่ฉันรู้แล้วล่ะว่าใครเขาจะเป็นคนปล่อยข่าว
”
ใบหน้าของใครอีกคนซ้อนขึ้นมาเธอจึงมั่นใจเดี๋ยวนั่นว่าต้องเป็นเขาแน่นอน
“
ใคร
?”
“
เคนอิจิ มิคารุ
”
บอกเสียงเครียด
“
เขามีเหตุผลอะไรที่จะต้องทำอย่างนั้น
”
มือหนาวางเอกสารลงกับโต๊ะรับแขกเบื้องหน้า แล้วเงยหน้าขึ้นมองร่างบางตรงหน้า กับประโยคที่ฟังดูจริงจังมากขึ้น
“
เขาอยากได้ฉันไปเป็นนางบำเรอ ฉันไม่รู้จะหาทางออกยังไง สายตามันก็เหลือบไปเห็นชื่อคุณบนหนังสือพิมพ์ก็เลย...
”
ปานรีย์ยิ้มแหยๆ น้อมรับ
“
อ้างว่าเป็นแฟนกับผม
”
“
เปล่า
”
ส่ายหน้าปฏิเสธ
“
หมายความว่ายังไง
?
เปล่า
”
“
ฉันบอกเขาว่าเรากำลังจะแต่งงานกัน แต่ฉันไม่ได้มีเจตนานะคุณ
”
รีบอธิบายเร็วระรัว เกรงว่าเขาจะโกรธไม่มากกว่านี้
“
แต่งงานหรือ
!”
รัฐภูมิร้องเสียงหลง ไม่คิดว่าเธอจะเล่นแรงแบบนั้น แล้วจะทำยังละทีนี่
“
ฉันขอโทษ ก็ตอนนั้นมันคิดอะไรไม่ทันจริงๆนี่น่า
”
รีบแก้ตัว
“
แล้วคุณไม่คิดบ้างหรือว่าผมจะเสียหายกับสิ่งที่คุณบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ
”
น้ำเสียงห้วนโต้กลับไปบ้าง เขาไม่เคยมีประวัติเรื่องทำนองนี้มาก่อน หรือกับผู้หญิงคนไหน แม้แต่เรื่องคู่ควงยังไม่เคยมีด้วยซ้ำ แต่ถ้าเป็นชั่วครั้งชั่วคราวก็อาจจะมีบ้าง แต่ก็ไม่เคยมีใครรู้ เพราะนอกจากลูกน้องคนสนิทแล้วก็ไม่มีใครรู้เรื่องนี้
“
เอ๊ะ คุณนี่ยังไง ก็ฉันบอกไปแล้วว่าไม่ได้ตั้งใจ จะเอายังไงว่ามาเลย ฉันไม่ได้มีเวลามากมายหรอกนะ นี่ก็ได้เวลาเลิกงานฉันแล้วด้วย
”
ปานรีย์ชักมีน้ำโหขึ้นมาบ้าง เธอก็ไม่ได้ตั้งใจก็บอกไปแล้ว ยังจะเอาอะไรกับเธออีก จะให้ขอโทษก็ขอไปแล้ว ส่วนเรื่องข่าวถ้าไม่มีอะไรในก่อไผ่ก็ไปจัดแถลงข่าวว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดก็จบ ทำไมชอบเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่อยู่ได้
รัฐภูมิเอนหลังพิงพนักโซฟาหรู เงยหน้าจ้องมองหญิงสาวพลางคิดทบทวนว่าจะเอายังไงก็เธอดี ปานรีย์เองก็รอลุ้นใจเต้นๆระส่ำเหมือนกัน เขาจะฟ้องเธอหรือเปล่านะ แต่ขออย่าให้ถึงขั้นขึ้นโรงขึ้นศาลเลย แค่เรื่องที่บริษัทเธอก็จะรับมือไม่ไหวอยู่แล้ว
“
ตกลงคุณจะเอายังไง ฉันรอฟังอยู่นะคุณ
”
“
ก็ทำให้มันเป็นจริงอย่างข่าว เสียก็สิ้นเรื่อง
”
บอกหน้าตาเฉย ไม่มีท่าทีเป็นเดือดเป็นร้อนเหมือนเมื่อครู่ แถมยังส่งใบหน้าระรื่นมาให้อีก
“
อะไรนะ
!
คุณจะบ้าหรือเปล่า เรื่องอะไรต้องทำถึงขนาดนั้นด้วย
”
ปานรีย์ร้องแห้ว เขาจะเล่นอะไรอีกเนี่ย เมื่อกี้ยังว่าเธออยู่แมบๆ ชายหนุ่มเห็นว่าหญิงสาวกำลังโวยจึงรีบขัดขึ้นก่อนที่เธอจะคิดเลยไปไกล
“
ฟังให้จบก่อน ที่ผมบอกก็เพื่อจะช่วยคุณ
”
“
ช่วยฉัน
?
เรื่องอะไรไม่ทราบ
”
ชักงงเข้าไปใหญ่ เขาจะมาช่วยเธอด้วยเรื่องอันใด เอไม่เห็นความจำเป็นนั้นเลยด้วยซ้ำไป
“
คุณบอกว่าเคนอิจิต้องการตัวคุณไปเป็นนางบำเรอใช่ไหม ถ้าเขารู้ว่าคุณโกหก คุณคิดหรือว่าเรื่องจะจบ ที่เป็นอยู่ก็น่าจะบอกได้แล้วว่าเขาจะทำอะไรต่อ และผมมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าคุณไม่รอดแน่
”
สีหน้าและแววตาที่จริงจังของชายหนุ่มทำเอาเจ้าของห้องพลอยกลัวไปด้วย ใบหน้านวลเงยขึ้นจะปฏิเสธ
“
แต่ว่า...
”
ปานรีย์ยังไม่ทันจะได้เอ่ยจบประโยค เสียงทุ้มกังวานก็ขัดขึ้นเสียก่อน
“
ตามใจคุณล่ะกัน ที่ผมทำก็เพราะเราตกที่นั่งเดียวกัน
”
“
เดี๋ยวก่อนนะ เราหรือ
?
คุณหมายความว่ายังไง
”
คิ้วเรียวขมวดยุ่ง เอียงหน้ากลับมาเพื่อขอคำอธิบายที่มากกว่าที่ได้ฟังนั้น
“
เคนอิจิกำลังแฮคข้อมูลบริษัทผม ป่วนงานและยังพยายามล้วงเอาข้อมูลลูกค้าผมด้วย เราสองคนก็ไม่ต่างกัน อีกอย่างนะ มันเป็นความผิดของคุณที่ไม่พูดกับเขาแบบนั้น
”
“
อ้าว ไหนมาลงที่ฉันคนเดียว
”
“
คุณเป็นเริ่มเรื่องนี้นะเองนะ อย่าลืม
”
สวนกลับ เขาก็ไม่ได้อยากจะทาเธอทั้งหมดหรอก แต่ความจริงมันก็เห็นกันอยู่
“
ฉันรู้แล้วน่า ไม่ต้องมาย้ำหรอก
”
..................................................
กด
Favorite
หรือ
Vote
ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่...
เฟชบุ๊คแฟนเพจ
:
มาดามส้มหล่น
ปล.
อ่านแล้วคิดอย่างไรกับนิยาย เม้นท์ติชมกันได้ เป็นกำลังใจให้กัน
หรือจะมาพูดคุยกันได้นะคะ....
>>___<<
***
มาแล้วเด้อค้าเด้อ
***
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาทักทายกันนะคะ มาดามก็ขอบคุณมากๆ
อยากได้เนื้อเรื่องประมาณไหนบอกได้ เดี๋ยวมาดามจัดเต็มให้แน่นอน เอิ้กกกก
พูดมากเกินแล้วฉัน ไปติดตามกันได้แล้วจร้า...
ฝากติดตาม
ชุด
Men Of Lions
ไว้ด้วยนะคะ
……………………..
