ร้อยรส คอฟฟี่เลิฟ
10
ตอน
2.2K
เข้าชม
17
ถูกใจ
0
ความคิดเห็น
7
เพิ่มลงคลัง

ใครชอบแนวซินเดอเรลล่า เรื่องนี้ใช่เลย

"ต้นน้ำ" หนุ่มน่ารักทายาทมหาเศรษฐีทำให้พ่อแม่ผิดหวัง เนื่องจากเรียนจบบริหารธุรกิจจากอเมริกา แต่ไม่ยอมสืบสานธุรกิจของที่บ้าน กลับหนีมาเปิดร้านกาแฟที่ตัวเองรัก แม่ของเขาจึงคิดจะแกล้งลูกชายให้กลับไปทำงานที่บริษัท โดยยื่นเงื่อนไขที่ว่า เขาจะต้องหาสาวแต่งงานภายในสิ้นปีให้ได้ (แม่รู้ลูกชายเลิกกับแฟนฝรั่งจนเข็ดขยาดการมีแฟน) ทำให้ต้นน้ำต้องรีบหาแฟนโดยเร็วที่สุด แต่เขาก็ไม่รู้จะไปหาสาวที่ไหนมาให้แม่ดูตัว เพราะเหลือเวลาอีกสองเดือนเท่านั้น ด้วยความหน้าตาดีและเป็นคนอารมณ์ดี ต้นน้ำจึงมีสาวมาสนใจถึงสามคน ต้นน้ำจะเลือกใคร และเหตุการณ์ต่าง ๆ จะทำให้ต้นน้ำปวดหัวแค่ไหน   "สัญญาว่าเรื่องนี้อัพให้อ่านจนจบแน่นอนแบบไม่คิดเหรียญนะ แต่ขอลบตอนเดิมทิ้งบ้างนะคะ"

พระเอกจิ้นเป็นทาเคชิ

นางเอกใครก็ไม่รู้ แต่ชอบผมสั้นแบบนี้ อิๆ สปอยล์ไปป่ะๆ ยังไม่อยากเฉลย

cr.google search

1

บาร์บี้กับลาเต้

เปิด

แล้วครับ

ร้านกาแฟผมเปิดแล้วครับ ผมดีใจยิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่หนึ่งซะอีกนะครับที่ได้เปิดร้าน เรื่องของเรื่องน่ะเหรอ ก็เพราะป๊ากับแม่ผมน่ะสิ บังคับให้ผมไปช่วยกิจการของครอบครัวของเรา ป๊าทำบริษัทเฟอร์นิเจอร์ส่งออกครับ เริ่มจากบริษัทเล็ก ๆ สมัยป๊ายังจีบแม่อยู่เลย แต่ตอนนี้กิจการมันรุ่งเรืองใหญ่โตเป็นบริษัทมหาชนไปแล้วครับ อย่าให้พูดเลยว่าป๊าผมทำงานยุ่งขนาดไหน ชนิดที่ว่าบางครั้งแม่ยังต้องไปช่วยดูแล แถมพี่สาวผมคือพี่ต้นข้าวนั้นไปไหนไม่ได้ครับ ป๊าล็อกคอให้ช่วยงานตั้งแต่เรียนจบแล้วล่ะ ส่วนผมน่ะเหรอ หึ ๆผัดวันประกันพรุ่ง แล้วก็หาเรื่องไปเรียนต่อที่อเมริกาจนจบปริญญาโท ก็ด้านบริหารอย่างที่ป๊าสั่ง นั่นแหละครับ พอกลับจากนอกมาได้ไม่ถึงเดือน ผมก็สาระแนมาเปิดร้านกาแฟนี่ไงครับ ทำยังไงได้ ใจมันรักในรสชาติของกาแฟน่ะครับ แต่อีกเหตุผลหนึ่งก็อย่างที่บอก คือ ผมอยากหนีป๊านั่นแหละ

“มาแล้วครับ สวัสดีครับพี่ต้นน้ำ” “บอม” เด็กบาริสต้าประจำร้านผมมาทำงานละครับ เขาทักทายผมเสียงสดใส หล่อมาเลย

“อ้าว พี่ก็นึกว่าวันนี้เราไปเรียน” ผมยิ้มให้เขาแบบงง ๆ

“อาจารย์แคนเซิลเรียนน่ะครับ ผมเลยคิดว่ามาช่วยพี่ดีกว่า ร้านเพิ่งเปิดได้อาทิตย์เดียวเอง เดี๋ยวพี่จะเหนื่อยครับ” พูดพลางทำความสะอาดเคาน์เตอร์กาแฟอย่างคล่องแคล่ว

“นั่นสินะ พี่ก็ยังไม่ค่อยจะเก่งเรื่องชงกาแฟพวกนี้เท่าไร” ผมขำตัวเอง “ตลกดีนะบอม อยากเปิดร้านกาแฟ แต่ชงไม่เป็น”

บอมหันมามองผมแล้วเลิกคิ้ว

“ก็พี่มีตังค์นี่ครับ เคยสั่งกินอย่างเดียว ไม่ค่อยได้ชงนี่”

“ใครบอกว่าไม่ค่อยได้ชง ไม่เคยชงเลยตังหาก” ผมหัวเราะร่วนพลางเดินไปเปิดม่านให้แสงเข้า

“พี่ต้นน้ำไม่ต้องทำก็ได้ครับ เดี๋ยวผมทำเอง” เขาพูดขึ้นเมื่อเห็นผมจัดแจงทำนู่นนี่ “เดี๋ยวป้านิลก็มาแล้วครับ” เขาหมายถึงป้าที่เป็นกุ๊กในครัว นางจะมีหน้าที่ทำอาหารง่ายๆ ตามออเดอร์ลูกค้า และถ้าเวลาเหลือก็คือต้องทำพวกเค้กของร้านเราน่ะครับ

“ไม่ได้สิ พนักงานเรายังมีน้อยก็คงต้องช่วยกันไปก่อน” ผมบอกเขา บอมเป็นเด็กหนุ่มปีสามของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง รูปหล่อ ผิวขาว จมูกโด่งเป๊ะแบบดาราเกาหลีฮ็อต ๆ เขามาทำงานกับผมเฉพาะเสาร์ อาทิตย์ และบางวัน เป็นพนักงานพาร์ทไทม์นั่นเอง

“เออ แต่ว่าวันนี้ พี่สาวของพี่เค้าบอกว่า เค้ารับเด็กมาช่วยเราอีกคนนึงนะ เดี๋ยวสายๆ คงเข้ามาน่ะ” ผมบอกบอม เขาคงดีใจที่จะได้มีคนช่วยทำงาน

บอมหันขวับมาถามอย่างสนใจใคร่รู้

“ผู้ชายหรือผู้หญิงฮะพี่ต้นข้าว”

“ได้ยินว่าผู้หญิงนะ”

บอมยักไหล่ เขาจะรู้ตัวรึเปล่าว่าผมงงกับกริยาแบบนั้น เขาคงหวังว่าจะได้เพื่อนผู้ชายเอาไว้คุยกันแบบผู้ชายๆ มั้ง ผมเดาเอา

ผมยกเก้าอี้ลงทุกตัวหลังจากกวาดพื้นเสร็จ ในชีวิตของผมไม่เคยทำอะไรแบบนี้เลย ให้ตายสิ

!

ที่บ้านผมมีแม่บ้านและคนรับใช้เยอะจนจำชื่อไม่ถูก ความจริงถึงผมไม่ทำ เดี๋ยวป้านิลก็เข้ามาทำอย่างบอมบอก ทำยังไงได้ล่ะครับ ผมอยากให้แม่รู้ว่าผมตั้งใจจริง ผมเลยต้องลองทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ผมจะซื้อเวลาไปเรื่อยๆ ให้แม่เห็นว่าร้านผมยุ่งแค่ไหน ความจริงก็คือ พี่ต้นข้าวกับแม่ยังไม่ได้บอกป๊าเลย ว่าผมแอบมาเปิดร้านกาแฟ

!

อ้อ คุณคงจะงงว่าทำไมผมเรียกป๊าว่าป๊า แต่ไม่เรียกแม่ว่าม้าและไม่เรียกพี่สาวว่าเจ๊ เหมือนครอบครัวคนจีนอื่นๆ เค้า เรื่องของเรื่องคือป๊าเป็นคนเชื้อสายจีนครับ แต่แม่เป็นคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ บุพเพอาละวาดเมื่อป๊าพบแม่ แม้ว่าอากงอยากให้ป๊าแต่งงานกับหมวยแถวบ้านก็ตาม ป๊าก็ไม่ลดละที่จะตามจีบแม่จนเป็นแฟนกัน แต่งงานกันจนมีลูกคือผมกับพี่ต้นข้าว แล้วแม่ก็สั่งตั้งแต่ผมคาบช้อนแรกในชีวิตเลยว่า ให้เรียกแม่ว่าแม่ เพราะแม่ไม่ได้มีเชื้อจีนเหมือนป๊า ส่วนพี่ต้นข้าวถึงจะหน้าหมวยก็อยากตามกระแสแม่แบบไทยๆ

“หน้าก็หมวยอยู่แล้ว เรียกเจ๊ก็หมวยหนักเข้าไปอีกนะตี๋น้อย” พี่ต้นข้าวบอก

“อ๊าย

!

อะไรกันเรียกน้องว่าตี๋น้อย” แม่เอ็ดพี่ต้นข้าว “เรียกน้องว่าต้นนะลูก ต้นน้ำก็ได้”

“ทีป๊ายังเรียกหนูว่าเช็งเลยล่ะม้า เอ๊ย แม่” เธอพูดถึงชื่อจีนที่ป๊าตั้งให้เธอ

“อย่านะ อย่ามาเรียกชั้นว่าม้า” ซูสีไทเฮาเริ่มพิโรธ

พี่สาวยักไหล่แบมือเป็นทำนองว่าไม่สน

“เอางี้ๆ แม่กะพี่น่ะ ใครอยากเรียกผมว่าอะไรก็แล้วแต่ถนัดปากเถอะฮะ” ตอนที่ผมพูดประโยคนั้นผมจำได้ว่าผมเพิ่งอยู่ปอสี่

“แต่ต้นต้องเรียกแม่ว่าแม่นะ เข้าใจมั้ย” พระนางมีพระบรมราชโองการ เอ๊ย

!

สั่งมาแบบนี้

“แล้วอย่าเรียกพี่ว่าเช็ง โอเคนะตี๋น้อย”

“โอเค้” ผมชูสองนิ้วแบบวิกทอรี่ให้ทั้งคู่ ไม่งั้นสงครามก็ไม่จบซะที

มัน

เป็นเวลาสิบโมงเช้าที่พนักงานสองคนมาถึงร้านกาแฟแล้ว ผมและลูกน้องช่วยกันเปิดร้านและทำความสะอาดอะไรต่างๆ แล้ว ผมจึงมายืนดูความเรียบร้อยสวยงามหน้าเคาน์เตอร์อย่างชื่นชม เสียงโทรศัพท์มือถือของผมดังขึ้นเป็นทำนองเพลงฮิพฮอพที่ตั้งไว้  หมายเลขนั้นเป็นเบอร์แปลกๆ แต่ผมก็กดรับทันที

“สวัสดีครับ ผมธวัชนนท์พูดครับ”

“สวัสดีค่ะ” เสียงพริ้วหวานราวกับน้ำไหลรินในลำธาร “คุณคือพี่ต้นน้ำใช่มั้ยคะ”

“ใช่ครับผม จากไหนครับ” แม่สาวคนนี้จะเป็นใครนะ เสียงเธอทำให้ผมชักอยากเห็นหน้าเจ้าของเสียงซะแล้วสิ

“หนูเป็นคนที่พี่ต้นข้าวให้มาทำงานกับพี่ค่ะ เธอบอกพี่แล้วใช่มั้ยคะ”  หนู

?

ทำไมพี่สาวบอกผมว่าเธออายุ 2

0

แล้วล่ะ เรียนจบปริญญาตรีแล้วด้วย ผมกำลังสงสัยว่าผมแก่จนน้องเค้าต้องเรียกตัวเองว่า

หนู

หรือเธอรู้สึกว่าตัวเองยังเด็กอยู่กันแน่

“ออ พนักงานใหม่ ใช่ครับ พี่เค้าบอกผมแล้ว”

“หนูยืนอยู่หน้าร้านพี่แล้วค่ะ” เสียงหวานใสนั้นทำผมตื่นเต้นจนอยากจะเห็นหน้าเธอจริงๆ เลย  จะสวยเป็นนางฟ้าขนาดไหนนะ

?

“เข้ามาได้เลยครับน้อง เอ่อ ชื่ออะไรนะครับ”

“หนูชื่อมะลิค่ะ มะลิซ้อนหอมๆ น่ะค่ะ” เธอบรรยายสรรพคุณชื่อตัวเองเสร็จสรรพ

“เข้ามาเลยครับ น้องมะลิ เราจะได้คุยกัน”

เธอวางสายไป ผมนั่งอยู่ที่โต๊ะกาแฟตรงมุมที่ใกล้กับเคาน์เตอร์ที่สุด เงยหน้าตั้งตรง จ้องไปที่ประตูร้าน ตั้งหน้าตั้งตารอเจ้าของเสียงหวานใสนั้น แม่มะลิซ้อนยามเช้า

!

แล้วประตูร้านก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรง พระเจ้าช่วย

!

นั่นคนหรือนางฟ้า สาวน้อยที่ผมเห็น ณ ตรงนั้น ขาวสว่าง ออร่าไปหมดทั้งเนื้อทั้งตัวเลยครับ ผิวเธอเนียนเหมือนกระเบื้องเคลือบเนื้อดี ใบหน้าของเธอถูกประดิษฐ์ขึ้นมาราวกับตุ๊กตาบาร์บี้ ปาก คอ คิ้ว คาง ช่างเหมาะเจาะรับส่วนกันไปหมด ผมดำขลับมันวับคล้ายกับได้รับการดูแลอย่างดี เธอสวมชุดเดรสสั้นทันสมัยแบบวัยรุ่นทั่วไป ให้ตายเถอะครับ

!

ผมถึงกับตะลึงราวกับต้องมนต์สะกดในความน่าดูนี้

!

เธอเองก็เหมือนกับจะเห็นว่าผมจ้องอยู่ เธอเอียงคอน้อยๆ ตากลมใสแจ๋วนั้นมองผมอย่างงงวย สาวบาร์บี้คนนี้เดินเข้ามาแล้วหยุดยืนกลางร้าน

“คะ

?

บอมซึ่งยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์มีสติกว่าผม เขารีบทักทายราวกับพนักงานเซเว่น

“สวัสดีครับ เชิญครับ”

ผมซึ่งตะลึงนานแล้ว ก็รู้สึกเสียมารยาทที่จ้องมองน้องมะลิอย่างไม่วางตาขนาดนั้น จึงรีบหันไปทางบอมแล้วพูดขึ้น

“ไม่ใช่ลูกค้าหรอกบอม น้องเค้ามาสมัครงาน”

น้องมะลิคนสวยขมวดคิ้ว แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร ผมก็ชิงเอ่ยขึ้นก่อน

“มานั่งทางนี้เลยครับน้องมะลิ เดี๋ยวเราคุยกันก่อน”

สาวน้อยบาร์บี้เดินตรงมาทางโต๊ะผม แล้วนั่งลงบนเก้าอี้ตัวที่อยู่ตรงข้ามกับผม เธอเอามือเท้าคาง กระพริบตา จ้องมองผมแล้วยิ้ม เหมือนตุ๊กตาบาร์บี้จริงๆ ให้ตาย

!

“น้องมะลิ คือ..ผมชื่อต้นน้ำครับ พี่ต้นข้าวบอกแล้วใช่มั้ยครับว่าน้องต้องทำอะไรบ้าง แต่ผมอยากจะแจกแจงให้น้องฟังอีกที”

สาวน้อยกระพริบตาถี่ๆ เลิกคิ้วสูง แล้วฟังผมสาธยายถึงงานในภาระหน้าที่ๆ เธอต้องทำในฐานะบาริสต้าอย่างยาวเหยียด

“วิ้งไม่เข้าใจที่คุณพูดค่ะ” เป็นครั้งแรกที่เธอเอ่ยขึ้น เสียงของเธอไม่ได้หวานใสเหมือนที่โทรมา ออกแนวทุ้มๆ ด้วยซ้ำ

“คุณเป็นเจ้าของร้านเเหรอคะ วิ้งเรียกว่าพี่ต้นน้ำได้มั้ยคะ”

“ครับ ได้ครับ แต่...” ผมอึ้งกับสรรพนามที่เธอใช้แทนตัวเอง

“แต่ก่อนที่เราจะคุยกันต่อ ขอลาเต้แก้วหนึ่งได้มั้ยคะ ตอนนี้วิ้งหิวน้ำมากเลยค่ะ”

ผมหันไปสั่งบอมให้ชงลาเต้ให้น้องบาร์บี้ ตอนนี้คือผมพูดอะไรไม่ออกว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ น้องบาร์บี้ยังคงยิ้มหวาน

“พี่นี่น่ารักดีนะคะ บ้านวิ้งอยู่ในซอยนี่เอง ร้านของพี่เพิ่งเปิดใหม่ใช่มั้ยคะ” ขนตาหนาเป็นแพนั้นทำให้ใบหน้าของเธอน่าดูขึ้นไปอีก “เดี๋ยวจะมาอุดหนุนพี่บ่อยๆ นะคะ”

ผมเริ่มรู้สึกเหมือนจะบ้า แม่สาวบาร์บี้คนนี้ทำผมหัวหมุนไปหมดแล้ว

“เดี๋ยวนะครับ น้องไม่ใช่น้องมะลิเหรอครับ เอ่อ มะลิซ้อน หอมๆ น่ะ”

หน้าผมคงจะตลกมาก น้องบาร์บี้ถึงได้หัวเราะขนาดนั้น ฟันเธอเรียงสวยราวกับไข่มุก

“วิ้งไม่เคยรู้จักมะลิซ้อนหรอกค่ะ รู้จักแต่มะลิเฉยๆ”

“อ่า...ครับ” ผมเอียงศีรษะ “น้องไม่ใช่น้องมะลิ”

“ก็ไม่ใช่น่ะสิคะ วิ้งชื่อวิ้งนะคะ วิ้ง สะกด ดับบลิว ไอ เอ็น เค น่ะค่ะ”

คือผมอยากเอาหัวโขกผนังมากครับ มันเป็นความเข้าใจผิดของผมคนเดียวเลยจริงๆ ใครจะไปรู้ว่าสาวน้อยคนนี้ไม่ใช่น้องมะลิ ก็เธอบอกว่ากำลังจะเดินเข้ามา

“คือน้องวิ้งคือลูกค้าใช่มั้ยครับ”  คอนเฟิร์มโง่ๆ อีกแล้วล่ะผม

“เยส...พี่น่ารักดีนะคะ” แววตาเธอแพรวพราว “ขาวๆ เหมือนตี๋แต่ตาโตนะ”เสียงเธอเกือบจะเซ็กซี่ สมัยนี้สาววัยรุ่นไทยเขาชมผู้ชายกันซึ่งหน้าแบบนี้น่ะเหรอ ผมไม่เข้าใจ ผมไปนอกซะหลายปีคงไม่ทันวัฒนธรรมนี้แหละนะ

“ครับผม ขอบคุณครับ ผมขอตัวไปดูกาแฟให้น้องก่อนนะครับ” ผมลุกขึ้นยืน

“เรียกตัวเองว่าพี่สิคะ ชื่อพี่น่ารักดีออก พี่ต้นน้ำ” เธอเอียงคอ เงยหน้ามองผม

“ครับ ได้ครับ” ผมรับคำ ก็ลูกค้าคือพระเจ้านี่นา แล้วผมก็เดินไปที่เคาน์เตอร์ ส่วนบอมนั้นเดินมาเสิร์ฟกาแฟพอดี

วิ้งมองตามผมเหมือนอยากคุยต่อ ผมรู้เพราะผมก็แอบดูว่าเธอจะทำยังไงต่อ มันเป็นปกติของพนักงานที่ต้องคอยดูแลลูกค้าอยู่แล้วครับ ผมสาบานว่าไม่มีอะไรพิเศษ

ครู่หนึ่งก็มีคนๆ หนึ่งผลักประตูเข้ามาในร้าน ผมมองไม่ชัดว่าเป็นหญิงหรือชาย เพราะพี่ท่านเล่นสวมแว่นกันแดดดำปื๊ด ผมสั้นแต่รูปร่างเล็ก ยังไงเซ้นส์แรกก็ทำให้ผมพูดออกไปว่า “สวัสดีครับ เชิญครับ” ผมว่าผมเพิ่งได้ยินคำพูดอะไรคล้ายๆ แบบนี้นะ

“เชิญนั่งครับ สั่งอะไรดีครับ” บอมถามลูกค้า แล้วยืนรอรับออเดอร์

ลูกค้านั่งลง ผมก็เลยพิจารณาเขาหรือเธอได้ถ้วนถี่ยิ่งขึ้น พระเจ้า

!

ลูกค้าถอดแว่นกันแดดออกแล้วผมจึงเห็นว่าเธอเป็นผู้หญิงครับ ผมเธอสั้นคล้ายทอม สวมเสื้อยืดลายสไปเดอร์แมน กางเกงยีนส์ซีดปุปะแมนๆ เลยครับ ในมือของเขา เอ๊ย

!

เธอ ถือถุงอะไรบางอย่างมาด้วย

ผมว่าวันนี้อากาศมันร้อนเป็นพิเศษยังไงก็ไม่รู้นะ ผมยกน้ำเย็นเจี๊ยบขึ้นดื่มเพราะกระหายจริงๆ

“ขอเอสเพรซโซ่เย็นได้มั้ยคะ” เสียงที่ผมได้ยินทำเอาน้ำแทบพุ่งออกจากปากผม

มันเป็นเสียงของน้องมะลิที่ได้ยินจากโทรศัพท์ชัดๆ

!

แสดงเพิ่มเติม

รีวิว (0)

เรื่องนี้ยังไม่มีรีวิว